Page 41 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

- 33 -
5.4 อุ
ปนิ
สั
ยค่
านิ
ยมทางสั
งคม
อุ
ปนิ
สั
ยหรื
อค่
านิ
ยมทางสั
งคมของชาวอิ
วเมี่
ยนส่
วนมากก็
คล้
ายคลึ
งกั
บมนุ
ษย์
ทั
วไป
ที่
ย ั
ศรั
ทธาต่
อความเป็
นมนุ
ษย์
ด้
วยกั
น โดยปกติ
จะมี
นิ
สั
ยใจคอดี
เข้
ากั
บคนได้
ง่
าย อ่
อนน้
อมถ่
อมตน
เคารพให้
เกี
ยรติ
ผู
อื่
น โดยการเป็
นเจ้
าบ้
านที่
ดี
ต้
อนรั
บแขกผู
มาเยื
อนด้
วยความเต็
มใจ อุ
ปนิ
สั
ยที่
โดด
เด่
นประการแรกของชาวอิ
วเมี่
ยนคื
อความรั
กอิ
สระและมั
กจะแยกตั
วออกจากกลุ
ไปสร้
างสั
งคม
เล็
กๆอยู
ต่
างหากจากผู
คนส่
วนมาก
โดยเฉพาะจะนิ
ยมแต่
งงานกั
บคนในเผ่
าที่
เป็
นอิ
วเมี่
ยนด้
วยกั
เวลาจั
ดงานจะจั
ดอย่
างใหญ่
โตเพื่
อต้
อนรั
บแขกผู
มาร่
วมงาน ผู
ชายต้
องรั
บบทบาทเป็
นผู
นํ
าครอบครั
มี
มรรยาทต่
อเพศตรงข้
ามดี
สั
งคมอิ
วเมี่
ยนยกย่
องผู
ที่
มี
การศึ
กษาดี
พ่
อแม่
จะทุ ่
มเทกั
บการศึ
กษาของ
ลู
กหลาน โดยเฉพาะการศึ
กษาเกี่
ยวกั
บเรื่
องลั
ทธิ
ความเชื่
อในแบบของอิ
วเมี่
ยน จะถื
อว่
าเป็
นสิ
งที่
ลํ
เลิ
ศ ผู
หญิ
งชาวอิ
วเมี่
ยนมี
ความประณี
ต อดทนและขย ั
นขั
นแข็
ง มั
กจะไม่
ยิ
นยอมให้
สามี
ของตนเอง
ไปมี
หญิ
งอื่
น การมี
ภรรยาน้
อยสามารถมี
ได้
แต่
ต้
องเป็
นผู
ที่
พร้
อมจะเชื่
อฟั
งภรรยาหลวง และได้
รั
อนุ
ญาตจากภรรยาหลวงแล้
วเท่
านั
น แม้
ว่
าก่
อนแต่
งงานหญิ
งชายมี
อิ
สระในการเลื
อกคู
ครองเต็
มที่
แต่
ต้
องอยู
ภายใต้
การชี
นํ
าของพ่
อแม่
ด้
วยเสมอ เมื่
อแต่
งงานแล้
วไม่
นิ
ยมการหย่
า ชายหญิ
งที่
หย่
าแล้
มั
กจะไร้
เกี
ยรติ
ในสั
งคม เป็
นขี
ปากของชาวบ้
าน แม้
แต่
ครอบครั
วเดิ
มที่
พ่
อแม่
ของตนอยู
ก็
ไม่
นิ
ยมรั
คนเช่
นนี
ไว้
ในบ้
าน เพราะเชื่
อว่
าเป็
นคนไม่
ดี
ไม่
มี
ความอดทน อยู
กั
บใครแล้
วจะนํ
าความล่
มจมมาให้
5.5
ศาสนาความเชื่
อและพิ
ธี
กรรม
ชาวอิ
วเมี่
ยนที่
เชื่
อว่
าตนเองสื
บเชื
อสายมาจากเปี
ยน ฮู
ง และที่
ย ั
งไม่
ได้
นั
บถื
อศาสนาคริ
สต์
หรื
อศาสนาอิ
สลามที่
ห้
ามการกราบไหว้
พระเจ้
าอื่
น มั
กจะย ั
งนั
บถื
อลั
ทธิ
ความเชื่
อหลายอย่
างปนเป
กั
น โดยลั
กษณะความเชื่
อและพิ
ธี
กรรมคล้
ายคลึ
งกั
บลั
ทธิ
เต๋
าและขงจื
อของจี
นมากที่
สุ
ด เนื่
องจาก
รู
ปแบบพิ
ธี
กรรมของชาวอิ
วเมี่
ยนส่
วนใหญ่
เลี
ยนแบบมาจากชาวจี
นในแถบมณฑลกวางตุ
งเมื่
ประมาณแปดร้
อยถึ
งหนึ
งพั
นปี
ก่
อนหน้
านี
โดยเฉพาะภายหลั
งการอพยพข้
ามทะเลสาบตงตี
งใน
มณฑลฮู
หนานของกลุ ่
มอิ
วเมี่
ยนที่
เป็
นกลุ ่
มใหญ่
ที่
ในเวลาต่
อมาได้
อพยพเข้
ามาในพื
นที่
มณฑล
กวางตุ
ง มณฑลกวางสี
มณฑลยู
นนาน จนอพยพมาถึ
งประเทศเวี
ยดนาม ประเทศลาว ประเทศไทย
และประเทศสหรั
ฐอเมริ
กา ล้
วนแล้
วแต่
ยอมรั
บเอารู
ปแบบพิ
ธี
กรรมของลั
ทธิ
เต๋
าที่
มี
การผสมผสาน
กั
บการกราบไหว้
เปี
ยน ฮู
ง ปรั
ชญาของลั
ทธิ
ขงจื
อและราชนามของจั
กรพรรดิ
ราชวงศ์
ต่
างๆเข้
ด้
วยกั
น โดยตั
งเป็
นเทพเจ้
าบ้
าง ผู
วิ
เศษบ้
าง บางที
ดู
เหมื
อนชาวอิ
วเมี่
ยนจะย ํ
าเกรงสิ
งที่
เคยมี
ชี
วิ
มากกว่
าสิ
งที่
มี
ชี
วิ
ตอยู
ในขณะนั
น ขงจื
อสอนให้
คนมี
ใจอนุ
รั
กษ์
นิ
ยมรั
กษาจารี
ตประเพณี
มรรยาททาง
สั
งคม ส่
วนลั
ทธิ
เต๋
าสอนให้
ย ํ
าเกรงสิ
งที่
อยู
เหนื
อธรรมชาติ
อธิ
บายยาก บางครั
งไม่
มี
จุ
ดเริ
มต้
นและไม่
มี
จุ
ดสิ
นสุ
ด ดั
งคํ
าที่
ชาวอิ
วเมี่
ยนเชื่
อว่
า ก่
อนที่
จะมี
สรรพสิ ่
งเกิ
ดขึ
น สรรพสิ
งก็
ดํ
ารงอยู
ใน เปี
ยน ฮู
เมื่
อ เปี
ยน ฮู
ง ตายแล้
ว แต่
เปี
ยน ฮู
ง ย ั
งดํ
ารงอยู
ในสรรพสิ ่
งที่
ได้
สร้
างขึ
นนั
น สิ
งใดที่
ชาวอิ
วเมี่
ยน
อธิ
บายไม่
ได้
จะอ้
างว่
าเพราะขาดการบั
นทึ
ก แต่
ไม่
ยอมรั
บว่
าขาดความจริ
งขาดความถู
กต้
อง