- 23 -
กลุ
่
มชนหลั
กที่
ได้
นั
บถื
อสื
บทอดลั
ทธิ
ดั
งกล่
าวอยู
่
นอกจากนี
้
แล้
วย ั
งได้
เลี
ยนแบบชาวพุ
ทธด้
วยการ
สร้
างวั
ด “Miu-Biauv” ตามแหล่
งที่
มี
ชุ
มชนหนาแน่
น มี
การอ้
างเอกสิ
ทธิ
์
ที่
ไม่
ต้
องเสี
ยภาษี
ไม่
ต้
องถู
ก
เกณฑ์
แรงงาน มี
อิ
สระเต็
มที่
ในการใช้
ทรั
พยากรป่
าไม้
ทั ่
วทั
้
งภู
เขาทุ
กลู
กในโลกนี
้
นอกจากนี
้
มี
คํ
า
กล่
าวอ้
างว่
าชาวอิ
้
วเมี่
ยนหรื
อกลุ
่
มชนที่
นั
บถื
อ เปี
้
ยน ฮู
่
ง ผ่
านเมื
องไม่
ต้
องคํ
านั
บใคร ข้
าราชการคนใด
จะยึ
ดเอาลู
กเมี
ยชาวอิ
้
วเมี่
ยนไว้
ไม่
ได้
ชาวอิ
้
วเมี่
ยนไม่
สามารถตกเป็
นทาสรั
บใช้
ใครได้
เลย ลั
ทธิ
ความ
เชื่
อดั
งกล่
าวคื
อเหตุ
ผลหลั
กที่
ผลั
กดั
นให้
ชาวอิ
้
วเมี่
ยนอยู
่
ภายใต้
กฎหมายของราชวงศ์
หมิ
งไม่
ได้
ลั
ทธิ
ความเชื่
อของชาวอิ
้
วเมี่
ยนไม่
ใช่
ลั
ทธิ
ความเชื่
อหลั
กของระบบการปกครองประเทศที่
ใช้
เป็
นแกนหลั
กในขณะนั
้
น การที่
ชาวอิ
้
วเมี่
ยนได้
ผนวกเอา เปี
้
ยน ฮู
่
ง เข้
ามาเป็
นพระเจ้
าองค์
สู
งสุ
ดจึ
งขั
ด
กั
บรั
ฐบาลในขณะนั
้
นโดยตรง เป็
นที่
มาของการถู
กเพ่
งเล็
งว่
าอาจก่
อความยุ ่
งยากให้
แก่
ผู
้
ปกครอง จึ
ง
มี
การเปลี่
ยนแปลงกฎเกณฑ์
ไม่
ให้
ชาวอิ
้
วเมี่
ยนหรื
อชนชาติ
อื่
นๆที่
นั
บถื
อ เปี
้
ยน ฮู
่
ง เหมื
อนกั
นมี
ศู
นย์
กลางทางความคิ
ดร่
วมกั
นในพื
้
นราบที่
มี
ผู
้
คนหนาแน่
น แต่
เมื่
อขึ
้
นไปรวมตั
วกั
นบนเทื
อกเขาแล้
ว
ยิ ่
งยากแก่
การควบคุ
มอี
ก ฒ้
อยเอี๋
ยน กล่
าวว่
ามี
การสู
้
รบกั
นบ่
อยครั
้
งเพื่
อไม่
ให้
ชาวอิ
้
วเมี่
ยนตั
้
งวิ
หาร
ของ เปี
้
ยน ฮู
่
ง ในเทื
อกเขา ต่
อมาจึ
งได้
เจรจาตกลงให้
วาดรู
ปภาพมากราบไหว้
แทนรู
ปเคารพในวิ
หาร
ชาวอิ
้
วเมี่
ยนส่
วนมากไม่
ยอมอยู
่
ใต้
กฎเกณฑ์
ดั
งกล่
าวจึ
งได้
ละถิ
่
นฐานได้
มี
คํ
ากล่
าวว่
า “....เมื่
ออยู
่
พื
