- 175 -
ตํ
าหนั
กของเจ้
าเมื
องเป็
นคุ
กหลวง
เป็
นที่
ขั
งนั
กโทษที่
ผ่
าฝื
นคํ
าสั
่
งของข้
าราชการที่
มาจากกรุ
งเทพฯ
แนวคิ
ดกฎหมายก็
ปฏิ
เสธหลั
กความยุ
ติ
ธรรม
และได้
อาศั
ยอํ
านาจวางหลั
กการความสั
มพั
นธ์
ทาง
สั
งคมให้
อยู
่
ภายใต้
อํ
านาจรั
ฐ ไม่
ใช่
อยู
่
ภายใต้
หลั
กธรรมะ โดยศาลหรื
อกฎหมายหลั
กที่
มี
ใช้
อยู
่
ใน
ประเทศไทยก็
เป็
นพยานให้
เราในเรื่
องนี
้
ในกาลปั
จจุ
บั
นกฎหมายเป็
นสิ
่
งมาจากอํ
านาจของรั
ฐจนบดบั
งอํ
านาจแห่
งธรรมหรื
อความ
ยุ
ติ
ธรรมกลายเป็
นสิ
่
งที่
พึ
งรั
งเกลี
ยดในสั
งคมไทยไปแล้
ว กระบวนการยุ
ติ
ธรรมกระแสหลั
กที่
ใช้
มี
ลั
กษณะเอื
้
อให้
ข้
าราชการใช้
อํ
านาจเต็
มที่
และได้
กํ
าหนดพื
้
นที่
ให้
ประชาชนทํ
าตามหรื
อรอรั
บผลการ
ชี
้
นํ
าของรั
ฐเท่
านั
้
น การป้
องกั
น การลดปั
ญหาอาชญากรรมและความไม่
สงบเรี
ยบร้
อยในชุ
มชน การ
แก้
ไขอาญากรรมและความขั
ดแย ้
งในชุ
มชนให้
ตรงตามความต้
องการของคนในชุ
มชน การเยี
ยวยา
ความเสี
ยหายที่
เกิ
ดจากการกระทํ
าผิ
ดให้
แก่
ชุ
มชนและผู
้
เสี
ยหาย
สิ ่
งเหล่
านี
้
เห็
นได้
ชั
ดเจนว่
า
ประชาชนหรื
อชุ
มชนเป็
นผู
้
มี
ส่
วนเสี
ยหายโดยตรง ทํ
าไมรั
ฐ(องค์
กรและเจ้
าหน้
าที่
)ย ั
งคงผู
กขาดการ
เป็
นเจ้
าของความยุ
ติ
ธรรม และทํ
าให้
ประชาชนเป็
นตั
วตลกของปั
ญหาสั
งคม ที่
ต้
องเป็
นผู
้
รั
บผลร้
าย
เสมอมาแต่
สิ
นค้
าหรื
อผู
้
ก่
ออาชญากรรมที่
ส่
งเข้
าไปตามกระบวนการยุ
ติ
ธรรมกระแสหลั
ก เมื่
อกลั
บ
ออกมาส่
วนมากมี
อาการเหมื
อนเชื
้
อโรคที่
ดื
้
อยา
กระทํ
าผิ
ดซํ
้
าๆซากๆรั
กษาไม่
หายสั
กที
ควรที่
กระบวนการยุ
ติ
ธรรมตามกฎหมายต้
องทบทวนตนเองเสี
ยที
ไม่
ใช่
หรื
อว่
าควรจะแก้
ไขหรื
อปรั
บตั
ว
ให้
ประชาชนมี
ส่
วนร่
วมอย่
างจริ
งจั
งในการยุ
ติ
ธรรมดั
งกล่
าวแค่
ไหนเพี
ยงใด
การให้
ชุ
มชนมี
ส่
วนร่
วมในกระบวนการยุ
ติ
ธรรมมากขึ
้
น มี
ผลดี
หลายประการต่
อการช่
วย
ฟื
้
นฟู
สภาพทางสั
งคมให้
มี
ความถู
กต้
องยื
นอยู
่
บนรากฐานของความถู
กต้
องช่
วยให้
คนที่
ทํ
าผิ
ด
สามารถกลั
บเข้
าสู
่
สั
งคมอย่
างรวดเร็
ว ก่
อนจะกลายเป็
นบุ
คคลอั
นตรายหรื
อสร้
างภาระของสั
งคมที่
ต้
องคอยหวาดระแวง
ทั
้
งเป็
นการช่
วยประหย ั
ดงบประมาณของรั
ฐในการใช้
จ่
ายเพื่
อป้
องกั
น
อาชญากรรม
เพราะต้
นเหตุ
ของการกระทํ
าผิ
ดกฎหมาย
ส่
วนหนึ
่
งมาจากกฎหมายหรื
อคนใช้
กฎหมายไม่
ดี
ไม่
มี
ความยุ
ติ
ธรรมแล้
ว อี
กส่
วนหนึ
่
งจากการที่
สมาชิ
กในสั
งคมไม่
ได้
รั
บการขั
ดเกลา
ทางจิ
ตใจ ขาดจิ
ตสํ
านึ
ก ขาดความภาคภู
มิ
ใจในตนเอง ขาดความหวั
ง ขาดที่
พึ
่
งพาในยามที่
หมดสิ
้
น
หนทาง เมื่
อนั
้
นคนที่
ถู
กเอาเปรี
ยบหรื
อได้
คุ
้
นเคยกั
บการเอาเปรี
ยบมาก่
อนก็
จะเย็
นชาต่
อผลประโยชน์
ของส่
วนรวม เห็
นสั
งคมหรื
อผลประโยชน์
ของส่
วนรวมเป็
นเพี
ยงแค่
ขุ
มทรั
พย์
ที่
มื
อใครยาวสาวได้
ก็
สาวเอา คนทุ
กคนมี
แหล่
งแห่
งการกอบโกยไม่
ใช่
มี
สั
งคมมนุ
ษย์
ไว้
ให้
แบ่
งปั
นโอกาสหรื
อความรั
กอี
ก
ต่
อไป เพราะไปเชื่
อว่
าความยุ
ติ
ธรรมไม่
มี
อยู
่
จริ
ง ชุ
มชนซึ
่
งเคยเป็
นแหล่
งทุ
นทางสั
งคมก็
ได้
กลายเป็
น
แหล่
งมั
วสุ
มของโจรและพวกขี
้
ลั
กขี
้
ขโมยไปแล้
ว เพราะเราได้
สร้
างกฎเกณฑ์
และสร้
างหลั
กการอยู
่
ร่
วมกั
นบนฐานของอํ
านาจบนเจตจํ
านงของคนที่
อุ
ปนิ
สั
ย(สั
นดาน)ชั ่
ว ตามอุ
ปนิ
สั
ยของคนที่
มี
อํ
านาจ
เขาใช้
มั
นเพื่
อผลประโยชน์
ของตน เราจึ
งได้
จารี
ตประเพรี
หรื
อกฎหมายบางอย่
างที่
เลวแต่
ชอบธรรม
ตามกฎหมายหรื
อจารี
ตประเพณี
นั
้
นๆ อาทิ
เช่
น จารี
ตประเพณี
ปล้
นพรหมจรรย์
ของเด็
กและเยาวชนที่
ไร้
เดี
ยงสาในสั
งคมอิ
้
วเมี่
ยน เรื่
องอย่
างนี
้
ต้
องมี
การแก้
ไขโดยเร่
งด่
วน