Page 173 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

- 165 -
ย ั
งเห็
นผู
หญิ
งเป็
นวั
ตถุ
ของผู
ชายมากกว่
าที่
จะเป็
นผู
มี
สิ
ทธิ
เท่
าเที
ยมกั
บอย่
างสมบู
รณ์
อาทิ
เช่
น เรื่
อง
การใช้
สิ
ทธิ
ทางเพศของผู
ชายจะถื
อได้
ว่
ามี
อิ
สระมาก แม้
แต่
งงานมี
คู
สมรสอยู
แล้
วย ั
งคงมี
สิ
ทธิ
ที่
จะ
ไปเที่
ยวหญิ
งสาวที่
เป็
นอิ
สระทั
งหลายได้
อยู
แต่
ผู
หญิ
งไม่
สามารถเกี่
ยวข้
องกั
บผู
ชายคนอื่
นได้
เลย ถ้
หากย ั
งถื
อว่
าเป็
นหญิ
งที่
ถู
กจองหรื
อหมั
นหรื
อเป็
นภรรยาของผู
ชายคนใดคนหนึ
ง การสื
บทอดมรดก
ก็
ตกแก่
ชายเป็
นหลั
ก จะให้
แก่
ผู
หญิ
งบ้
างก็
ตรงที่
ให้
สามี
เป็
นผู
สื
บสกุ
ลหรื
อมี
ลู
กมาช่
วยสื
บสกุ
ลของ
ครอบครั
วเท่
านั
และหากผู
หญิ
งคนใดเป็
นหมั
นสั
งคมจะมองว่
าเป็
นสิ
ทธิ
ของผู
ชายที่
จะมี
ภรรยา
เพิ
มขึ
น ขณะที่
ผู
หญิ
งที่
รู
ว่
าผู
ชายเป็
นหมั
นตนเองจะแต่
งงานใหม่
กลั
บทํ
าไม่
ได้
การชดเชยความ
เสี
ยหายให้
แก่
หญิ
งที่
ถู
กล่
วงละเมิ
ดก็
เป็
นแต่
เพี
ยงการสมมุ
ตเท่
านั
แท้
จริ
งหญิ
งที่
ได้
รั
บการหมั
มั
กจะไม่
ได้
รั
บอะไรจากชายที่
ตนเองยอมเป็
นคู ่
หมั
นและยอมมี
เพศสั
มพั
นธ์
ด้
วย
เนื่
องจากเชื่
อว่
ตนเองจะได้
สมรสกั
น แต่
หากภายหลั
งชายนั
นมี
หญิ
งคนรั
กใหม่
หญิ
งนั
นจะได้
สิ
ทธิ
ตามสั
ญญาหมั
เพี
ยงส่
วนที่
จ่
ายให้
มาแล้
วจริ
งๆเท่
านั
ส่
วนที่
ย ั
งไม่
ได้
จ่
ายมาจะเรี
ยกร้
องให้
จ่
ายแก่
ตนก็
ไม่
ได้
ในขณะที่
ถ้
าหญิ
งผิ
ดสั
ญญาหมั
นการจ่
ายเพื่
อชดใช้
คื
นจะต้
องจ่
ายสองเท่
าที่
ได้
รั
บมา ดั
งนั
นฐานะ
ทางสั
งคมของหญิ
งขึ
นอยู
กั
บสามี
ของตนจะให้
เกี
ยรติ
และยกย่
องเพี
ยงใดหรื
อไม่
ความสั
มพั
นธ์
ระหว่
างบุ
ตรที่
เกิ
ดมาจากหญิ
งที่
สมรสกั
บนอกสมรสก็
ได้
รั
บสิ
ทธิ
ในมรดกไม่
เท่
ากั
น ฐานะทางสั
งคม
ก็
แตกต่
างกั
น เว้
นแต่
ว่
าบิ
ดาจะมอบให้
ก่
อนที่
ตนเองจะเสี
ยชี
วิ
ตเท่
านั
น เพราะการสื
บทอดวงศ์
ตระกู
จะไม่
สื
บทอดผ่
านผู
หญิ