้
นที่
ห่
างจากผู
้
ปกครองชาวอิ
้
วเมี่
ยนก็
ย ั
งนิ
ยมสร้
างรู
ปเคารพของ เปี
้
ยน ฮู
่
ง จากไม้
มาเป็
น ฮู
่
งฝั ่
ง (Hungh
Fangx)ไว้
ให้
คนในชุ
มชนกราบไหว้
เพราะทุ
กปี
จะมี
วั
นหนึ
่
งที่
ชาวอิ
้
วเมี่
ยนทั
่
วโลกจะประกอบ
พิ
ธี
กรรมสื
บชะตาหมู
่
บ้
าน
โดยมั
กจะตั
้
งไว้
เหนื
อหมู
่
บ้
านเล็
กน้
อยเป็
นที่
คนไปมาได้
สะดวก
แต่
ปั
จจุ
บั
นชาวอิ
้
วเมี่
ยนไม่
มี
ประเทศเป็
นของตนเอง
พิ
ธี
กรรมเหล่
านี
้
คงไม่
มี
ใครทํ
ากั
นแล้
ว...”(แซ้
ง
เฑว่
น.2550)
การไม่
ได้
รั
บความสะดวกเกี่
ยวกั
บระบบความเชื่
อดั
งกล่
าวน่
าจะเป็
นเหตุ
ผลหลั
กของ
การย ้
อนกลั
บขึ
้
นไปบนภู
เขา และมี
การอพยพต่
อไปโดยมี
ภาพวาด “เมี
้
ยนฝั
่
ง” เป็
นสมบั
ติ
ติ
ดตั
ว
พร้
อมกั
บราชโองการกษั
ตริ
ย์
ผิ
งเป็
นใบเบิ
กทางทํ
ากิ
นบนพื
้
นที่
ภู
เขา
2.2.4
การอพยพไปตั
้
งถิ
่
นฐานในประเทศโพ้
นทะเล
ช่
วงปลายของศตวรรษที่
20 เมื่
อเกิ
ดสงครามการเมื
องระหว่
างฝ่
ายคอมมิ
วนิ
สต์
และฝ่
าย
ประชาธิ
ปไตยขึ
้
นในประเทศลาว
ผู
้
นํ
าของชาวอิ
้
วเมี่
ยนบางกลุ ่
มที่
ได้
เข้
าร่
วมกั
บฝ่
ายสหรั
ฐอเมริ
กา
และฝรั ่
งเศส สงครามได้
สร้
างความทุ
กข์
ยากแก่
ชาวอิ
้
วเมี่
ยนในประเทศลาวเป็
นอย่
างมาก มี
การ
เกณฑ์
ชาวอิ
้
วเมี่
ยนไปเข้
าร่
วมสงครามด้
วย จนกระทั
่
งฝ่
ายสหรั
ฐอเมริ
กาได้
พ่
ายแพ้
ในสงคราม ทํ
าให้
ชาวอิ
้
วเมี่
ยนที่
เคยนํ
าโดยเจ้
าน้
อยและเจ้
าหล้
าต้
องอพยพลี
้
ภั
ยเข้
ามาอยู
่
ในศู
นย์
พั
กพิ
งที่
เชี
ยงคํ
า
“...ต่
อมาได้
อพยพไปอยู ่
ในประเทศโพ้
นทะเล อาทิ
เช่
น ประเทศสหรั
ฐอเมริ
กา ประเทศฝรั
่
งเศสใน
แถบตะวั
นตก และประเทศแคนาดา....” (Jess.2002) มี
หลายครอบครั
วที่
ได้
ตั
้
งถิ
่
นฐานในประเทศ
ไทยกั
บชาวอิ
้
วเมี่
ยนในหลายพื
้
นที่
บางส่
วนได้
อพยพย ้
อนกลั
บไปที่
ประเทศลาว โดยเฉพาะในเขต
เมื
องสิ
งห์