Page 18 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

- 10 -
ราชวงศ์
ปกครองในแผ่
นดิ
นจี
ราชวงศ์
ต่
างชาติ
ได้
รุ
กรานราชวงศ์
ก่
อนสํ
าเร็
จก็
มี
การเผาทํ
าลาย
ทรั
พย์
สิ
น ฆ่
าล้
างเผ่
าพั
นธุ
กั
น ทํ
าลายหลั
กฐานทางประวั
ติ
ศาสตร์
รวมถึ
งตํ
าราองค์
ความรู
มากมาย
เรื่
องราวหนึ
งที่
ชาวอิ
วเมี่
ยนบอกเล่
าสื
บต่
อกั
นมา เกี่
ยวกั
บภาษาเขี
ยนของชาวอิ
วเมี่
ยน เดิ
มเคยมี
ใช้
อยู
แต่
เพราะไฟสงครามทํ
าให้
ไม่
มี
โอกาสสอนลู
กหลาน เมื่
ออพยพลงมาทางใต้
ก็
ไม่
มี
โอกาสกลั
บไปเอา
ตํ
ารามาด้
วย(
สํ
านั
กงานเลขานุ
การคณะกรรมการปฏิ
บั
ติ
การจิ
ตวิ
ทยาแห่
งชาติ
.2527:
201-242) ยุ
คหลั
งเมื่
อไม่
นานมานี
เองจึ
งต้
องยื
มอั
กษรจี
นมาใช้
ในการบั
นทึ
กเรื่
องราวเกี่
ยวกั
บทํ
าเนี
ยบบรรพชน ตํ
านานการ
เกิ
ดโลกและจั
กรวาล ประกอบกั
บบางราชวงศ์
มี
แนวความคิ
ดเรื่
องสร้
างความเป็
นเอกภาพทางภาษา
ได้
สั
งห้
ามการใช้
อั
กษรอื่
นนอกจากอั
กษรจี
ตั
วอั
กษรในภาษาอื่
นๆจึ
งไม่
ได้
รั
บการพั
ฒนาเช่
นกั
บอั
กษรจี
นที่
เป็
นภาษาราชการ
เมื่
อมี
ราชวงศ์
ใหม่
ที่
มาจากชนชาติ
อื่
นสามารถรวบรวมดิ
นแดนได้
จนครอบคลุ
มแผ่
นดิ
นจี
นก็
มั
กจะใช้
อั
กษรจี
นเหมื
อนกั
บราชวงศ์
ก่
อน เพราะความเข้
าใจเกี่
ยวกั
บประวั
ติ
ศาสตร์
ที่
ยาวนานเป็
นรากฐานที่
สํ
าคั
ญของการพั
ฒนาองค์
ความรู
ในลํ
าดั
บที่
สู
งขึ
น ในหลั
กการทางภาษาศาสตร์
ตั
วอั
กษรก็
เป็
นเพี
ยง
สั
ญลั
กษณ์
อย่
างหนึ
งในการกํ
าหนดเสี
ยงและมี
ความหมายให้
เป็
นไปตามที่
ได้
ตกลงร่
วมกั
นเท่
านั
ในประเทศจี
นอั
กษรตั
วเดี
ยวกั
นอาจมี
สํ
าเนี
ยงหลายสํ
าเนี
ยง หรื
อเสี
ยงอย่
างเดี
ยวกั
นก็
นํ
ามาเขี
ยนด้
วย
ตั
วอั
กษรหลายตั
ว ตามแต่
ว่
าจะเป็
นชนกลุ
มใดใช้
เพราะมี
ความหลากหลายทางชาติ
พั
นธุ
แผ่
นดิ
กว้
างใหญ่
เป็
นไปไม่
ได้
ที่
ทุ
กคนทุ
กท้
องที่
จะมี
การพู
ดภาษาในสํ
