- 9 -
ทุ
กองค์
ได้
สมรสแล้
วนํ
าคู
่
สมรสเข้
ามาอยู
่
ในบ้
านของ เปี
้
ยน ฮู
่
ง และชื่
อพระราชทานจึ
งได้
กลายเป็
นต้
นสกุ
ลของสิ
บสองเผ่
าอิ
้
วเมี่
ยน มี
ผู
้
อาวุ
โสท่
านหนึ
่
งกล่
าวว่
า “....ละเปี
้
ยนนั
้
นเป็
นชื่
อของ
หล่
ง ช้
วน ต่
อมาได้
ตกทอดแก่
บุ
ตรชายคนโต เพื่
อสื
บสกุ
ลของบิ
ดาจึ
งมี
ฐานะพิ
เศษกว่
าบรรดาพี่
น้
อง….”(ฒ้
อย ฮิ
น.2551) ลั
กษณะเช่
นนี
้
ได้
บ่
งชี
้
ถึ
งระบบการปกครองแบบศั
กดิ
นาในแผ่
นดิ
นจี
นด้
วย
จากหลั
กฐานตรงนี
้
นั
กวิ
ชาการส่
วนใหญ่
จึ
งเชื่
อว่
า ชาวอิ
้
วเมี่
ยนนั
้
นเป็
นลู
กหลานของ เปี
้
ยน ฮู
่
ง ตาม
หนั
งสื
อบทสวดในพิ
ธี
กรรมและบั
นทึ
กลํ
าดั
บพงศ์
พั
นธุ
์
ของหลายตระกู
ลในหมู
่
บ้
านผาลั
้
ง
ก็
มี
ข้
อความสอดคล้
องกั
นอยู
่
ในปั
จจุ
บั
นนั
กมนุ
ษย์
ศาสตร์
พบว่
ามี
อิ
้
วเมี่
ยนมากกว่
าสิ
บสองสกุ
ล(Fingx)
ดั
งกล่
าว เมื่
อศึ
กษาลํ
าดั
บบรรพชนย ้
อนกลั
บไปประมาณสิ
บถึ
งสิ
บห้
ารุ
่
น บางครั
้
งเราจะพบว่
าสกุ
ลที่
เพิ
่
มมานั
้
นเป็
นคนจากชาติ
พั
นธุ
์
อื่
นที่
มาแต่
งงานกั
บชาวอิ
้
วเมี่
ยนและยอมรั
บว่
า เปี
้
ยน ฮู
่
ง เป็
นบรรพ
บุ
รุ
ษของตนด้
วย
อย่
างในกรณี
ที่
หมู
่
บ้
านห้
วยชมภู
ก็
มี
สกุ
ลลิ
้
ว
ที่
ค้
นพบว่
าเป็
นคนเชื
้
อสายอื่
นมา
แต่
งงานกั
บลู
กสาวในสกุ
ล Zeuz หรื
อที่
คนไทยเรี
ยกว่
า แซ่
จ๋
าว นั
่
นเอง ส่
วนที่
หมู
่
บ้
านผาลั
้
งก็
มี
สกุ
ล Dongv (ต๊
ง) ซึ
่
งเป็
นคนจี
นปั
กกิ ่
งมาแต่
งงานกั
บลู
กสาวของสกุ
ล Dangc Yauz Mengh หรื
อ นาย
เย์
าเม่
ง แซ่
เติ
๋
น
เรื่
องราวทางประวั
ติ
ศาสตร์
เกี่
ยวกั
บชาติ
กํ
าเนิ
ดของชนชาติ
อิ
้
วเมี่
ยนนั
้
น มี
การบั
นทึ
กเป็
นลาย
ลั
กษณ์
อั
กษรน้
อยมาก ในบั
นทึ
กร่
วมสมั
ยที่
ทํ
าขึ
้
นโดยชาวอิ
้
วเมี่
ยนเองไม่
มี
เลย ส่
วนมากจะปรากฏใน
ลั
กษณะของเรื่
องเล่
าเชิ
งตํ
านานมากกว่
า มี
การเขี
ยนไว้
เป็
นบทกวี
นิ
ทานปรั
มปราบ้
าง เมื่
อจะใช้
อ้
าง
