- 174 -
กฎหมายประวั
ติ
ศาสตร์
ของกลุ
่
มใดกลุ ่
มหนึ
่
ง คงเป็
นที่
ยอมรั
บไม่
ได้
สิ
่
งนี
้
ผู
้
ที่
เป็
นนั
กนิ
ติ
ศาสตร์
ต้
องรู
้
ไว้
เสมอถึ
งเจตจํ
านงแห่
งสิ
ทธิ
มนุ
ษยชนในความเป็
นจริ
ง กล่
าวโดยสรุ
ปก็
คื
อมนุ
ษย์
ทุ
กผู
้
ปรารถนาจะ
เลื
อกสิ
่
งที่
ตนเองไว้
ใจได้
มากที่
สุ
ด
ไม่
ใช่
สิ ่
งเขาไม่
รู
้
จั
กหรื
อไม่
เป็
นมิ
ตรกั
บเขาเลย
จึ
งไม่
ค่
อยจะ
ยอมรั
บข้
อเรี
ยกร้
องของชาวบ้
านผาลั
้
ง
เมื่
อชาวบ้
านของหมู
่
บ้
านหลั
กไม่
มี
ทางเลื
อกต้
องยิ
นยอมจั
ด
ประชุ
มชาคมให้
ในระหว่
างการประชุ
มทุ
กครั
้
งนี
้
ก็
แสดงจุ
ดยื
นของตนเองที่
ต่
อต้
านคั
ดค้
าน
ตลอดเวลาดั
งเราจะเห็
นได้
จากการถอดเทปบั
นทึ
กการประชุ
มที่
จะแนบมานี
้
ด้
วยเหตุ
แห่
งข้
อเท็
จจริ
ง
ดั
งกล่
าวทางสภาที่
ปรึ
กษาอาวุ
โสบ้
านผาลั
้
ง
ได้
พยายามปรั
บรู
ปแบบประเพณี
การจั
ดการปั
ญหาให้
ทั
นต่
อสถานการณ์
อยู
่
เสมอ จากเดิ
มที่
ไม่
นิ
ยมการจดบั
นทึ
กรายงานการหารื
อก็
ต้
องยอมพั
ฒนาตนเอง
ให้
มี
การเก็
บรวบรวมเรื่
องการหารื
อการประชุ
มเป็
นระบบมากขึ
้
น เพื่
อให้
ใช้
เป็
นหลั
กฐานยื
นย ั
นได้
ในโอกาสต่
อไป ยิ
่
งอิ
้
วเมี่
ยนมี
อุ
ปนิ
สั
ยรั
กความอิ
สระมาก แต่
เพื่
อช่
วยกั
นรั
กษาสั
งคมให้
สามารถรั
กษา
ระบบจารี
ตประเพณี
ไว้
ที่
หมู
่
บ้
านผาลั
้
งและที่
หมู
่
บ้
านห้
วยชมภู
ได้
มี
การรวมกลุ
่
มทางความคิ
ดเป็
น
องค์
กรขนาดเล็
กเกิ
ดขึ
้
น ซึ
่
งก่
อนหน้
านี
้
มี
แค่
กลุ
่
มผู
้
นํ
าพิ
ธี
กรรมเท่
านั
้
นที่
จะมี
โอกาสถ่
ายทอดองค์
ความรู
้
แก่
เยาวชน
ปั
จจุ
บั
นกลุ
่
มผู
้
อาวุ
โสทั
่
วไปก็
มี
พื
้
นที่
แสดงออกถึ
งองค์
ความรู
้
และประสบการณ์
ของตนเองมากขึ
้
นตามลํ
าดั
บ กระบวนการใหม่
ได้
ให้
ความจริ
งของวิ
ถี
ชุ
มชนที่
หลากหลายซึ
่
งดํ
ารง
อยู
่
จริ
งนั
้
นได้
รั
บการเปิ
ดเผยออกมาในรู
ปของจารี
ตประเพณี
ที่
มี
ชี
วิ
ต
ทํ
าหน้
าที่
ในการรั
กษาเยี
ยวยา
ความสั
มพั
นธ์
ของสมาชิ
กชุ
มชนที่
กฎหมายอาจอยู
่
สู
งเกิ
นไปสํ
