- 13 -
ตนเองที่
เป็
นอิ
สระมาก ไม่
นิ
ยมให้
ใครมาชี
้
นํ
าการตั
ดสิ
นใจอะไร บางเวลาก็
ชอบปลี
กตั
วไปจาก
สั
งคมและอยู
่
อย่
างเงี
ยบสงบกั
บสมาชิ
กครอบครั
วเพี
ยงไม่
กี่
คน
1.2 ยุ
คกลางเรี
ยกว่
า “มอ เย ้
า” หมายความว่
า ไม่
ต้
องถู
กเกณฑ์
แรงงาน
คํ
าเรี
ยกว่
า “Mo Yao” นี
้
ไม่
เคยปรากฏมาก่
อนในประวั
ติ
ศาสตร์
จี
น ทุ
กราชวงศ์
จะเรี
ยกชื่
อที่
แตกต่
างกั
นตามแหล่
งที่
ตั
้
งชุ
มชน
โดยผนวกเอาเหตุ
การณ์
หรื
อภู
มิ
ประเทศที่
ชาวอิ
้
วเมี่
ยนอาศั
ยอยู
่
เป็
นที่
มาของชื่
อประจํ
ากลุ
่
มเช่
น แม้
แต่
ในสมั
ยจั
กรพรรดิ
Ching Ting ( ค.ศ.1260 ) ของราชวงศ์
ซ่
ง
ใต้
สมั
ยนั
้
นได้
เรี
ยกชื่
อใหม่
ว่
า “Shan tse” หมายถึ
ง บุ
ตรแห่
งภู
เขา ต่
อมาในปี
ค.ศ. 1900 Captain De
Love ได้
รั
บหนั
งสื
อหนึ
่
งฉบั
บ เป็
นสํ
าเนาคั
ดลอกราชโองการผิ
งจาก ศ.ดร. ยามาโมโต ทาซุ
โร ดู
เหมื
อนจะเป็
นการคั
ดลอกขึ
้
นในสมั
ยราชวงศ์
ซุ
ย (A.D.595) ก็
ย ั
งไม่
ได้
ใช้
คํ
าว่
าว่
า มอ เย ้
า จนกระทั
่
ง
ถึ
งสมั
ยราชวงศ์
ถั
ง (ค.ศ.618-906)ปรากฏมี
การใช้
ในทางเอกสารครั
้
งแรก โดยเรี
ยกว่
า “Mo Yao” มอ
เย ้
า ความหมายก็
คื
อ “Not subject to compulsory service” ไม่
ต้
องถู
กเกณฑ์
แรงงาน คํ
านี
้
ก็
ใช้
เป็
น
ระยะเวลาไม่
นานนั
ก แสดงให้
เห็
นว่
าจั
กรพรรดิ
ในราชวงศ์
ถั
ง เริ
่
มยอมรั
บรองฐานะของชาวอิ
้
วเมี่
ยน
ใหม่
อี
กครั
้
งหนึ
่
ง อาจารย์
มงคล จั
นทร์
บํ
ารุ
ง กล่
าวว่
าจนถึ
งสมั
ยจั
กรพรรดิ
Tang Tai Zong
(Zhenguan) (ค.ศ.627-649) ในปี
ที่
23 (650 A.C.) ทางการได้
มี
การออกหนั
งสื
อสํ
าคั
ญตามราช
โองการผิ
งอี
กครั
้
ง เพื่
อรั
บรองจารี
ตปฏิ
บั
ติ
ของชาวอิ
้
วเมี่
ยน เอกสารฉบั
บนี
้
ได้
มี
การคั
ดลอกแจกใน
กลุ
่
มอิ
้
วเมี่
ยน ในราชโองการเองไม่
ได้
ใช้
คํ
าว่
า เย ้
า ในการระบุ
กลุ
่
มชาติ
พั
นธุ
์
นี
้
ย ั
งคงใช้
เพี
ยงแค่
คํ
าว่
า
Pan Hu เช่
นเดิ
ม
