- 172 -
สื่
อสารที่
ดี
เพี
ยงพอ ซึ
่
งที่
ตั
้
งของชุ
มชนทั
้
งสองแห่
งเป็
นพื
้
นที่
ห่
างไกลชุ
มชนเมื
อง โดยเฉพาะที่
ว่
าการ
อํ
าเภอซึ
่
งเป็
นศู
นย์
กลางของการสนั
บสนุ
นงบประมาณการพั
ฒนาทั
้
งหลาย ในการวิ
จั
ยครั
้
งนี
้
ได้
พบ
ข้
อมู
ลอั
นสํ
าคั
ญว่
า
ในเบื
้
องแรกจริ
งๆของการก่
อตั
้
งชุ
มชนย่
อมไม่
ได้
ขออนุ
ญาตต่
อทางการที่
ปกครองอยู
่
ในสมั
ยนั
้
น
เนื่
องจากชุ
มชนทั
้
งสองแห่
งเป็
นชุ
มชนชาติ
พั
นธุ
์
อิ
้
วเมี่
ยนที่
ได้
รั
กความเป็
น
อิ
สระ มี
ระบบเศรษฐกิ
จแบบการเพาะปลู
กเพื่
อการย ั
งชี
พ ช่
วงเวลาที่
อพยพเข้
ามาก็
เป็
นช่
วงที่
เมื
อง
เชี
ยงรายเป็
นเมื
องร้
างไม่
มี
ผู
้
คนอาศั
ยอยู
่
ในพื
้
นที่
ภู
เขา หรื
อแม้
แต่
ในพื
้
นราบก็
ไม่
มี
คนอาศั
ยอยู
่
ไม่
มี
หน่
วยงานปกครองเช่
นทุ
กวั
นนี
้
จึ
งไม่
ได้
มี
กฎหมายหรื
อคํ
าสั
่
งของผู
้
ปกครองแห่
งรั
ฐคอยสั ่
งห้
ามไว้
ว่
า
ที่
ใดอยู
่
ได้
หรื
อไม่
ได้
พื
้
นที่
บริ
เวณไหนใช้
ได้
หรื
อไม่
โดยเฉพาะเพื่
อการเพาะปลู
กแบบทํ
าไร่
เลื่
อน
ลอย ชาวอิ
้
วเมี่
ยนกลุ ่
มนี
้
เขาไปตั
้
งชุ
มชนที่
ไหนหรื
อเมื่
อไร อย่
างไรเขามี
องค์
ความรู
้
โบราณตามแบบ
ลั
ทธิ
ความเชื่
อของคนจี
น เมื่
อไปตั
้
งชุ
มชนตามที่
เขาเชื่
ออย่
างสนิ
ทใจว่
ามี
สิ
ทธิ
อย่
างเต็
มที่
บนเทื
อกเขา
ทุ
กลู
ก เพราะเขามี
ธรรมเนี
ยมปฏิ
บั
ติ
อย่
างนั
้
นมา กฎเกณฑ์
ทางสั
งคมที่
ชนกลุ ่
มนี
้
ถื
ออยู
่
ในมื
อเป็
นกฎ
แห่
งเสรี
ภาพทั ่
วเขตเขา สํ
าหรั
บชาวพื
้
นเมื
องทางภาคเหนื
อแล้
วคนอยู
่
ดอยไม่
ใช่
เรื่
องแปลกและแต่
ละ
ท้
องถิ ่
นจะมี
กฎจารี
ตของท้
องถิ
่
นนั
้
นใช้
บั
งคั
บอยู
่
เสมอ
กฎหมายลายลั
กษณ์
อั
กษรเป็
นกฎหมายที่
ดี
ประการหนึ
่
ง
แต่
เป็
นเพี
ยงเครื่
องมื
อคอยอํ
านวยความยุ
ติ
ธรรมหาใช่
ความยุ
ติ
ธรรมเลยที
เดี
ยว
ประกอบกั
บเมื่
อชาวอิ
้
วเมี่
ยนกลุ
่
มนี
้
เข้
ามาตั
้
งชุ
มชนเป็
นเวลานานแล้
ว
ทางรั
