- 7 -
บทที่
2
ประวั
ติ
ศาสตร์
อิ
้
วเมี่
ยน
ชนชาวอิ
้
วเมี่
ยนที่
ตั
้
งชุ
มชนอยู
่
ในประเทศไทยนั
้
น
มี
ชาติ
กํ
าเนิ
ดอยู
่
บริ
เวณตอนกลางของ
ประเทศจี
นเมื่
อหลายพั
นปี
ก่
อน
มี
จํ
านวนประชากรน้
อยมากและอพยพย ้
ายถิ
่
นฐานอย่
างต่
อเนื่
อง
เท่
าที่
ปรากฏในบั
นทึ
กของนั
กปราชญ์
จี
นในแต่
ละยุ
คมั
กเรี
ยกชื่
อแตกต่
างกั
น แม้
ว่
าจะเขี
ยนแตกต่
าง
กั
นแต่
ก็
ล้
วนเล็
งถึ
งลู
กหลานของ “เปี
้
ยน ฮู
่
ง” (Bienh Hungh) ประมาณสามร้
อยปี
ก่
อนคริ
สตกาลชาว
จี
นเรี
ยกว่
า “ พ่
าน ฮู
จู
๋
” ล่
าสุ
ดทางการจี
นเรี
ยกว่
า “เหยา จู
๋
”
瑶 族
,
Yáo zú
(
http://
en.wikipedia.org/wiki/Yao_nationality
)
นั
กวิ
ชาการไทยส่
วนใหญ่
จึ
งเรี
ยกว่
า “เย ้
า” ตามแบบที่
ชาวยุ
โรป
ใช้
เรี
ยกกั
น ภายหลั
งจากอพยพข้
ามทะเลสาบลงทางตอนใต้
ราวๆสมั
ยราชวงศ์
หมิ
งตอนต้
น ได้
ยอมรั
บวั
ฒนธรรมจี
นทั
้
งรู
ปแบบการปกครอง การศึ
กษา ส่
วนศาสนานั
้
นได้
รั
บเอาลั
ทธิ
เต๋
าของจี
นที่
ผสมผสานกั
บศาสนาพุ
ทธและบรรพชนผู
้
ล่
วงลั
บ โดยถื
อว่
า “เปี
้
ยน ฮู
่
ง”(องค์
ที่
สร้
างจั
กรวาล)เป็
น
พระเจ้
าสู
งสุ
ด และบรรพบุ
รุ
ษคู
่
แรกที่
มี
นามว่
า “หล่
ง ช้
วน” ที่
แต่
งงานกั
บ “เลี่
ยว มู
้
กู
๋
ฟาม” (Liouh
Muh Gux Faam)ราชธิ
ดาองค์
ที่
สามของจั
กรพรรดิ
“แป้
ง ฮู
่
ง” (Baengh Hungh) ซึ
่
งเป็
นต้
นกํ
าเนิ
ดชน
ชาติ
อิ
้
วเมี่
ยนสิ
บสองเผ่
านั
้
น ตอนมี
ชี
วิ
ตอยู
่
ได้
มี
ศั
กดิ
นาเที
ยบเท่
ากั
บราชบุ
ตรเขย ภายหลั
งจากเสี
ยชี
วิ
ต
แล้
วได้
รั
บการแต่
งตั
้
งเป็
นสมมุ
ติ
เทพ มี
นามว่
า “เปี
้
ยน ฮู
่
ง” เช่
นกั
น ชาวอิ
้
วเมี่
ยนในชุ
มชนต่
างได้
ร่
วมกั
นสร้
างวิ
หารและรู
ปปั
้
นของเปี
้
ยน ฮู
่
ง องค์
ที่
สร้
างจั
กรวาลขึ
้
นมาเพื่
อกราบไหว้
ต่
อมาทางการ
ในท้
องถิ ่
นไม่
อนุ
ญาตให้
ชาวอิ
้
วเมี่
ยนตั
้
งวิ
หารบริ
เวณใจกลางเมื
อง จึ
งพากั
นไปตั
้
งตามภู
เขาที่
ห่
างไกล
ผู
้
คน ในยุ
คต่
อมาแม้
แต่
บนภู
เขาก็
ห้
ามเช่
นกั
น จึ
งได้
วาดภาพผี
ใหญ่
ไว้
กราบไหว้
แทน ภาพเหล่
านี
้
ส่
วนมากจะทํ
าขึ
้
นในระหว่
างที่
อพยพย ้
ายถิ
่
นมาถึ
งตอนใต้
ของประเทศจี
น
เกี่
ยวกั
บวั
ฒนธรรมทาง
สั
งคมนั
้
นถื
อว่
าตนเองเป็
นลู
กหลานของ “เปี
้
ยน ฮู
่
ง” เด็
กทุ
กคนที่
เกิ
ดมาจึ
งมี
ค่
าเท่
าเที
ยมกั
น ถ้
า
สามารถมี
ชี
วิ
ตอยู
่
จนถึ
งระยะเวลาหนึ
่
ง ตายแล้
วจะได้
ไปอยู
่
กั
บบรรพบุ
รุ
ษ แต่
ถ้
าตายก่
อนจะได้
ไปเกิ
ด
เป็
นมนุ
ษย์
ใหม่
การเลื่
อนฐานะทั
้
งทางโลกมนุ
ษย์
และโลกฝ่
ายวิ
ญญาณสามารถดํ
าเนิ
นการได้
ใน
โอกาสที่
มี
ชี
วิ
ตอยู
่
โดยเริ
่
มตั
้
งแต่
เด็
กจนถึ
งวั
ยชรา หรื
อแม้
แต่
การที่
มี
ลู
กหลานสื
บสกุ
ลรุ
่
นต่
อๆมาแผ่
บุ
ญบารมี
ไปให้
ผู
้
ใดที่
ไม่
นั
บถื
อ“เปี
้
ยน ฮู
่
ง”จะถู
กขั
บออกจากความเป็
นอิ
้
วเมี่
ยน ถู
กเรี
ยกว่
า“จั ๋
น”
(Janx) ความเข้
าใจของคนส่
วนมากจึ
งเชื่
อว่
าความเป็
นอิ
้
วเมี่
ยนคื
อการนั
บถื
อผี
บรรพบุ
รุ
ษและพระเจ้
า
องค์
เดี
ยวกั
นเท่
านั
้
น หาใช่
การสื
บสายโลหิ
ตหรื
อการมี
ส่
วนร่
วมทางสั
งคมไม่
การเปลี่
ยนพระเจ้
า
เท่
ากั
บเป็
นการตั
ดขาดจากครอบครั
วหรื
อสั
งคมเดิ
มทั
นที
จึ
งเป็
นที่
มาของทั
ศนคติ
ที่
ว่
า บุ
ตรชายเกิ
ด
มาหั
นหน้
าเข้
า บุ
ตรสาวเกิ
ดมาหั
นหน้
าออก ด้
วยเหตุ
ที่
ฐานความรู
้
ความเข้
าใจของคนส่
วนใหญ่
ต่
อ
ชาวอิ
้
วเมี่
ยนย ั
งไม่
ชั
ดเจน
ผู
้
วิ
จั
ยขอเสนอประเด็
นศึ
กษาถึ
งกลุ
่
มชาติ
พั
นธุ
์
อิ
้
วเมี่
ยนเพี
ยงบางประเด็
น
เพื่
อที่
อาจจะช่
วยให้
สามารถเข้
าใจเกี่
ยวกั
บชาวอิ
้
วเมี่
ยนในประเทศไทยได้
ง่
ายขึ
้
น เมื่
อเวลากล่
าวถึ
ง