- 15 -
ในการข้
ามทะเลครั
้
งนี
้
อิ
้
วเมี่
ยนอพยพเพื่
อแสวงหาดิ
นแดนใหม่
ที่
ดี
กว่
าเดิ
ม แต่
สิ ่
งหนึ
่
งที่
ต้
อง
สู
ญเสี
ยไปก็
คื
อพวกเขาเป็
นผู
้
อพยพมาใหม่
ไร้
แผ่
นดิ
นที่
จะอยู
่
ในแถบพื
้
นราบเพราะดิ
นแดนแถบนี
้
ชนชาติ
ใหญ่
อย่
างจ้
วง ม้
ง ครอบครองอยู
่
ก่
อนแล้
ว พวกเขาย ั
งเป็
นลู
กแห่
งภู
เขาเช่
นเดิ
ม การกระจั
ด
กระจายนั
้
นเกิ
ดจากปั
ญหาภายในอิ
้
วเมี่
ยนหรื
อเกิ
ดจากความจํ
าเป็
นเรื่
องพื
้
นที่
ทํ
ากิ
นก็
ไม่
ชั
ดเจน ในคํ
า
บอกเล่
าของชาวอิ
้
วเมี่
ยนในพื
้
นที่
ตํ
าบลห้
วยชมภู
กล่
าวว่
า “....เมื่
อนั
้
นติ
ดค้
างอยู
่
ในทะเลหลายวั
นแล้
ว
ก็
ย ั
งหาทางขึ
้
นฝั
่
งไม่
ได้
ได้
มี
การบนบานสิ
่
งศั
กดิ
์
สิ
ทธิ
์
ให้
ช่
วยพาขึ
้
นฝั ่
ง เมื่
อขึ
้
นฝั ่
งได้
แล้
วมี
อิ
้
วเมี่
ยน
บางส่
วนได้
อพยพขึ
้
นฝั ่
งไปก่
อนแล้
ว กลุ
่
มที่
มาที
หลั
งได้
ขอให้
ร่
วมกั
นแก้
บน แต่
กลุ
่
มที่
มาถึ
งก่
อนอ้
าง
ว่
าไม่
ได้
บนก็
ไม่
ต้
องแก้
จึ
งไม่
ยอมร่
วมแก้
บน .... กลุ ่
มที่
ไม่
ยอมร่
วมการแก้
บนได้
ตกทะเลตาย
หมดแล้
ว...”(
ฒ้
อยเอี๋
ยน.2550
)
และในขณะที่
ขึ
้
นฝั ่
งต่
างคนต่
างก็
ขึ
้
นฝั ่
งตามที่
เรื
อจะไปถึ
งฝั
่
ง
เมื่
อ
ระหว่
างเตรี
ยมแก้
บนก็
เกิ
ดความบาดหมางกั
นขึ
้
น
จึ
งแบ่
งเป็
นหลายกลุ
่
มหลายก๊
ก
ต่
างคนต่
าง
ประกอบพิ
ธี
กรรม เหมื
อนกั
นบ้
างต่
างกั
นบ้
างตามแต่
จะคิ
ดกั
นได้
หลั
งจากอพยพข้
ามทะเลสาบลงมาทางใต้
แล้
ว
ได้
ตั
้
งรกรากอยู
่
บนเทื
อกเขา
ในแคว้
น
Shaochow, Lo Chang ในภายหลั
งถึ
งปั
จจุ
บั
นพบชาวอิ
้
วเมี่
ยนอาศั
ยอยู
่
ในมณฑลฮู
หนาน มณฑลกุ
้
ย-
โจว มณฑลกวางสี
และมณฑลยู
นนาน คํ
าเรี
ยกว่
าเย ้
าเป็
นคํ
าที่
ใช้
ในอั
กษรจี
นอย่
างแพร่
หลายในยุ
ค
ต่
อมา ชาวจี
นส่
วนมากจะเรี
ยกชาวอิ
้
วเมี่
ยนว่
าเย ้
า ก่
อนปี
ค.ศ. 1949 อั
กษรตั
วที่
ใช้
เขี
ยนคํ
าว่
า Yao Zhu
มี
ความหมายที่
ไม่
ดี
เอกสารทางวิ
ชาการฉบั
บแรกที่
ใช้
คํ
าว่
า “เย ้
