Page 29 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

- 21 -
ชาวอิ
วเมี่
ยนในประเทศไทยมั
กจะกล่
าวว่
าพวกตนเคยมี
ราชอาณาจั
กรที่
ปกครองโดย เปี
ยน
ฮู
ง อยู
ที่
เมื
องนานกี
ง เมื่
อเกิ
ดภาวะแห้
งแล้
งกั
นดารผู
คนอดอาหารล้
มตายกั
นมาก แม้
แต่
กษั
ตริ
ย์
ก็
ตาย
เช่
นกั
นจึ
งอพยพข้
ามทะเลมาอยู
ทางตอนใต้
โดยกล่
าวว่
าเข้
ามาตั
งถิ
นแห่
งใหม่
ที่
อยู
มณฑลกวางตุ
เป็
นแห่
งแรกก่
อนที่
จะขยายไปอยู
ในแผ่
นดิ
นจี
นตอนใต้
หลายมณฑลในเวลาต่
อมา
Jacques
Lemoine กล่
าวว่
....ในช่
วงศตวรรษที่
14 ภายหลั
งสงครามการเมื
อง ในสมั
ยของราชวงศ์
หมิ
Hong Wu
ประมาณปี
ค.ศ. 1386-7 ความแห้
งแล้
งของแผ่
นดิ
นได้
ผลั
กดั
นให้
พวกเขาต้
องออกจาก
เทื
อกเขาใน ChecKiang จากนั
นไปค้
นหาดิ
นแดนแห่
งใหม่
ที่
อุ
ดมสมบู
รณ์
กว่
าจึ
งข้
ามไปถึ
งมณฑล
กวางตุ
ง ไปตามแม่
นํ
า Peiching จนได้
ไปตั
งถิ
นฐานอยู
บนเทื
อกเขาของอํ
าเภอ Shaochow และ Lo
Chang จากพื
นที่
บริ
เวณนั
นพวกเขาได้
อพยพไปสู
มณฑลหู
หนานทางเหนื
อ มณฑลกุ
ยโจว มณฑล
กวางสี
และมณฑลยู
นนาน….”( Jacques.1983) ชาวอิ
วเมี่
ยนในประเทศไทยกล่
าวถึ
งความเชื่
อเทพเจ้
สามดาวก็
มี
การเริ ่
มต้
นมาจากการข้
ามทะเลครั
งนี
เนื่
องจากติ
ดค้
างอยู
ในทะเลจึ
งได้
บนบานสิ
ศั
กดิ
สิ
ทธิ
ให้
ช่
วยเหลื
อ เมื่
อสามารถขึ
นฝั ่
งได้
สํ
าเร็
จก็
เลยนั
บถื
อเทพเจ้
าสามดาวตลอดมา
2.2.2 กลุ
มที่
เชื่
อว่
าอพยพข้
ามทะเลสาบตงติ
งในมณฑลฮู
หนานสู
ทางใต้
แนวคิ
ดที่
สองนี
เป็
นแนวคิ
ดการค้
นคว้
าทางมนุ
ษย์
ศาสตร์
และสั
งคมศาสตร์
โดยการศึ
กษา
จากรากเดิ
มทางภาษาของชาวอิ
วเมี่
ยนแล้
วเห็
นว่
ชนชาติ
อิ
วเมี่
ยนไม่
น่
าจะมี
ถิ ่
นกํ
าเนิ
ดอยู
ที่
เมื
อง
นานกี
งอย่
างที่
ชาวอิ
วเมี่
ยนเชื่
อถื
อกั
น นั
กวิ
ชาการกลุ
มนี
นํ
าโดย H.J.Wiens นั
กมนุ
ษย์
ศาสตร์
และ
ภาษาศาสตร์
ได้
โต้
แย ้
งว่
า “…เริ
มแรกชาวอิ
วเมี่
ยนนั
นมี
ถิ
นกํ
าเนิ
ดบริ
เวณตอนกลางของแม่
นํ
าแยงซี
ต่
อมาได้
อพยพลงมาอยู
บริ
เวณแม่
นํ
า Hsi ในช่
วงสมั
ยของจั
กรพรรดิ
Tang Hsi-Tung (ค.ศ. 874-884)
ชนพื
นเมื
องของที่
นี่
คื
อชนชาติ
จ้
วง...”(
Chob
.1997)
การข้
ามทะเลสาบตงติ
งลงมาทางใต้
ดาเนี
ยล อาริ
ซาวา นั
กภาษาศาสตร์
ได้
เคยให้
ข้
อสั
งเกต
แก่
ผู
วิ
จั
ยว่
าแนวความคิ
ดที่
สองนี
เป็
นที่
ยอมรั
บของนั
กภาษาศาสตร์
ส่
วนมาก โดยดู
จากสายสั
มพั
นธ์
ทางภาษาแล้
ว ภาษาอิ
วเมี่
ยนน่
าจะมี
แหล่
งกํ
าเนิ
ดอยู
ในบริ
เวณตอนกลางของประเทศจี
น ได้
อพยพ
ข้
ามทะเลสาบลงมาทางใต้
ไม่
ใช่
ทะเลใหญ่
อย่
างที่
ชาวอิ
วเมี่
ยนในประเทศไทย เวี
ยดนามและลาวเล่
สื
บต่
อกั
นมา เนื่
องจากคํ
าว่
า “พิ
ว ยิ ่
ว เจี๋
ย ค้
อย” นี
คํ
าว่
า “ค้
อย” อาจหมายถึ
งทะเลหรื
อทะเลสาบก็
ได้
สํ
าหรั
บชาวอิ
วเมี่
ยนคํ
านี
ไม่
แยกให้
ชั
ดเจนอย่
างในภาษาไทย(Arisawa.2006:175-185)
แต่
ไม่
ว่
าจะ
อย่
างไรโดยใจความหลั
กก็
คื
อการอพยพลงมาสู
ทางใต้
และเข้
าสู
มณฑลกวางตุ
งเช่
นกั
น เรื่
องการข้
าม
ทะเลหรื
อทะเลสาบสํ
าหรั
บชาวอิ
วเมี่
ยนบางกลุ ่
มในมณฑลฮู
หนาน กล่
าวว่
าพวกตนไม่
มี
เรื่
องราว
เกี่
ยวกั
บการอพยพข้
ามทะเลหรื
อทะเลสาบเหมื
อนกั
บที่
ชาวอิ
วเมี่
ยนในประเทศเวี
ยดนาม
ลาวและ
ไทย
โดยความเห็
นส่
วนตั
วของผู
วิ
จั
ย เชื่
อว่
าชาวอิ
วเมี่
ยนน่
าจะมี
แหล่
งกํ
าเนิ
ดอยู
บริ
เวณตอนกลาง
ของประเทศจี
นใกล้
กั
บแม่
นํ
าแยงซี
และเคลื่
อนย ้
ายถิ
นฐานไปมาระหว่
างมณฑลที่
อยู
ใกล้
เคี
ยงกั
นใน
แถบนั
น จนกระทั ่
งได้
ไปตั
งถิ ่
นฐานใกล้
กั
บมณฑลเชกเกี
ยงและเมื
องนานกี
ง กลุ
มที่
อยู
ใกล้
กั
บชายฝั ่