- 179 -
ความถู
กต้
อง โดยมองหาแต่
หลั
กการปฏิ
บั
ติ
เดิ
มๆที่
เคยกระทํ
ากั
นมาโดยไม่
ตระหนั
กถึ
งสภาวการณ์
ของโลกที่
เปลี่
ยนไป โดยเฉพาะเรื่
องการเอาผิ
ดกั
บผู
้
ชายที่
ได้
ล่
วงละเมิ
ดสิ
ทธิ
ทางเพศของผู
้
หญิ
ง การ
ที่
เอามาตรวั
ดอั
นเก่
าและเสื่
อมทรุ
ดมาตวงให้
กั
บผู
้
เป็
นเหยื่
อทางวั
ฒนธรรมจึ
งขาดความเป็
นธรรม
การปรั
บแก้
ปั
จจั
ยภายในหรื
อการปรั
บกระบวนทั
ศน์
ทางความเชื่
อที่
งมงายให้
อยู
่
ในโลกแห่
ง
ความเป็
นจริ
ง จะเป็
นหนทางที่
ดี
ในการช่
วยฟื
้
นฟู
ความน่
าเชื่
อถื
อของระบบจารี
ตประเพณี
การจั
ดการ
ปั
ญหาและการไกล่
เกลี่
ยข้
อพิ
พาทในชุ
มชน
อย่
างเช่
นที่
ชุ
มชนบ้
านห้
วยชมภู
ได้
ดํ
าเนิ
นการเอา
กฎหมายบ้
านเข้
ามาเป็
นแหล่
งที่
มาอี
กแห่
งหนึ
่
งของหลั
กการตั
ดสิ
นข้
อพิ
พาท
โดยที่
ย ั
งคงรั
กษา
รู
ปแบบกระบวนการมี
ส่
วนร่
วมของชุ
มชนเอาไว้
แต่
ได้
ตั
ดระบบเรื่
องพิ
ธี
กรรมเกี่
ยวกั
บความเชื่
อออก
เสี
ยบางส่
วนและมี
การผสมผสานเรื่
องการให้
องค์
กรภาครั
ฐเข้
ามามี
ส่
วนร่
วมในการจั
ดการปั
ญหาที่
จํ
าต้
องอาศั
ยการร่
วมมื
อของบุ
คคลหลายฝ่
าย ทํ
าให้
ผู
้
ที่
เห็
นแก่
ตั
วเกิ
ดความย ํ
าเกรงต่
อผลร้
ายที่
อาจจะ
ได้
รั
บ หากย ั
งขื
นกระทํ
าการเอาเปรี
ยบสั
งคมต่
อไป
2. ปั
จจั
ยภายนอก
สิ ่
งแวดล้
อมที่
มี
ผลกระทบต่
อการปรั
บตั
วของระบบจารี
ตประเพณี
การ
จั
ดการปั
ญหาและไกล่
เกลี่
ยข้
อพิ
พาทในชุ
มชนอิ
้
วเมี่
ยน สามารถแบ่
งได้
หลายประการดั
งนี
้
2.1 ระบบการศึ
กษากฎหมายและกระบวนการยุ
ติ
ธรรมกระแสหลั
ก
กฎหมายและกระบวนการยุ
ติ
ธรรมกระแสหลั
ก เดิ
มที
ชาวอิ
้
วเมี่
ยนได้
รั
บอิ
ทธิ
พลกฎหมาย
จารี
ตจากชาวเมื
องท้
องถิ ่
น เช่
น ชาวจี
น(กวางตุ
้
ง)ที่
มาในรู
ปแบบธรรม คุ
ณธรรม ศี
ลธรรม และจารี
ต
การปกครองที่
กระจายอํ
านาจ
เมื่
ออพยพมาถึ
งฝั
่
งไทยในดิ
นแดนล้
านนา
ก็
รั
บเอารู