า”เรี
ยกชนชาติ
อิ
้
วเมี่
ยนในประเทศ
ไทยคื
อ เอกสารที่
ชื่
อ “Serveying and Exploring in Siam”(
McCarthy. 1994;1997
)เป็
นหนั
งสื
อที่
กล่
าวถึ
งการสํ
ารวจเพื่
อเขี
ยนแผนที่
ให้
แก่
ประเทศไทยเมื่
อปี
ค.ศ.1884 ได้
ใช้
คํ
าว่
า Yao อาศั
ยอยู
่
ใน
เขตเมื
องน่
าน บริ
เวณเมื
องเทิ
ง เชี
ยงคํ
า ไปถึ
งเชี
ยงของ ขณะนั
้
นเมื
องน่
านย ั
งเป็
นผู
้
ดู
แลปกครองเชี
ยง
ของ และจากนั
้
นเป็
นต้
นมานั
กวิ
ชาการไทยก็
เรี
ยกชาวอิ
้
วเมี่
ยนว่
า “เย ้
า” ตามที่
นั
กวิ
ชาการท่
านนี
้
ได้
ใช้
เรี
ยกเป็
นคนแรกในประเทศไทย จั
ดอยู
่
ในกลุ
่
มสํ
าเนี
ยงภาษาเมี่
ยน Mien กลุ
่
มภาษา Hmong-Yao
ตระกู
ลภาษา Austro-Thai(
Emmanuel. 2006:72
)
1.4 ปั
จจุ
บั
นเรี
ยกว่
า อิ
้
วเมี่
ยน (Iu-Mienh) ภาษาอั
งกฤษใช้
คํ
าว่
า Iu Mien ภาษาจี
นใช้
อั
กษร(
瑶族
,
Yáo zú
) ออกเสี
ยงว่
า “เหยา จู
๋
” การใช้
คํ
าว่
า เย ้
า ในภาษาจี
นตั
้
งแต่
ศตวรรษที่
14
เป็
นต้
นมาจนถึ
งกลางศตวรรษที่
20 เป็
นการตั
ดแต่
งตั
วหนั
งสื
อที่
ใช้
ในศตวรรษที่
7 สมั
ยราชวงศ์
ถั
ง
ที่
ใช้
คํ
าว่
า มอ เย ้
า มี
ความหมายว่
า ไม่
ต้
องถู
กเกณฑ์
แรงงาน ให้
เหลื
อเพี
ยง เย ้
า จึ
งมี
ความหมายใหม่
กลายเป็
นต้
องถู
กเกณฑ์
แรงงาน เมื่
อชาวอิ
้
วเมี่
ยนมี
โอกาสแสดงออกมากขึ
้
นในทางวิ
ชาการ ก็
ได้
เสนอให้
มี
การเปลี่
ยนแปลงคํ
าเรี
ยกเสี
ยใหม่
หรื
อให้
ใช้
ควบคู
่
กั
นระหว่
างคํ
าว่
า อิ
้
วเมี่
ยนกั
บคํ
าว่
าเย ้
า
เอกสารทางวิ
ชาการในภาษาอั
งกฤษที่
ทํ
าขึ
้
นในช่
วงศตวรรษที่
20 ส่
วนมากใช้
คํ
าว่
า Yao และ
ตั
วอั
กษรจี
นที่
ใช้
เขี
ยนก็
มี
ความหมายว่
าป่
าเถื่
อนตามที่
มี
การใช้
ในยุ
คก่
อนยุ
คใหม่
ที่
เริ ่
มใช้
มาตั
้
งแต่
ศตวรรษที่
14 เมื่
อชาวอิ
้
วเมี่
ยนมี
การศึ
กษามากขึ
้
นจนเข้
าใจเข้
าถึ
งหลั
กฐานเอกสารโบราณที่
มี
ความ
เก่
าแก่
ยิ ่
งกว่
าที่
ทํ
าขึ
้
นในศตวรรษที่
14 จึ
งไม่
ประสงค์
ที่
จะใช้
ตั
วอั
กษรดั
งกล่
าวอี
กต่
อไป ตั
วอั
กษร