งแต่
สื
บทอดผ่
านทางผู
ชาย ความสั
มพั
นธ์
ทางสั
งคมจึ
งอาศั
ยความสั
มพั
นธ์
ที่
มี
มาจากผี
บรรพบุ
รุ
ษเป็
นหลั
ก นั
บว่
าเป็
นสั
งคมต้
องได้
รั
บการเปลี่
ยนแปลงทางด้
านสิ
ทธิ
ความเท่
าเที
ยม
กั
นอย่
างเร่
งด่
วนเพื่
อผู
หญิ
งมี
ความเท่
าเที
ยมกั
บชาย
ในประวั
ติ
ศาสตร์
ของชนชาติ
อิ
วเมี่
ยนพวกเขาได้
รั
บความยอมรั
บจากรั
ฐผู
ปกครองในแต่
ละ
ถิ ่
นให้
ชนชาติ
ชั
นสองของสั
งคม
ดั
งนั
นพวกเขาได้
เพี
ยรพยายามอย่
างยิ
งในการผนวกหรื
อผสม
กลมกลื
นกั
บวั
ฒนธรรมกระแสหลั
กของท้
องถิ
บางครั
งถื
อปฏิ
บั
ติ
จนเข้
าใจไปว่
าเป็
นกฎเกณฑ์
แก้
ไขเปลี่
ยนแปลงไม่
ได้
ก็
มี
แม้
แต่
ชื่
อชนชาติ
ก็
เป็
นสิ ่
งที่
ชนชาติ
อื่
นตั
งให้
และเพิ ่
งมากํ
าหนดทิ
ทางการเรี
ยกชื่
อของตนเองขึ
นเมื่
อประมาณห้
าสิ
บปี
มานี
เอง
และเป็
นภายหลั
งจากที่
ทางการจี
นได้
เปลี่
ยนแปลงตั
วอั
กษรที่
ใช้
เขี
ยนคํ
าว่
า “Yao” หรื
อชาว“เย ้
า” ในภาษาไทย โดยภาษาจี
นใช้
อั
กษร
อ่
านว่
Yáo zú
ออกเสี
ยงว่
า “เหยา จู
” หมายถึ
ง หิ
นมี
ค่
าหรื
อ หยก ชาวอิ
วเมี่
ยน (Iu-Mienh)
จึ
งนิ
ยมเรี
ยกตนเองว่
าอิ
วเมี่
ยนและเริ
มยอมรั
บตั
วเขี
ยนมากขึ
น ในภาษาอั
งกฤษก็
เริ
มใช้
คํ
าว่
า Iu Mien
ชาวอิ
วเมี่
ยนในชุ
มชนเป้
าหมายการทํ
าวิ
จั
ยได้
ก็
นิ
ยมเรี
ยดตนเองว่
าเผ่
าอิ
วเมี่
ยน ชนชาวอิ
วเมี่
ยนจั
ดอยู
ในสํ
าเนี
ยงภาษา Mien กลุ
มภาษา Hmong-Yao ตระกู
ลภาษา Austro-Thai เป็
นกลุ ่
มภาษาเล็
กๆที่
มี
แหล่
งกํ
าเนิ
ดอยู
บริ
เวณตอนกลางของประเทศจี
น โดยมี
บรรพบุ
รุ
ษชื่
อว่
า เปี
ยน ฮู
ง (Bienh Hungh)
สํ
าหรั
บการเรี
ยกชื่
อชาติ
พั
นธุ
ในภาษาไทยคนเรี
ยกว่
า “อิ
วเมี่
ยน” เรื่
องราวของชาวอิ
วเมี่
ยนบ่
งบอกให้
ทราบเป็
นที่
แน่
ชั
ดแล้
วว่
า เป็
นประชาชาติ
เก่
าแก่
ที่
ถู
กซั
ดด้
วยคลื่
นแห่
งการเมื
องการปกครองที่
ทั
งเป็
มิ
ตรและปรปั
กษ์
แต่
สิ ่
งเหล่
านี
ย ั
งคงไม่
สามารถทํ
าให้
ชาวอิ
วเมี่
ยนเรี
ยนรู
มากพอที่
จะรวมตั
วกั
นก่
อตั