าหรั
บที่
จะได้
ปกป้
องพวกเขา
เป้
าหมายของการจั
ดการก็
คื
อการมุ
่
งเน้
นที่
การชดเชยความเสี
ยหายแก่
ผู
้
เสี
ยหายและเยี
ยวยา
ความสั
มพั
นธ์
ของสมาชิ
กชุ
มชนให้
สามารถอยู
่
ร่
วมกั
นได้
ต่
อไป
ไม่
ได้
มุ
่
งเน้
นการแก้
แค้
นทดแทน
หรื
อลงโทษผู
้
กระทํ
าผิ
ด นอกจากนั
้
นในชุ
มชนลาหู
่
และอาข่
าที่
อยู
่
ใกล้
เคี
ยงก็
มี
จารี
ตประเพณี
การจั
ด
ปั
ญหาของตนเองต่
างหาก ในอดี
ตการดํ
าเนิ
นการดั
งกล่
าวมี
ระบบระเบี
ยบสร้
างความเข้
มแข็
งให้
แก่
ชุ
มชนได้
เป็
นอย่
างดี
จารี
ตประเพณี
นี
้
จึ
งเปรี
ยบเสมื
อนเครื่
องกรองอรรถคดี
ที่
จะไปขึ
้
นสู
่
ศาลได้
อย่
าง
มี
ประสิ
ทธิ
ภาพอี
กทางหนึ
่
ง ทํ
าให้
คู
่
กรณี
ต่
างชนะด้
วยกั
นทั
้
งสองฝ่
าย ประการสํ
าคั
ญคื
อผู
้
ที่
อยู
่
ร่
วมฟั
ง
การพิ
จารณานั
้
น ทุ
กคนมี
สิ
ทธิ
เสนอแนวทางออกของปั
ญหานี
้
ตั
วผู
้
กระทํ
าผิ
ดเองก็
สามารถต่
อรองคํ
า
วิ
นิ
จฉั
ยตั
ดสิ
นได้
อย่
างเต็
มที่
การที่
ไม่
ต้
องเดิ
นทางไปไกลถึ
งเมื
องก็
สามารถจั
ดการปั
ญหาได้
สํ
าเร็
จ
ย่
อมหมายถึ
งการที่
ได้
ประหย ั
ดค่
าใช้
จ่
ายในการดํ
าเนิ
นการเพื่
อให้
ได้
มาซึ
่
งความยุ
ติ
ธรรม
การไกล่
เกลี่
ยและประนี
ประนอมข้
อพิ
พาทในศาลหรื
อนอกศาลก็
เป็
นระบบหรื
อกระบวนการหนึ
่
งที่
ชุ
มชน
สามารถมี
ส่
วนร่
วมได้
อย่
างจริ
งจั
งในการเยี
ยวยาความยุ
ติ
ธรรมทางสั
งคม ที่
ผ่
านมาเราเชื่
อว่
ามี
แต่
รั
ฐ
เท่
านั
้
นที่
ทํ
าได้
เราหลงทางดงฝรั
่
งมาตลอด เนื่
องจากบ้
านเมื
องของชนชาติ
ทางตะวั
นตกกั
บของเรามี
พื
้
นฐานทางสั
งคมที่
แตกต่
างกั
น
ฝร่
งยกย่
องสิ
ทธิ
ของปั
จเจกชนอย่
างยิ ่
งจึ
งมี
ความรั
บผิ
ดชอบต่
อ
ส่
วนรวม ในขณะที่
สั
งคมทางตะวั
นออกของเรายกย่
องความกลมกลื
นทางสั
งคม เราใช้
กฎหมายเพื่
อ
รั
กษาธรรม ไม่
ใช่
ใช้
กฎหมายรั
กษาผลประโยชน์
ของปั
จเจกชนอย่
างสุ
ดโต่
ง โดยที่
ไม่
เอะใจเลย
ประเทศสยามก็
ได้
สั
่
งให้
ทํ
าลายการศึ
กษาภาษาและวั
ฒนธรรมแห่
งท้
องถิ ่
นเสี
ยแล้
ว เปลี่
ยนสถานะให้