Page 27 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

- 19 -
ชาติ
จึ
งทราบว่
า ชาวอิ
วเมี่
ยนมี
การนั
บประวั
ติ
การกํ
าเนิ
ดโลกและมนุ
ษย์
ย ้
อนกลั
บไปในอดี
หลายหมื่
นปี
มี
เหตุ
การณ์
เกี่
ยวกั
บกํ
าเนิ
ดเทพเจ้
าทั
งหลาย การสร้
างมนุ
ษย์
โดยเทพเจ้
าแต่
ละองค์
การที่
เทพเจ้
าดวงอาทิ
ตย์
เกิ
ดลู
กหลายดวงพร้
อมกั
น ทํ
าให้
รั
ศมี
ของลํ
าแสงส่
องที่
โลกมนุ
ษย์
จนเกิ
ดไฟไหม้
ทรั
พยากรธรรมชาติ
ของโลก นํ
ามาซึ
งตํ
านานวี
ระบุ
รุ
ษผู
กู
โลกจากดวงอาทิ
ตย์
ด้
วยธนู
เมื่
อขณะที่
กํ
าลั
งยิ
งดวงอาทิ
ตย์
ทั
งหลายอยู
นั
น มี
อยู
ดวงหนึ
งได้
รั
บบาดเจ็
บตกลงไปในพงหญ้
า(ชนิ
ดหนึ
ง) จึ
เหลื
อรอดมาเพี
ยงดวงเดี
ยวแล้
วส่
องแสงมาย ั
งโลกจนถึ
งทุ
กวั
นนี
มนุ
ษย์
ในสมั
ยนั
นดู
จะมี
อิ
ทธิ
ฤทธิ
เหนื
อกว่
าเทพเจ้
าทั
งหลาย คอยรบกวนเทพเจ้
าอยู
ตลอดเวลา “เหวิ
น ธาง” ได้
จั
บ “บะ อง” เทพเจ้
แห่
งลม ฝน ที่
เกิ
ดฟ้
าผ่
าลงมาย ั
งโลก จึ
งมี
ปรากฏการณ์
“บยู
ง ซุ
ย อิ
ม” (mbiungc-suiv imx) เป็
ตํ
านานเกี่
ยวกั
บนํ
าท่
วมโลกแล้
วเหลื
อมนุ
ษย์
รอดมาเพี
ยงสองพี่
น้
องชื่
อ ฟุ
เฮย กั
บ เฒ้
ย มุ
ย (Fuqc Hei,
Zeiv Muic) ภายหลั
งจากนํ
าท่
วมโลกแล้
ว เป็
นยุ
คของมนุ
ษย์
ที่
เกิ
ดจากสองพี่
น้
องนี
โดยตั
งครรภ์
และ
คลอดลู
กออกมาเป็
นฟั
กเขี
ยว จากนั
นผ่
าฟั
กเขี
ยวมาเอาเนื
อฟั
กเขี
ยวหว่
านขึ
นบนภู
เขาเกิ
ดเป็
นอิ
วเมี่
ยน
เอาเมล็
ดหว่
านลงพื
นราบกลายเป็
นชนชาติ
ทั
งหลายที่
สื
บทอดติ
ดต่
อกั
นมาจนถึ
งปั
จจุ
บั
นนี
เหมื
อนว่
เป็
นเรื่
องราวทํ
านองเดี
ยวกั
นกั
บลั
ทธิ
ความเชื่
อของหลายชนชาติ
ที่
เชื่
อว่
าครั
งหนึ
งนํ
าเคยท่
วมโลกมา
ก่
อน แต่
ทว่
าทั
ศนะของชาวอิ
วเมี่
ยนต่
อการกํ
าเนิ
ดโลกและจั
กรวาลก็
มี
เค้
าโครงเป็
นอย่
างเดี
ยวกั
นกั
ชาวจี
นที่
มี
หลายลั
ทธิ
หรื
อมี
การผสมผสานระหว่
างสองสามแนวคิ
ดมารวมกั
ประธานสภาที่
ปรึ
กษาอาวุ
โสบ้
านผาลั
งได้
ให้
ทั
ศนะไว้
ว่
า “....ในยุ
คแรกๆ เปี
ยน ฮู
ง (ผู
