- 18 -
เป็
นพระเจ้
าองค์
แรกในจั
กรวาล เหมื
อนเมื่
อสมั
ยที่
เรี
ยกว่
า “ชนเผ่
าเปี
้
ยนฮู
่
ง” และปั
จจุ
บั
นไม่
ใช่
เย ้
าทุ
ก
กลุ
่
มภาษาที่
รวบรวมไว้
ในชาติ
พั
นธุ
์
เย ้
าในภาษาจี
นจะนั
บถื
อ เปี
้
ยน ฮู
่
ง เมื่
อสมั
ยที่
เรี
ยกว่
า “พ่
าน ฮู
จู
๋
”
เล็
งถึ
งกลุ
่
มชนที่
นั
บถื
อพระเจ้
าเปี
้
ยน ฮู
่
ง เป็
นองค์
พระผู
้
สร้
าง ปั
จจุ
บั
นชาวอิ
้
วเมี่
ยนหลายคนได้
ไปนั
บ
ถื
อศาสนาอิ
สลาม ศาสนาคริ
สต์
ศาสนาพุ
ทธนิ
กายต่
างๆ รวมถึ
งลั
ทธิ
ความเชื่
ออื่
นๆที่
เกิ
ดขึ
้
นใน
แผ่
นดิ
นจี
น เช่
นลั
ทธิ
เต๋
าเผ่
า ลั
ทธิ
ขงจื
้
อ กลุ
่
มที่
นั
บถื
อศาสนาอิ
สลามกั
บศาสนาคริ
สต์
ได้
เลิ
กเชื่
อว่
า
เปี
้
ยน ฮู
่
ง เป็
นพระเจ้
าไปแล้
วและไม่
สนใจที่
จะอ้
างสิ
ทธิ
ตามราชโองการผิ
งดั
งกล่
าวอี
ก คํ
าเรี
ยกขาน
ชนชาติ
ไปผู
กติ
ดอยู
่
กั
บสมั
ยโบราณที่
คนอื่
นเรี
ยกชนชาติ
นั
้
นด้
วยเหตุ
ผลต่
างๆกั
น ในสมั
ยยุ
คกลาง
และยุ
คก่
อนยุ
คสมั
ยใหม่
ไม่
ได้
ใช้
ในมุ
มมองของชาวอิ
้
วเมี่
ยนเอง เป็
นแต่
คํ
าที่
คนในเผ่
าอื่
นใช้
เรี
ยกและ
บางครั
้
งมี
ความหมายที่
ไม่
สุ
ภาพ สร้
างความน้
อยเนื
้
อตํ
่
าใจให้
แก่
ชาวอิ
้
วเมี่
ยน ดั
งที่
อาจารย์
ทาหฒุ
โร ดาเนี
ยล อาริ
ซาวา นั
กภาษาศาสตร์
ได้
รวบรวมคํ
าเรี
ยกต่
างๆ ทั
้
งรู
ปแบบการเขี
ยนในยุ
คต่
างๆและ
ความหมายของคํ
าศั
พท์
เอาไว้
เราจะพบว่
าส่
วนมากมี
ความหมายที่
ไม่
ดี
(Arisawa.2006:175-176) เช่
น
คํ
าว่
าพวกด้
อยพั
ฒนาหรื
อชนป่
าเถื่
อนหรื
อคนนอกภาษี
บ้
าง(เกณฑ์
แรงงานไม่
ได้
) แต่
ละชื่
อมี
การใช้
เรี
ยกกั
นเป็
นเวลาหลายร้
อยปี
คํ
าเรี
ยกที่
ยาวนานที่
สุ
ดคื
อคํ
าว่
า มาน ส่
วนคํ
าที่
มี
คนรู
้
จั
กมากที่
สุ
ดคื
อคํ
า
ว่
า เย ้
า ที่
เป็
นคํ
าตั
ดของ มอเย ้
า เนื่
องจากชาวตะวั
นตกเข้
ามาในประเทศตะวั
นออกแล้
ว เรี
ยกตามคน
จี
นในประเทศต่
างๆโดยไม่
