- 17 -
นอกจากนี
้
ในการสื่
อสารทางวิ
ชาการนั
กมนุ
ษย์
ศาสตร์
หรื
อสั
งคมศาสตร์
ได้
เห็
นพ้
องกั
นว่
า
ควรจะ
เรี
ยกชื่
อกลุ
่
มชาติ
พั
นธุ
์
ต่
างๆตามคํ
าเรี
ยกที่
คนชาติ
พั
นธุ
์
นั
้
นใช้
เรี
ยกตนเอง
ผู
้
วิ
จั
ยได้
สอบถามถึ
งความปรารถนาของชาวอิ
้
วเมี่
ยนในพื
้
นที่
ดํ
าเนิ
นการวิ
จั
ยแล้
ว ส่
วนมาก
ไม่
เข้
าใจความหมายของคํ
าว่
า เย ้
า ไม่
รู
้
แปลว่
าอะไรได้
บ้
าง ทุ
กคนที่
มี
อายุ
ประมาณสามสิ
บปี
ขึ
้
นไป
จะทราบว่
าพวกตนนั
้
นสื
บเชื
้
อสายมาจาก เปี
้
ยน ฮู
่
ง และชอบเรี
ยกตนเองว่
าอิ
้
วเมี่
ยนหรื
อเมี่
ยน การใช้
คํ
าว่
าเมี่
ยนเฉยๆ มั
กจะเป็
นการพู
ดในลั
กษณะที่
ไม่
เป็
นทางการไม่
เน้
นกลุ
่
มเป้
าหมายในการสนทนา
คํ
าว่
า เมี่
ยน (Mienh) โดยบริ
บทแล้
วเน้
นไปในทางคนนั
้
นคนนี
้
ย ั
งไม่
ใช่
มนุ
ษย์
โลกเสี
ยที
เดี
ยว เวลาจะ
กล่
าวถึ
งมวลมนุ
ษยชาติ
จะใช้
คํ
าว่
า “เมี่
ยน-ม่
าน” (Mienh Maanc) ส่
วนคํ
าว่
ามนุ
ษย์
โลก จะใช้
คํ
าว่
า
“ป้
าม-เมี่
ยน” (Baamh Mienh) คํ
าว่
ามนุ
ษย์
ทั
้
งหลายทุ
กหมู
่
เหล่
าใช้
คํ
าว่
า “ม่
าน เมี่
ยน” (Maanc Mienh)
คํ
าว่
าพี่
น้
องใช้
คํ
าว่
า “เมี่
ยน หมั
ว” (Mienh Muoz) และจั ๋
น (Janx) หมายถึ
งมนุ
ษยชาติ
เผ่
าพั
นธุ
์
อื่
น
ทั
้
งหมด และบางครั
้
งรวมถึ
งคนในเชื
้
อสายโลหิ
ตเดี
ยวกั
นกั
บอิ
้
วเมี่
ยนแต่
ไม่
นั
บถื
อ เปี
้
ยน ฮู
่
ง เป็
นพระ
เจ้
าด้
วย เช่
นเวลาที่
เรี
ยกมุ
สลิ
มว่
า “จั ๋
น โห๋
ว ฒู
้
” (Janx Houx-Zuv) เรี
ยกพวกคริ
สเตี
ยนว่
า “เสี
ยน จั ๋
น”
(Sienx Janx) หรื
อใส่
ชื่
อ พระเยซู
ลงไปแทนคํ
าว่
า จั ๋
นไปเลยก็
มี
การไม่
นั
บถื
อ เปี
้
ยน ฮู
่
ง เป็
นพระเจ้
า
องค์
พระผู
้
สร้
างสํ
าหรั
บชาวอิ
้
วเมี่
ยนแล้
วถื
อว่
าเป็
นการตั
ดญาติ
ขาดมิ
ตรจากความเป็
นเผ่
าอิ
้
วเมี่
ยนกั
น
ไปเลยและผู
้
ที่
ไม่
กราบไหว้
ผี
บรรพชนชาวอิ
้
วเมี่
ยนถื
อว่
าไม่
มี
ความกตั
ญ�ู
กตเวที
การไม่
เลี
้
ยงดู
พ่
อ
แม่
ย ั
งไม่
เสี
ยความเป็
นมนุ
ษย์
“เมี่
ยน” แต่
การไม่
เลี
้
ยงผี
บรรพบุ
รุ
ษเป็
นการขาดจากความเป็
น