ปแบบการ
ปกครองแบบแว่
นแคว้
น ที่
เป็
นนครรั
ฐทั
้
งหลาย ซึ
่
งแต่
ละนครรั
ฐก็
มี
เจ้
าเมื
องหรื
อเจ้
าหลวงปกครอง
ซึ
่
งเจ้
าเมื
องหรื
อเจ้
าหลวงเหล่
านั
้
นจะแต่
งตั
้
งให้
ผู
้
นํ
าของชาวอิ
้
วเมี่
ยนบางคนใช้
อํ
านาจปกครองและ
เก็
บส่
วยเก็
บภาษี
ส่
งทางการ ที่
สํ
าคั
ญการตั
ดสิ
นปั
ญหาในชุ
มชนก็
เป็
นหน้
าที่
และเป็
นอํ
านาจของผู
้
นํ
า
ชุ
มชนเหล่
านั
้
นที่
จะดํ
าเนิ
นการได้
เอง การดํ
าเนิ
นการในยุ
คสมั
ยนั
้
นก็
ใช้
กฎธรรมะ จารี
ตประเพณี
แห่
ง
ชนเผ่
าได้
อย่
างเต็
มที่
โดยที่
กฎหมายบ้
านเมื
องในขณะนั
้
นเป็
นกฎหมายที่
อิ
งอยู
่
กลั
บหลั
กธรรมคํ
า
สอนในศาสนา หรื
อลั
ทธิ
ความเชื่
อของชาวล้
านนา ที่
เชื่
อพุ
ทธและผี
สางทั
้
งหลาย ชาวอิ
้
วเมี่
ยนก็
มี
รากฐานความเชื่
ออย่
างเดี
ยวกั
น จึ
งสามารถเข้
าสู
่
ระบบการยุ
ติ
ธรรมตามกฎหมายพุ
ทธนิ
ยม โดยที่
เป็
น
การผสมผสานเอาเรื่
องผี
เข้
ามาเป็
นเครื่
องกํ
าหนดความศั
กดิ
์
สิ
ทธิ
์
ของการจั
ดการปั
ญหาในสั
งคม ใน
ยุ
คนั
้
นสามารถใช้
กฎแห่
งจารี
ตได้
เป็
นอย่
างดี
ต่
อมาระบบประมวลกฎหมายที่
บั
ญญั
ติ
ขึ
้
นโดยสยาม
ประเทศได้
แผ่
เข้
ามาคลอบคุ
มระบบจารี
ตประเพณี
มากขึ
้
น จนได้
มี
การบั
งคั
บให้
ยกเลิ
กจารี
ตแบบเก่
า
เสี
ยทั
้
งหมด ปรากฏการณ์
เช่
นนี
้
มี
ทั
้
งส่
วนที่
ดี
คื
อได้
ทํ
าให้
กฎเกณฑ์
ทางสั
งคมทั
่
วทั
้
งประเทศมี
บรรทั
ด
ฐานเดี
ยวกั
น โดยได้
ทํ
าให้
เกิ
ดการแลกเปลี่
ยนรู
ปแบบกระบวนการทางกฎเกณฑ์
บางประการ แต่
สิ ่
ง
ที่
เป็
นผลเสี
ยหายที่
เกิ
ดการแผ่
อิ
ทธิ
พลของกฎหมายแห่
งกรุ
งสยามโดยตรงก็
คื
อ คํ
าสอนที่
ให้
ปฏิ
เสธ
หลั
กความยุ
ติ
ธรรมเชิ
งคุ
ณค่
าเสี
ย แล้
วเอาแต่
หลั
กความยุ
ติ
ธรรมตามกฎหมาย พร้
อมกั
บการแสดง
ความรั
งเกลี
ยดต่
อวั
ฒนธรรมชนเผ่
าที่
ใช้
จารี
ตประเพณี
ที่
อ่
อนด้
อยกว่
ากฎหมายบ้
านเมื
อง บางเผ่
าที่