ทราบความหมายที่
แฝงอยู
่
ของคํ
าเรี
ยกนี
้
จนกระทั ่
งล่
าสุ
ดเพิ
่
งมี
การใช้
ตั
วอั
กษรใหม่
ในการระบุ
คํ
าเรี
ยกชนชาติ
นี
้
ซึ
่
งมี
ความหมายว่
าหยกหรื
อหิ
นมี
ค่
า ผู
้
วิ
จั
ยเห็
นเหตุ
อั
น
สมควรที่
จะใช้
คํ
าว่
าอิ
้
วเมี่
ยนเรี
ยกขานชนกลุ
่
มที่
จะดํ
าเนิ
นการวิ
จั
ยอยู
่
นี
้
เนื่
องจากผู
้
วิ
จั
ยได้
ดํ
าเนิ
นการ
วิ
จั
ยสํ
ารวจในเบื
้
องต้
นแล้
ว พบว่
าในประเทศไทยไม่
มี
กลุ ่
มกิ
มมุ
น กลุ ่
มบั
วมิ
นและกลุ
่
มย ั
วมิ
นตั
้
ง
ชุ
มชนอาศั
ยอยู
่
ด้
วยแต่
ประการใด การเรี
ยกว่
า อิ
้
วเมี่
ยน จึ
งเป็
นการครอบคลุ
มเพี
ยงพออยู
่
แล้
ว ถ้
า
ไม่
อย่
างนั
้
นชาวอิ
้
วเมี่
ยนนอกจากเป็
นสุ
นั
ขในสายตาของใครหลายคนแล้
วย ั
งเป็
นคนป่
าเถื่
อน คนไร้
การศึ
กษาอี
กด้
วย และคนที่
เชื่
อเช่
นนั
้
นย่
อมเชื่
อว่
าบรรพบุ
รุ
ษของตนมาจากลิ
งเช่
นกั
น เนื่
องจากความ
เชื่
อที่
ว่
าสั
ตว์
จะตกลู
กเป็
นคนได้
นั
้
นเป็
นความคิ
ดของนั
กวิ
ทยาศาสตร์
และนั
กจิ
นตนาการเพ้
อฝั
นที่
พยายามปกปิ
ดความไม่
รู
้
จริ
งของตนเอง
ด้
วยการผลั
กภาระไปให้
พวกเทพเจ้
าเป็
นแหล่
งที่
มาของ
คํ
าอธิ
บายการกํ
าเนิ
ดมนุ
ษยชาติ
แต่
ทฤษฎี
ที่
เคยเชื่
อกั
นมาว่
ามนุ
ษย์
มี
วิ
วั
ฒนาการมาจากลิ
งนั
้
น เดี๋
ยวนี
้
เขาไม่
เชื่
อกั
นแล้
ว
2. แหล่
งกํ
าเนิ
ดและเส้
นทางการอพยพ
2.1 แหล่
งกํ
าเนิ
ดชนชาวอิ
้
วเมี่
ยน
ชาวอิ
้
วเมี่
ยนได้
แบ่
งการกํ
าเนิ
ดมนุ
ษย์
ชาติ
ไว้
หลายยุ
ค พวกผู
้
นํ
าพิ
ธี
กรรมจะต้
องท่
องในพิ
ธี
“กว๋
า ตั
ง” หรื
อพิ
ธี
ศพเมื่
อต้
องสวดส่
งวิ
ญญาณผู
้
ตายไปสู
่
ภพหน้
า ผู
้
วิ
จั
ยได้
ไปเสนอขอให้
นายเลาแสง แซ่
พร่
าน ประธานสภาที่
ปรึ
กษาอาวุ
โสหมู
่
บ้
านผาลั
้
ง อ่
านตํ
านานการกํ
าเนิ
ดโลกที่
ท่
าน
ได้
คั
ดลอกไว้
หนึ
่
งฉบั
บ ท่
านอ่
านและอธิ
บายให้
ฟั
งเพื่
อศึ
กษาถึ
งแนวคิ
ดการอธิ
บายการกํ
าเนิ
ดมนุ
ษย์