Page 178 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

- 170 -
รุ
กจั
บจองเป็
นพื
นที่
ส่
วนตั
ว ต้
นไม้
หลายร้
อยต้
นก็
แห้
งตายเกิ
ดเป็
นปรากฏการณ์
ไฟไหม้
ป่
าที่
รุ
นแรง
ที่
สุ
ดในรอบหลายสิ
บปี
ทั
งๆที่
เห็
นได้
ชั
ดเจนว่
าเป็
นพื
นที่
แหล่
งต้
นนํ
าที่
เป็
นหั
วนํ
าของชุ
มชน คนที่
บุ
กรุ
กก็
อ้
างว่
าเขาไม่
มี
ที่
ดิ
นที่
ไหนจะปลู
กกาแฟหรื
อชาได้
แม้
แต่
แกนนํ
าชุ
มชนเองหลายคนก็
มี
ส่
วน
บุ
กรุ
กด้
วย ทํ
าให้
เยาวชนในหมู
บ้
านที่
ได้
ทํ
ากิ
จกรรมอนุ
รั
กษ์
สิ
งแวดล้
อมมาหลายปี
เกิ
ดความน้
อยใจ
จึ
งลาออกจากตํ
าแหน่
งคณะกรรมการเยาวชนและกลุ ่
มหนุ ่
มสาวไปขายแรงงานในเมื
อง
เวลาจะ
คั
ดเลื
อกหาแกนนํ
าเยาวชนไปทํ
ากิ
จกรรมแทบจะหาตั
วแทนผู
สมั
ครไม่
ได้
เลย ผู
ที่
ไปขายแรงงานจะ
กลั
บมาเฉพาะช่
วงเทศกาลหรื
อเก็
บเกี่
ยวผลผลิ
ตทางการเกษตรเท่
านั
น หมู
บ้
านผาลั
งจึ
งเข้
าลั
กษณะ
ของเพิ
งพั
กปลายไร่
ในยามเก็
บเกี่
ยวพื
ชผลทางการเกษตร เนื่
องจากมี
แหล่
งอาชี
พอื่
นในพื
นราบและมี
หลายครอบครั
วที่
ได้
ซื
อที่
ดิ
นและสร้
างบ้
านไว้
ในพื
นราบด้
วย โดยให้
เหตุ
ผลว่
ากลั
วจะถู
กไล่
ที่
แล้
ไม่
มี
ที่
อยู
ปั
ญหาของชุ
มชนแห่
งนี
ก็
คื
อ มี
สมาชิ
กบางส่
วนได้
ฉวยโอกาสช่
วงที่
ชุ
มชนอ่
อนแอช่
วงชิ
ประโยชน์
จากทรั
พยากรผื
นป่
าที่
เป็
นพื
นที่
ส่
วนรวมไปอย่
างตั
งใจ เพราะเห็
นว่
าองค์
กรสิ ่
งแวดล้
อมไม่
มี
อํ
านาจตามกฎหมายของรั
ฐที่
จะทํ
าอะไรพวกตนได้
นอกจากนี
ย ั
งมี
คนจากหมู
บ้
านอื่
นมาลั
กลอบ
แปรรู
ปไม้
จากไม้
ในอาณาเขตของหมู
บ้
านผาลั
งไปขายให้
คนที่
อื่
โดยลากไม้
ผ่
านกลางหมู
บ้
าน
ผาลั
งแต่
แกนนํ
าก็
ต้
องนิ
งเฉยไม่
ทํ
าอะไร ชาวบ้
านบางส่
วนหมดศรั
ทธาในผู
นํ
าชุ
มชน ดั
งนั
นการ
ประชุ
มหมู
บ้
านการนั
ดพั
ฒนาชุ
มชนจึ
งไม่
มี
คนออกไปให้
ความร่
วมมื
อ เยาวชนบ้
านผาลั
งและกลุ ่
มผู
อาวุ
โสได้
ร่
วมกั
นผลั
กดั
นให้
รื
อฟื
นคณะกรรมการจั
ดการทรั
พยากรธรรมชาติ
ขึ
นมาใหม่
องค์
กรนี
ย ั
ไม่
ได้
จดทะเบี
ยนและไม่
มี
บุ
คลากรที่
สามารถดํ
าเนิ
นการจดทะเบี
ยนให้
แก่
ชาวบ้
านได้
มี
การจั
ประชุ
มหารื
อหลายครั
งในรอบสองปี
บางคนที่
ได้
รั
บคั
ดเลื
อกให้
เป็
นกรรมการทรั
พยากรฯ ไม่
เต็
มใจ
ทํ
างานเพราะทํ
าแล้
วไม่
เห็
นผล บางคนกลั
วว่
าจะเป็
นที่
เกลี
ยดชั
งของคนที่
เขาต้
องเสี
ยผลประโยชน์
ชาวบ้
านอยากให้
มี
การควบคุ
มสั
ตว์
เลี
ยงไม่
ให้
เข้
าสวนและไม่
ให้
สร้
างความรํ
าคาญใน
ชุ
มชน ได้
แจ้
งให้
แกนนํ
าทราบแล้
วแต่
ก็
ไม่
ได้
ดํ
าเนิ
นการอะไรอี
ก วั
นที่
1 มี
นาคม 2551 แกนนํ
เยาวชนจึ
งได้
นั
ดหารื
อเสนอแผนพิ
ทั
กษ์
สิ ่
งแวดล้
อมป่
าต้
นนํ
าชุ
มชนบ้
านผาลั
ง จากเดิ
มที่
เยาวชนจะ
ผลั
กดั
นเองนั
น มี
มติ
ให้
เป็
นโครงการที่
คณะกรรมการทรั
พยากรฯ จะเป็
นผู
ผลั
กดั
นแทน และได้
มี
การนั
ดหารื
อร่
วมระหว่
างสภาที่
ปรึ
กษาอาวุ
โสบ้
านผาลั
ง คณะกรรมการจั
ดการทรั
พยากรธรรมชาติ
และสิ ่
งแวดล้
อมบ้
านผาลั
งและร่
วมกั
บแกนนํ
าชุ
มชน ได้
ยกร่
างกติ
กาใหม่
และนํ
าเสนอขอมติ
จากที่
ประชุ
มหมู
บ้
าน ในวั
นที่
9 มี
นาคม 2551 ชาวบ้
านผาลั
งนั
นเห็
นด้
วยกั
บข้
อเสนอของที่
ประชุ
มร่
วมทุ
อย่
าง แต่
ชุ
มชนบริ
วารคื
อหมู
บ้
านแสนต่
อไม่
เห็
นด้
วยประเด็
นเรื่
องแนวเขตระหว่
างชุ
มชน และมี
ปั
ญหาเรื่
องการควบคุ
มสั
ตว์
เลี
ยงนั
นบ้
านแสนต่
อคงคุ
มไม่
ได้
เมื่
อที่
ประชุ
มหมู
บ้
านตกลงกั
นไม่
ได้
จึ
งกํ
าหนดประชุ
มประชาคมขึ
นในวั
นที่
9 เมษายน 2551 การประชุ
มประชาคมหมู
ที่
4 ได้
มี
มติ
ให้
แยกหมู
บ้
านและกํ
าหนดแนวแบ่
งเขตใหม่
เป็
นที่
เรี
ยบร้
อยแล้
ช่
วงนี
อยู
ระหว่
างดํ
าเนิ
นการขอแยก
หมู
บ้
านใหม่
การประชุ
มครั
งนั
นต้
องเชิ
ญผู
ใหญ่
จากภายนอกชุ
มชนเข้
ามาช่
วยไกล่
เกลี่
ยเรื่
องราว