ฐบาลสยามเพิ ่
งจะ
รวบรวมดิ
นแดนของประเทศราชทั
้
งหลายให้
ใช้
กฎหมายเดี
ยวกั
นในช่
วงสมั
ยรั
ชกาลที่
ห้
า
หรื
อ
ประมาณร้
อยกว่
าปี
มานี
้
เอง
การรวมศู
นย์
อํ
านาจดั
งกล่
าวก็
มี
อิ
ทธิ
พลอยู
่
เฉพาะในพื
้
นที่
เมื
องใหญ่
ๆ
เท่
านั
้
น
ดั
งนั
้
นสิ
่
งแรกที่
ได้
รั
บจากการศึ
กษาการปรั
บตั
วของระบบจารี
ตประเพณี
ก็
คื
อ กฎเกณฑ์
ทาง
สั
งคมของแต่
ชนชาติ
ก็
มี
ข้
อดี
ของมั
นเองอยู
่
หลั
กการหรื
อกฎเกณฑ์
ทางสั
งคมที่
ใช้
ก็
ยอมรั
บได้
ใน
ระดั
บหนึ
่
ง
ประกอบมี
การแลกเปลี่
ยนทางวั
ฒนธรรมในพหุ
สั
งคมเช่
นที่
เป็
นอยู
่
ในขณะที่
เป็
น
อาณาจั
กรแว่
นแคว้
นหรื
อนครรั
ฐไทนี
้
แต่
ละนครรั
ฐหรื
อแต่
เมื
องจะมี
เจ้
าเมื
องปกครองมาตลอด ซึ
่
ง
แต่
ละเมื
องก็
เชื่
อในเรื่
องหลั
กความยุ
ติ
ธรรมชุ
มชน โดยที่
แต่
ละเมื
องก็
จะยอมรั
บอํ
านาจของนครรั
ฐ
ใหญ่
ในระดั
บหนึ
่
ง แต่
ภายในนครรั
ฐย่
อยๆก็
มี
กฎเกณฑ์
ที่
ซ้
อนกั
นอยู
่
หลายกฎเกณฑ์
การที่
จะมา
ยึ
ดถื
อเพี
ยงกฎใดกฎหนึ
่
งเท่
านั
้
นเช่
นที่
ทางรั
ฐบาลสยามนํ
าใช้
จึ
งปรากฏว่
ามี
การต่
อต้
านในช่
วงหนึ
่
ง
อย่
างรุ
นแรง คงเพราะเหตุ
ที่
ไม่
ใช่
กฎแห่
งความยุ
ติ
ธรรมที่
สมบู
รณ์
แบบในตั
วเอง และมั
นขั
ดต่
อ
กระบวนการยุ
ติ
ธรรมชุ
มชนที่
แต่
ละเมื
องใช้
อยู
่
นั ่
นเอง
เมื่
อทํ
าการศึ
กษาในพื
้
นที่
ห่
างไกลจากสั
งคมเมื
องได้
พบว่
ามี
การใช้
ระบบจารี
ตประเพณี
การ
จั
ดการปั
ญหาและไกล่
เกลี่
ยข้
อพิ
พาทกั
บสมาชิ
กชุ
มชนของหลายชนเผา โดยเฉพาะชนชาอิ
้
วเมี่
ยนนั
้
น
มี
การใช้
อยู
่
อย่
างต่
อเนื่
องตั
้
งแต่
ในสมั
ยที่
อยู
่
ในประเทศจี
นแล้
ว และมาถึ
งทุ
กวั
นนี
้
ก็
ย ั
งคงนิ
ยมใช้
กั
น
อยู
่
ในชุ
มชนต่
างๆ
อาทิ
เช่
นชุ
มชนบ้
านผาลั
้
งและชุ
มชนบ้
านห้
วยชมภู
เป็
นชุ
มชนที่
ย ั
งยึ
ดมั ่
นต่
อการ
จั
ดการปั
ญหาภายในชุ
มชนด้
วยจารี
ตประเพณี
แห่
งท้
องถิ ่
น
ซึ
่
งมี
โลกทั
ศน์
ที่
เปิ
ดกว้
างมากขึ
้
น