ผู
้
เขี
ยนในสมั
ยนั
้
นมี
คํ
าเรี
ยกเฉพาะในกลุ
่
ม โดยเรี
ยกชนเผ่
า พ่
าน หู
ว่
า “มอ เย ้
า” เพื่
อบ่
งบอก
ว่
าคนในเผ่
านี
้
เกณฑ์
แรงงานไม่
ได้
จนเป็
นที่
เข้
าใจว่
าคํ
านี
้
เป็
นชื่
อประจํ
าชนชาติ
ไปในที่
สุ
ด สํ
าหรั
บ
ชาวอิ
้
วเมี่
ยนไม่
มี
การบั
นทึ
กใดในสมั
ยนั
้
นที่
แสดงการให้
สั
ตยาบั
นว่
าพวกตนยอมรั
บชื่
อนี
้
ไม่
ว่
าจะ
เป็
นบั
นทึ
กต่
างๆที่
จํ
าเป็
นในการประกอบพิ
ธี
กรรมหรื
อการสื่
อสารในบทเพลง แม้
ว่
า มอ เย ้
า จะเป็
น
คํ
าที่
แสดงออกในความหมายที่
ดี
และแสดงถึ
งฐานะทางชนชั
้
นที่
พิ
เศษกว่
าชนเผ่
าอื่
นก็
ตาม ถึ
ง
กระนั
้
นชาวอิ
้
วเมี่
ยนก็
ไม่
ได้
เรี
ยกตนเองในชื่
อนี
้
อยู
่
ดี
เป็
นเพี
ยงคํ
าศั
พท์
เฉพาะของนั
กปกครองในสมั
ย
นั
้
นที่
ใช้
ระบุ
เพื่
อเป็
นสั
ญลั
กษณ์
ให้
แก่
ตนเองในการเกณฑ์
แรงงานหรื
อเก็
บส่
วยเท่
านั
้
น ย ั
งถื
อไม่
ได้
ว่
า
เป็
นชื่
อประจํ
าชาติ
แต่
อย่
างใด ย ั
งคงเรี
ยกตนเองว่
าอิ
้
วเมี่
ยนตามภาษาประจํ
าชาติ
น่
าจะเป็
นได้
มากกว่
า
1.3 ยุ
คก่
อนสมั
ยใหม่
เรี
ยกชาวอิ
้
วเมี่
ยนว่
า “เย ้
า” (Yao) ตามตั
วอั
กษรจี
นหมายถึ
ง “เกณฑ์
แรงงาน” คํ
านี
้
เริ
่
มปรากฏครั
้
งแรกในสมั
ยราชวงศ์
ซ่
งใต้
และในช่
วงเวลาของสมั
ยนี
้
ได้
มี
การ
คั
ดลอกราชโองการผิ
งใหม่
อี
กครั
้
งหนึ
่
ง Professor Y. Shiratori พบราชโองการฉบั
บดั
งกล่
าวจากชาว
อิ
้
วเมี่
ยนในอํ
าเภอเชี
ยงคํ
า ดู
เหมื
อนจะทํ
าการคั
ดลอกซํ
้
าในสมั
ยจั
กรพรรดิ
Ching Ting ( ค.ศ.1260 )
ของราชวงศ์
ซ่
งใต้
สมั
ยนั
้
นได้
เรี
ยกชื่
อใหม่
ว่
า “Shan tse” ลู
กแห่
งภู
เขาเป็
นการบ่
งชี
้
ว่
าชนชาวอิ
้
วเมี่
ยน
นั
้
นไม่
อยู
่
ใต้
กฎเกณฑ์
ของชาวจี
นมากนั
ก คงนิ
ยมอยู
่
อย่
างสั
นโดษ ปลี
กตั
วเป็
นอิ
สระอยู
่
ในพื
้
นที่
ห่
างไกลสั
งคมเมื
องเช่
นเดิ
ม สิ ่
งที่
เปลี่
ยนไปสํ
าหรั
บยุ
คก่
อนกั
บยุ
คสมั
ยใหม่
คื
อ ในบั
นทึ
กของ มา ต้
วน