าเนี
ยงเดี
ยวกั
แต่
ชนชาติ
ใดที่
ไร้
ภาษาเขี
ยนของตนเองก็
เป็
นชนชาติ
ที่
เสี่
ยงต่
อการถู
กกลื
นชาติ
ความกลั
วเช่
นนี
ก็
ได้
ครอบง ํ
ความรู
สึ
กของชาวไทยภู
เขาหลายเผ่
าพั
นธุ
ในประเทศไทย
เมื่
อครั
งที่
รั
ฐบาลมี
นโยบายควบคุ
มการ
เพิ
มของประชากรชาวเขาและผสมกลมกลื
นชาติ
พั
นธุ
อย่
างเร่
งด่
วน ต่
อมาผู
นํ
าชาวเขาหลายเผ่
าได้
เพี
ยรพยายามสร้
างตั
วอั
กษรขึ
นมาใช้
หรื
อยื
มรู
ปแบบตั
วอั
กษรมากํ
าหนดเงื่
อนไขใหม่
เป็
นการ
เฉพาะที่
ยอมรั
บกั
นในชาติ
พั
นธุ
ตนเอง เพื่
อเป็
นอั
กขระวิ
ธี
ในการรั
กษาวั
ฒนธรรมทางชนชาติ
เอาไว้
ไม่
ให้
สู
ญหาย ผู
นํ
าทางวิ
ชาการของชาวอิ
วเมี่
ยนหลายคนก็
ทํ
าเช่
นเดี
ยวกั
น ในช่
วงระยะเวลา
ประมาณสามสิ
บปี
มานี
ได้
มี
นั
กภาษาศาสตร์
พยายามกํ
าหนดตั
วอั
กษรเพื่
อใช้
เป็
นสื่
ออุ
ปกรณ์
ในการ
สื่
อสารด้
วยภาษาอิ
วเมี่
ยนโดยตรง กลุ
มลั
กษณะตั
วอั
กษรที่
วางระบบมาใหม่
ซึ
งมาจากนั
กประดิ
ษฐ์
ตั
วอั
กษรหลายคน ปรากฏว่
าตั
วที่
ใช้
เขี
ยนคํ
าแปลในพระคั
มภี
ร์
ไบเบิ
ล เป็
นที่
แพร่
หลายมากที่
สุ
ต่
อมาได้
มี
การปรั
บปรุ
งใหม่
เรี
ยกว่
า อั
กษรอิ
วเมี่
ยนโรมั
นใหม่
(Romaniz)
ตั
วอั
กษรโบราณในภาษาอิ
วเมี่
ยนเคยมี
อยู
จริ
งหรื
อไม่
ย ั
งไม่
มี
หลั
กฐานยื
นย ั
น ส่
วนเรื่
องราว
เกี่
ยวกั
บลู
กหลานของ เปี
ยน ฮู
ง นี
มี
ชื่
อเรี
ยกว่
าอะไรมี
ปรากฏในบั
นทึ
กของประเทศจี
นอยู
บ้
าง นั
ย ้
อนกลั
บไปในประวั
ติ
ศาสตร์
จี
นอย่
างยาวนานพบว่
ามี
การเรี
ยกชื่
อที่
แตกต่
างกั
บางครั
งได้
สร้
าง
ความลํ
าบากแก่
ชนชาติ
ปกครองอยู
บ้
าง โดยทั
วไปแล้
วชนชาติ
นี
ไม่
ชอบการสงคราม มั
กจะหลบหนี
หรื
อยอมจํ
านนต่
อกลุ
มชนชาติ
ที่
ทํ
าสงครามแย่
งชิ
งดิ
นแดน ในบั
นทึ
กทางประวั
ติ
ศาสตร์
ของจี
นจึ
งมี
ชื่
อเรี
ยกลู
กหลานของ เปี
ยน ฮู
ง ในหลากหลายชื่
อมาก ขึ
นอยู
กั
บว่
าความสั
มพั
นธ์
ระหว่
างชนชาติ
ใน