เป็
ต้
นกํ
าเนิ
ดของจั
กรวาล) ให้
กํ
าเนิ
ดตนเองขึ
นมาด้
วยตนเอง ก่
อนหน้
า เปี
ยน ฮู
ง เกิ
ดขึ
นมานั
นย ั
งไม่
มี
เวลากลางวั
นหรื
อกลางคื
น ไม่
มี
แผ่
นดิ
นหรื
อมนุ
ษย์
ต่
อมาท่
านจึ
งได้
ให้
กํ
าเนิ
ดเทพเจ้
าองค์
ต่
างๆขึ
นมา
ช่
วยกั
นสร้
างโลก มนุ
ษย์
และสิ
งต่
างๆ รวมทั
งทํ
าหน้
าที่
ควบคุ
มความเป็
นไปในโลก...” เรื่
องเล่
าของ
ตํ
านานกั
บหลั
กฐานทางประวั
ติ
ศาสตร์
ในเอกสาร เกี
ย เซ็
น ป๋
อง ไม่
สอดคล้
องกั
น ตํ
านานกล่
าวว่
มนุ
ษยชาติ
เกิ
ดมาจาก ฟุ
เฮย กั
บ เฒ้
ย มุ
ย พร้
อมกั
นโดยแยกกั
นตามถิ
นที่
อยู
และในเอกสารเกี
ย เซ็
ป๋
อง กล่
าวว่
าหลั
งจากมี
มนุ
ษย์
บนโลกมี
การก่
อตั
งราชอาณาจั
กรของคนจี
นแล้
ว พร้
อมทั
งมี
อาณาจั
กร
อื่
นที่
ต่
อต้
านท้
าทายอํ
านาจกั
นอยู
แล้
ว “หล่
ง ช้
วน” ซึ
งเป็
นเทวดาในสวรรค์
จึ
งให้
ภรรยามาเกิ
ดเป็
มนุ
ษย์
อยู
ในวั
งของ “แป้
งฮู
ง” ส่
วนตนเองเกิ
ดเป็
นสั
ตว์
เดรั
ชฉานมี
ฉายาว่
า “สุ
นั
ขมั
งกร” ในสอง
ฐานข้
อมู
ลมี
ความขั
ดแย ้
งกั
นอยู
คื
อต่
างอ้
างว่
ามี
อิ
วเมี่
ยนถื
อกํ
าเนิ
ดขึ
นมาในยุ
คของทั
งสอง
แนวความคิ
ดแรกไม่
มี
หลั
กฐานยื
นย ั
นเท่
ากั
บฐานข้
อมู
ลที่
สองที่
อ้
างถึ
งการเกิ
ดอิ
วเมี่
ยนสิ
บสองเผ่
เอกสารเกี
เซ็
ป๋
อง
เป็
นเอกสารที่
นั
กวิ
ชาการใช้
อ้
างถึ
งอย่
างมากในการกล่
าวถึ
ประวั
ติ
ศาสตร์
อิ
วเมี่
ยน เอกสารเรื่
องเดี
ยวกั
นนี
มี
หลายฉบั
บด้
วยกั
น ฉบั
บที่
พบในประเทศไทยส่
วน
ใหญ่
ทํ
าการคั
ดลอกมาจากฉบั
บที่
ทํ
าขึ
นในปี
ค.ศ.1260 ฉบั
บนี
มี
เรื่
องราวเกี่
ยวกั
บต้
นกํ
าเนิ
ดของเผ่
พ่
านฮู
ว่
า เป็
นลู
กสุ
นั
ขห้
าสี
ได้
คํ
าอธิ
บายมาจาก มา ต้
วน ลิ
น ในศตวรรษที่
14 ก่
อนหน้
าศตวรรษที่
14
ไม่
ได้
มี
คํ
าอธิ
บายคํ
าว่
า “หล่
ง ช้
วน” เป็
นสุ
นั
ขห้
าสี
ฉบั
บที่
ทํ
าขึ
นในศตวรรษที่
13 นี
มี
การคั
ดลอก
ให้
แก่
ชาวอิ
วเมี่
ยนหลายกลุ
ม ปั
จจุ
บั
นย ั
งพบว่
ามี
การอ้
างถึ
งอยู
นอกจากนี
มี
ฉบั
บที่
ทํ
าขึ
นสมั
ยราชวงศ์