Page 22 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

- 14 -
หลิ
น ใช้
คํ
าว่
า “เย ้
า” ความหมายก็
คื
อ “ถู
กเกณฑ์
แรงงาน” แต่
ในทางปฏิ
บั
ติ
จริ
งชนชาวอิ
วเมี่
ยนไม่
ยิ
นยอมให้
สมาชิ
กในเผ่
าถู
กเกณฑ์
แรงงานและไม่
ยอมให้
ทางการเก็
บส่
วยภาษี
มี
บทเพลงบางแห่
แถบชายทะเลจี
น กล่
าวถึ
ง การถู
กบั
งคั
บให้
เสี
ยภาษี
เกลื
อ แต่
ชาวอิ
วเมี่
ยนไม่
ยอมจึ
งเกิ
ดการต่
อสู
หลั
กฐานทางราชการไม่
มี
การบั
นทึ
กเรื่
องราวเช่
นนี
ไว้
ในภาษาพู
ดของชาวอิ
วเมี่
ยนคํ
าเรี
ยกนี
ไม่
มี
ในคํ
าศั
พท์
การที่
คนส่
วนใหญ่
เรี
ยกว่
า “Yao” เมื่
อกล่
าวถึ
งชาวอิ
วเมี่
ยน คงตั
งใจที่
จะสื่
อถึ
ความหมายอย่
างเดิ
มที่
หมายความถึ
งชนชาว เปี
ยน ฮู
ง ผู
ไม่
ต้
องถู
กเกณฑ์
แรงงาน
ในหนั
งสื
อของ Fan Yeh ทํ
าขึ
นในศตวรรษที่
5 กล่
าวเพี
ยงว่
า เปี
ยน ฮู
ง เมื่
อช่
วยสั
งหารศั
ตรู
ของ จั
กรพรรดิ
Kao Hsing จึ
งได้
แต่
งงานกั
บธิ
ดาของ Kao Hsing ส่
วน ม่
า ต้
วน หลิ
น (Ma Tuan
Lin) นั
กค้
นคว้
าในศตวรรษที่
14 ได้
กล่
าวเพิ ่
มเติ
มไปว่
า Bienh Hungh นั
นเป็
น “Five colored dog”
สุ
นั
ขห้
าสี
เป็
นการบ่
งชี
ไปว่
า เปี
ยน ฮู
ง ในเอกสาร เกี
ย เซ็
น ป๋
อง นั
นอยู
กึ
งกลางระหว่
างมนุ
ษย์
กั
สั
ตว์
เดรั
ชฉานในเวลานั
น แล้
วได้
มาสมรสกั
บราชธิ
ดาของจั
กรพรรดิ
เท่
ากั
บยอมรั
บว่
ามนุ
ษย์
กั
บสั
ตว์
เดรั
ชฉานสมสู
อยู
ด้
วยกั
นได้
จนสามารถมี
บุ
ตรหลานที่
เป็
นมนุ
ษย์
ธรรมดา
Lemoine
กล่
าวว่
านั
นคื
เป็
นการแสดงออกถึ
งทั
ศนคติ
ของชาวฮั
นว่
า ไม่
ยอมรั
บชนกลุ ่
มอื่
นเป็
นพวกมนุ
ษย์
สามั
ญด้
วย โดย
เรี
ยกว่
าเดรั
ชฉานบ้
าง คนเถื่
อนบ้
าง ในสมั
ยนั
นการกระทํ
าเช่
นนี
ปรากฏอยู
เสมอ โดยเฉพาะคนเชื
ชาติ
ฮั
นได้
เรี
ยกคนชนชาติ
อื่
นทั
งหมดว่
า Man Yi และมี
คํ
าอธิ
บายว่
า Man ในภาษาจี
นแปลว่
า ป่
เถื่
อน การเรี
ยกว่
า “สุ
นั
ขห้
าสี
” เป็
นการแฝงนั
ยว่
าไม่
ใช่
คนสื
บเชื
อสายฮั
น แต่
เป็
นพวกไร้
อารยธรรมที่
เข้
ามาอยู
ในสั
งคมจี
น อย่
างการที่
ชาวฮั ่
นเรี
ยกชนเผ่
าทางใต้
ว่
า “Man Yi” หมายความว่
า “ชนป่
เถื่
อน” ก็
มี
จุ
ดประสงค์
เพื่
อแบ่
งแยกว่
าคนทางใต้
นั
นเป็
นพวกป่
าเถื่
อน ไร้
อารยะธรรมเผ่
าพ่
านฮู
จู
ก็
ถู
กเหมารวมอยู
ในกลุ
ม Man Yi ตลอดประวั
ติ
ศาสตร์
ของชาวจี
น มี
การกล่
าวถึ
งการต่
อสู
แย่
งชิ
ดิ
นแดนกั
นเองและแย่
งชิ
งดิ
นแดนกั
บชนเผ่
าอื่
นอยู
ตลอดเวลา ชนะบ้
างแพ้
บ้
างปะปนกั
นไป แต่
มั
กจะ
กล่
าวถึ
งชนกลุ ่
มอื่
นมาแย่
งดิ
นแดนของพวกตน คํ
าอธิ
บายว่
าบรรพบุ
รุ
ษของชาวอิ
วเมี่
ยนเป็
นสุ
นั
ขห้
สี
ก็
มาจากเอกสาร เกี
ย เซ็
น ป๋
อง ที่
ทํ
าขึ
นในยุ
คนี
นั
บถึ
งปั
จจุ
บั
นเป็
นเวลามาประมาณแปดร้
อยปี
แล้
คํ
าเรี
ยกนี
ได้
นํ
าความอั
ปยศมาสู
บรรพบุ
รุ
ษของชาวอิ
วเมี่
ยนอย่
างมาก ชาวอิ
วเมี่
ยนจึ
งไม่
นิ
ยมคํ
านี
ภายหลั
งสมั
ยราชวงศ์
ซ่
งใต้
ผ่
านไปแล้
ว สถานการณ์
ในชนชาวอิ
วเมี่
ยนได้
เปลี่
ยนแปลงไป
ความกั
นดารอาหารและการสงครามได้
เร่
งเร้
าให้
ชาวอิ
วเมี่
ยนอพยพละถิ
นฐานครั
งใหญ่
ปรากฏใน
ตํ
านาน “Piuh Yiuh Jiex Koiv” จากนานกี
งข้
ามทะเลสู
ทางใต้
Jacques Lemoine ได้
ศึ
กษาเรื่
องนี
ทั
ในประเทศไทย ลาว และที่
ประเทศจี
น โดยกล่
าวไว้
ในหนั
งสื
อฉบั
บที่
อ้
างถึ
งข้
างต้
นนี
ว่
า ‘....ครึ
งหลั
ของศตวรรษที่
14 หลั
งจากยุ
คสงครามกลางเมื
อง ช่
วงปฐมวงศ์
ของจั
กรพรรดิ
หมิ
ง Hong Wu
ประมาณปี
ค.ศ. 1386 -7 ความลํ
าบากได้
ผลั
กดั
นให้
พวกเขาอพยพมาย ั
งเทื
อกเขาใน Chekiang เพื่
มองหาแผ่
นดิ
นฝั
งตรงข้
ามที่
ดี
กว่
า พวกเขาไปถึ
ง Kwangtung….’ ( Jacques Lemoine. อ้
างแล้
ว)
พร้
อมกั
นนี
ท่
านได้
แปลบทเพลงเกี่
ยวกั
บการแยกย ้
ายกั
นไปตั
งถิ
นฐานของชาวอิ
วเมี่
ยนหลั
งจากมาถึ
กวางตุ
งด้
วย