เป็
นเอกสารทางประวั
ติ
ศาสตร์
การกํ
าเนิ
ดชนชาติ
นั
้
น ก็
ต้
องไปค้
นคว้
าจากบั
นทึ
กของชนชาติ
จี
น มี
นั
กวิ
ชาการจากชนชาติ
จี
นหลายท่
านได้
ศึ
กษาเรื่
องราวเกี่
ยวกั
บประวั
ติ
ศาสตร์
สมั
ยราชวงศ์
ต่
างๆ
แล้
วพบว่
ามี
เรื่
องราวเกี่
ยวกั
บชนชาติ
อิ
้
วเมี่
ยนด้
วยนั
้
น ถื
อได้
ว่
าประวั
ติ
ศาสตร์
อิ
้
วเมี่
ยนมี
ความเป็
นมาที่
ยาวนานพอๆกั
บการกํ
าเนิ
ดชนชาติ
ฮั
่
นเองคื
อประมาณ 2500 ปี
ก่
อนคริ
สตกาล ชาวอิ
้
วเมี่
ยนและชาว
ฮั ่
นนั
้
นมี
ความเกี่
ยวพั
นกั
นอย่
างใกล้
ชิ
ด การออกเสี
ยงชื่
อเรี
ยกชื่
อบุ
คคลในประวั
ติ
ศาสตร์
ที่
บั
นทึ
กโดย
ชาวฮั ่
นกั
บตํ
านานคํ
าบอกเล่
านั
้
นใกล้
เคี
ยงกั
น
แม้
ไม่
เหมื
อนกั
นเสี
ยที
เดี
ยว
แต่
เหตุ
การณ์
ใน
ประวั
ติ
ศาสตร์
ของจี
นเองก็
มี
เค้
าโครงอย่
างเดี
ยวกั
น
ปั
จจุ
บั
นชาวอิ
้
วเมี่
ยนในตํ
าบลห้
วยชมภู
กล่
าวว่
า พวกตนคื
อลู
กหลานของ เปี
้
ยน ฮู
่
ง แม้
ว่
า
ตํ
านานการกํ
าเนิ
ดมนุ
ษยชาติ
หลายครั
้
งไปผู
กติ
ดกั
บเรื่
องลั
ทธิ
ความเชื่
อเกี่
ยวกั
บเรื่
องการกํ
าเนิ
ด
จั
กรวาลและนรกสวรรค์
โดยอ้
างการทรงสร้
างของพระเจ้
าองค์
ต่
างๆที่
พวกตนนั
บถื
ออยู
่
การนํ
า
เรื่
องราวการกํ
าเนิ
ดชนชาติ
มาผู
กยึ
ดกั
บพระเจ้
าจึ
งดู
เหมื
อนได้
ทํ
าให้
พวกของตนได้
เป็
นศู
นย์
กลางของ
มนุ
ษย์
ทั
้
งโลก ชาวอิ
้
วเมี่
ยนก็
มี
ตํ
านานในลั
กษณะนี
้
เช่
นกั
น ในสมั
ยก่
อนคนในแผ่
นดิ
นจี
นเชื่
อว่
า
บ้
านเมื
องของพวกเขาคื
อศู
นย์
กลางของโลก อั
กษรจี
นที่
ใช้
เขี
ยนชื่
อประเทศก็
ใช้
คํ
าว่
า (Zong Guo)
แปลว่
า “ประเทศกลาง” โดยเชื่
อว่
าโลกนี
้
มี
เพี
ยงประเทศเดี
ยวเท่
านั
้
น และประเทศที่
พวกของตน
ปกครองอยู
่
คื
อศู
นย์
กลาง ฉะนั
้
นดิ
นแดนแห่
งนี
้
จึ
งมี
การแย่
งชิ
งกั
นครอบครองของคนหลายเชื
้
อชาติ
มี
การผลั
ดเปลี่
ยนราชวงศ์
ขึ
้
นมาปกครองหลายราชวงศ์
ไม่
ใช่
แค่
จากเชื
้
อสายฮั ่
นเท่
านั
้
นที่
ได้
ก่
อตั
้
ง