อิ
้
วเมี่
ยนทางวิ
ญญาณ เป็
นการแสดงถึ
งทั
ศนคติ
การนั
บพวกที่
ชั
ดเจนและไม่
มี
การประนี
ประนอม
เช่
นเดี
ยวกั
นการที่
มี
บางคนไปเรี
ยกชาวอิ
้
วเมี่
ยนด้
วยชื่
ออย่
างอื่
น
สํ
าหรั
บชาวอิ
้
วเมี่
ยนแล้
ว
พวกเขาไม่
รู
้
สึ
กว่
าผู
้
กล่
าวกํ
าลั
งสนทนากั
บพวกเขา เพราะคํ
าว่
า เย ้
า เป็
นการเรี
ยกแบบรวมๆเหมื
อนคํ
า
ว่
า
ชาวเอเชี
ย
ซึ
่
งไม่
ระบุ
สั
ญชาติ
ให้
ชั
ดเจนก็
ไม่
ทราบว่
าหมายถึ
งประเทศใดอย่
างเฉพาะเจาะจง
หมายถึ
งทุ
กประเทศในทวี
ปเอเชี
ยก็
ได้
หรื
อชาวทวี
ปเอเชี
ยคนใดคนหนึ
่
งก็
ได้
เช่
นกั
น ในทางตรงกั
น
ข้
ามบางคนกลั
บเข้
าใจว่
าเขากํ
าลั
งถู
กด่
า ถู
กตํ
าหนิ
จากผู
้
ที่
สนทนาด้
วยในทํ
านองที่
เสี
ยหาย ดั
งนั
้
น
ในแต่
ละยุ
คมั
กเรี
ยกชื่
อแตกต่
างกั
น แม้
ว่
าจะเขี
ยนแตกต่
างกั
นแต่
ก็
ล้
วนเล็
งถึ
งลู
กหลานของ “เปี
้
ยน
ฮู
่
ง” (Bienh Hungh) ประมาณสามร้
อยปี
ก่
อนคริ
สตกาลชาวจี
นเรี
ยกว่
า “ พ่
าน ฮู
จู
๋
” ล่
าสุ
ดทางการจี
น
เรี
ยกว่
า “เหย๋
า จู
๋
” (
瑶族
,
Yáo zú
) นั
กวิ
ชาการไทยส่
วนใหญ่
จึ
งเรี
ยกว่
า “เย ้
า” ตามแบบที่
ชาวยุ
โรป
ใช้
เรี
ยกกั
น ตามความเห็
นของผู
้
วิ
จั
ยเองแล้
วควรที่
จะเรี
ยกชาวอิ
้
วเมี่
ยนว่
า “อิ
้
วเมี่
ยน” เพราะปั
จจุ
บั
น
ชาวอิ
้
วเมี่
ยนไม่
จํ
าต้
องใช้
เกี
ย เซ็
น ป๋
อง เป็
นหนั
งสื
ออนุ
ญาตเดิ
นทางข้
ามเขตเขาอี
กแล้
ว ประกาศิ
ต
ของราชโองการผิ
งไม่
สามารถใช้
บั
งคั
บแก่
ประเทศทั
่
วโลก ที่
ทํ
าให้
ชาวอิ
้
วเมี่
ยนหรื
อเย ้
าทุ
กกลุ
่
มภาษา
สามารถขอยกเว้
นภาษี
ที่
ต้
องจ่
ายให้
แก่
รั
ฐ หรื
ออิ
สรภาพการเปิ
ดพื
้
นที่
ทํ
ากิ
นแบบไร่
เลื่
อนลอยก็
เป็
น
การขั
ดต่
อหลั
กความเป็
นจริ
งในปั
จจุ
บั
น เรื่
องราวเกี่
ยวกั
บเอกสิ
ทธิ
์
ทั
้
งหลายใน เกี
ย เซ็
น ป๋
อง ใช้
เป็
น
หลั
กฐานว่
าชาวอิ
้
วเมี่
ยนหรื
อชาวเย ้
าบางกลุ
่
มมี
บรรพบุ
รุ
ษชื่
อว่
า หล่
ง ช้
วน ที่
ได้
รั
บการขนานนามว่
า
“เปี
้
ยน ฮู
่
ง” ที่
ไปพ้
องกั
บพระนามของพระเจ้
าองค์
ที่
ชนเผ่
าโบราณทั
้
งหลายเชื่
อว่
าเป็
นองค์
พระผู
้
สร้
าง