- 12 -
1.1 ในยุ
คแรกนั
้
นถู
กเรี
ยกว่
าเผ่
า เปี
้
ยน ฮู
่
ง P’an Hu Chung “P’an Hu race” ( Jacques
Lemoine. 1983:194-211) ชนเผ่
าเปี
้
ยน ฮู
่
ง นี
้
ถู
กรวมอยู
่
กลุ
่
มชนชาติ
“มาน” ด้
วย โดยชื่
อนี
้
ได้
มาจาก
บั
นทึ
กของ Fan Yeh ท่
านผู
้
นี
้
มี
ชี
วิ
ตอยู
่
ราวศตวรรษที่
5 ได้
เขี
ยนหนั
งสื
อ “Hou Han Shu”
ภาษาอั
งกฤษใช้
คํ
าว่
า “Chronicles of the Later Han Dynasty” หรื
อจดหมายเหตุ
สมั
ยราชวงศ์
ฮั
่
น
กล่
าวถึ
งว่
าดิ
นแดนทางตอนใต้
ของแม่
นํ
้
าแยงซี
มี
คนพื
้
นเมื
อง อาศั
ยอยู
่
ในบริ
เวณที่
รวมกั
นเป็
นพื
้
นที่
ตอนกลาง ของสี่
มณฑล คื
อมณฑลหู
เป่
ย มณฑลฮู
-หนาน มณฑลเสฉวนและมณฑลกุ
้
ยโจว เป็
น
กลุ
่
มชนที่
สื
บเชื
้
อสายมาจาก เปี
้
ยน ฮู
่
ง นั
่
นเอง คนจี
นเรี
ยกว่
า “พ่
านฮู
จู
๋
”(
มงคล
.2545)
จึ
งอาจกล่
าวได้
ว่
าชาวอิ
้
วเมี่
ยนมี
แหล่
งกํ
าเนิ
ดอยู
่
บริ
เวณตอนกลางของประเทศจี
นนี
้
เอง แต่
ในคํ
าบอกเล่
าของชาว
อิ
้
วเมี่
ยนก็
บอกว่
ามาจากทางเหนื
อชื่
อเมื
องนานกี
ง เมื
องนานกี
งนี
้
เพิ
่
งจะถู
กตั
้
งเป็
นเมื
องหลวงเมื่
ออยู
่
สมั
ยราชวงศ์
ท้
ายๆของจี
นนี
้
เอง การกล่
าวถึ
งว่
าอพยพข้
ามทะเลมาจากนานกี
ง ย ั
งมี
ข้
อถกเถี
ยงว่
า
เริ
่
มต้
นขึ
้
นเมื่
อใด Lemoine กล่
าวในหนั
งสื
อ
Yao Religion and Society, in Highlander of Thailand
ว่
า
การอพยพดั
งกล่
าวน่
าจะอยู
่
ในศตวรรษที่
14 นี
้
เอง ดั
งนั
้
นก่
อนหน้
านี
้
อาจเคยตั
้
งถิ
่
นฐานอยู
่
บริ
เวณ
ตอนกลางนี
้
มานาน แล้
วก่
อนที่
จะได้
ไปตั
้
งถิ
่
นฐานในนานกี
งก็
เป็
นได้
Fan Yeh นั
กประวั
ติ
ศาสตร์
ในศตวรรษที่
5 กล่
าวเพี
ยงว่
าในจดหมายเหตุ
เปี
้
ยน ฮู
่
ง เมื่
อช่
วย
สั
งหารศั
ตรู
ของ จั
กรพรรดิ
Kao Hsing จึ
งได้
แต่
งงานกั
บธิ
ดาของ Kao Hsing และลู
กหลานของ
เปี
้
ยน ฮู
่
ง มี
ถิ ่
นที่
อยู
่
บริ
เวณทางตอนใต้
ในบริ
เวณภาคกลางของประเทศไทยจี
นปั
จจุ
บั
น ดิ
นแดนแถบ
นั
้
นชาวฮั ่
นเรี
ยกคนในท้
องถิ ่
นว่
า Man Yi ท่
ามกลางชนชาติ
ทางใต้
นี
้
มี
กลุ
่
มชาติ
พั
นธุ
์
หนึ
่
งที่
ชาวฮั
่
น
เรี
ยกว่
า ฮู
่
ง P’an Hu Chung ไม่
ได้
อธิ
บายเป็
นอย่
างอื่
นอี
ก Lemoine กล่
าวอี
กว่
าในจดหมายเหตุ
กล่
าว
ว่
า จากจั
กรพรรดิ
Kao Hsing ถึ
ง จั
กรพรรดิ
P’ing ของราชวงศ์
โจว Ch’u Kingdom (528-516 B.C.)
ได้
ประกาศราชโองการ P’ing มี
ใจความว่
า
1. บรรพบุ
รุ
ษของชนชาว Pan Hu เป็
น กษั
ตริ
ย์
“ King P’an”
2. ห้
ามเกณฑ์
แรงงานหรื
อเก็
บส่
วยภาษี
จากชนชาว Pan Hu
3. ชนชาว Pan Hu มี
อิ
สระและสิ
ทธิ
เต็
มที่
ในการเลื
อกที่
ทํ
ากิ
นบนภู
เขาทั ่
วราชอาณาจั
กร
จากประกาศิ
ตของจั
กรพรรดิ
ผิ
ง
ทํ
าให้
ชาวอิ
้
วเมี่
ยนมี
อิ
สระเสรี
ภาพในการเลื
อกถิ
่
นที่
อยู
่
กลายเป็
นชนเผ่
าเร่
ร่
อนตามเทื
อกเขาลู
กหนึ
่
งสู
่
อี
กลู
กหนึ
่
ง ไม่
มี
การสร้
างระบบการเมื
องการปกครอง
ที่
ใหญ่
โต อุ
ปนิ
สั
ยรั
กสั
นโดษนี
้
ย ั
งคงมี
อยู
่
จนถึ
งยุ
คปั
จจุ
บั
น มี
ความหยิ ่
งในเกี
ยรติ
ยศและศั
กดิ
์
ศรี
เป็
น
คนที่
ไม่
เต้
นรํ
าให้
ใครดู
ไม่
ยอมเป็
นข้
ารั
บใช้
หรื
อลู
กน้
องของใครไปจนตาย เข้
าทํ
านองสุ
ภาษิ
ตที่
ว่
า
“เป็
นหั
วสุ
นั
ขดี
กว่
าหางราชสี
ห์
” เวลาที่
ชาวอิ
้
วเมี่
ยนจะรวมกลุ
่
มเพื่
อสร้
างองค์
กร ทุ
กคนจะแสดง
ความคิ
ดเห็
นกั
นอย่
างเต็
มที่
และดู
เหมื
อนทุ
กคนก็
มี
ความคิ
ดเห็
นที่
เฉลี
ยวฉลาด เป็
นผู
้
ทรงภู
มิ
อย่
าง
มาก แต่
สุ
ดท้
ายก็
หลี
กทางให้
แก่
ผู
้
มี
อาวุ
โสสู
งสุ
ดไป หรื
ออยู
่
ในฐานะดี
ที่
สุ
ดไปทุ
กครั
้
ง แต่
ในยุ
ค
โลกาภิ
วั
ฒน์
ระบบอาวุ
โสก็
มี
การแสดงความเคารพให้
เกี
ยรติ
อยู
่
บ้
าง แต่
ลึ
กๆแล้
วทุ
กคนมี
จุ
ดยื
นของ