- 134 -
วางกติ
กาชุ
มชนที่
หมู
่
บ้
านผาลั
้
ง ผู
้
วิ
จั
ยไม่
ได้
เข้
าร่
วมการอบรมดั
งกล่
าว และย ั
งไม่
ทราบว่
าที่
ประชุ
มมี
การวางกติ
กาหรื
อเงื่
อนไขการดู
แลและใช้
ทรั
พยากรธรรมชาติ
ร่
วมกั
นอย่
างไร ทางอุ
ทยานแห่
งชาติ
มี
การทบทวนแนวเขตเพื่
อร่
วมกั
นปั
กปั
นแนวเขตอย่
างไรหรื
อไม่
?
ข้
อสั
งเกตจากผู
้
วิ
จั
ย การที่
เมื่
อประมาณปี
พ.ศ. 2500 - 2540 สี่
สิ
บปี
แรกแห่
งการปกครอง
หมู
่
บ้
านของผู
้
นํ
ายุ
คเก่
าคื
อยุ
คที่
ผู
้
ใหญ่
บ้
านอ่
านหรื
อเขี
ยนภาษาไทยไม่
ได้
(อาจมี
ผู
้
ช่
วยหรื
อกรรมการ
หมู
่
บ้
านบางคนที่
พอจะสามารถอ่
านได้
บ้
างคอยช่
วยเหลื
อสนั
บสนุ
นอยู
่
) ชุ
มชนเขาได้
เคยวางกติ
กา
ชุ
มชนมาก่
อน ตั
้
งแต่
ในช่
วงแรกๆของการก่
อตั
้
งชุ
มชน ในรู
ปแบบของกติ
กาปากเปล่
า เขาสามารถ
ควบคุ
มดู
แลตามคํ
าสั
ญญาได้
และมี
การปฏิ
บั
ติ
ออกมาจริ
งๆจั
งๆ ถึ
งการลงโทษผู
้
ฝ่
าฝื
น การที่
กติ
กา
ปากเปล่
ามี
ความศั
กดิ
์
สิ
ทธิ
์
เช่
นนั
้
นมั
นเกิ
ดขึ
้
นมาได้
อย่
างไร
เป็
นสิ
่
งน่
าสนใจอย่
างยิ ่
ง
จึ
งได้
ขอ
สั
มภาษณ์
นายเลาแสง แซ่
พร่
าน ว่
าท่
านได้
ใช้
อํ
านาจหรื
อความสามารถอะไรในการนํ
าประชาชนที่
มี
ความเป็
นตั
วของตั
วเองสู
งอย่
างอิ
้
วเมี่
ยนให้
ร่
วมมื
อได้
ท่
านบอกว่
าเวลานั
้
นอิ
้
วเมี่
ยนมี
ความน้
อมเอี
ยง
ไปในทางเชื่
อฟั
งผู
้
มี
อาวุ
โสสู
งกว่
าปั
จจุ
บั
นนี
้
และผู
้
อาวุ
โสเองในสมั
ยนั
้
นมี
สง่
าราศี
กว่
าสมั
ยนี
้
ตรงที่
ทุ
กคนเรี
ยนกฎแห่
งความถู
กต้
องจากผู
้
หลั
กผู
้
ใหญ่
ในชุ
มชน องค์
ความรู
้
ทุ
กอย่
างลู
กรั
บจากพ่
อแม่
ปู
ย่
า
ตายาย ฉะนั
้
นหากเราทํ
าให้
คนที่
มี
อาวุ
โสเข้
าใจเราและสนั
บสนุ
นเรา ประชาชนเขาก็
สนั
บสนุ
นเรา
เช่
นกั
น(เลาแสง.2550)
จากความเห็
นที่
ท่
านประธานที่
ปรึ
กษาให้
มานี
้
เป็
นข้
อยื
นย ั
นถึ
งระบบ
มาตรฐานความประพฤติ
แบบเก่
าของชาวอิ
้
วเมี่
ยน
ที่
ให้
ความเคารพเชื่
อฟั
งผู
้
หลั
กผู
้
ใหญ่
ในวงศ์
ตระกู
ล แต่
ปั
จจุ
บั
นความเคารพเชื่
อฟั
งผู
้
มี
อาวุ
โสเช่
นนี
้
ไม่
ว่
าจะย ั
งมี
อยู
่
หรื
อไม่
การที่
มี
บางคนเจตนา
จะฝ่
าฝื
นกติ
กาปากเปล่
าโดยอ้
างกว่
าไม่
มี
กติ
กาก็
คงเป็
นการแสดงถึ
งจุ
ดยื
นใหม่
ด้
วยเช่
นกั
น
ดู
เหมื
อน
เป็
นการยากที่
จะควบคุ
มคนรุ
่
นใหม่
ที่
ยื
นบนฐานคิ
ดที่
ว่
ากติ
กาที่
ไม่
กระดู
กใช้
บั
งคั
บไม่
ได้
เหมื
อน
แนวคิ
ดของสํ
านั
กความคิ
ดปฏิ
ฐานนิ
ยมทางกฎหมาย ที่
บอกว่
า ศี
ลธรรม จารี
ตประเพณี
ไม่
ใช่
กฎหมายแท้
มี
เพี
ยงกฎหมายของรั
ฐาฐิ
ปั
ตย์
ที่
เป็
นกฎหมายแท้
กฎแห่
งบรรพบุ
รุ
ษที่
ว่
าด้
วยสิ
ทธิ
ส่
วนรวมในชุ
มชนบ้
านผาลั
้
งกํ
าลั
งถู
กท้
าทายจากกลุ ่
ม
แนวคิ
ดบริ
โภคนิ
ยม ปั
จเจกชนนิ
ยมที่
ว่
า “....พวกเราทํ
าเรื่
องอนุ
รั
กษ์
ฯ เป็
นสิ ่
งที่
ดี
แต่
...คนที่
เขาไม่
เชื่
อ
ฟั
งเขาว่
า ‘ที่
ดิ
นที่
ใกล้
หมู
่
บ้
านก็
ห้
ามทํ
ากิ
น ที่
ดิ
นห่
างหมู
่
บ้
านก็
ถู
กป่
าไม้
(อุ
ทยานแห่
งชาติ
)ห้
ามทํ
ากิ
น
ดู
หมู
่
บ้
านปางขอน,ห้
วยแม่
เลี่
ยม เขาย ั
งปลู
กมาถึ
งหน้
าบ้
านเลย’ เราก็
ไม่
รู
้
จะตอบเขาอย่
างไร”(ตอน
ชิ
ง. 2551) ในที่
ประชุ
มประชาคมหมู ่
ที่
4 ประธานสภาที่
ปรึ
กษาอาวุ
โสบ้
านผาลั
้
งกล่
าวถึ
งว่
า สิ
่
งที่
เคยร่
วมแรงร่
วมใจกั
นมา ขอให้
รั
กกั
นช่
วยเหลื
อกั
นต่
อไป ผื
นป่
าที่
เราเห็
นกั
นอยู
่
ที่
หมู
่
บ้
านผาลั
้
งนี
้
มั
น
ต้
องใช้
เวลารั
กษากว่
าที่
มั
นโตมาอย่
างที่
พวกเราเห็
น
อย่
าเข้
าใจว่
ามั
นเกิ
ดขึ
้
นเองโตขึ
้
นเอง(จํ
านงค์
.
2551)
สิ ่
งที่
ผู
้
วิ
จั
ยสั
มผั
สได้
ถึ
งอารมณ์
ความรู
้
สึ
กของคนที่
เขาอยากได้
ที่
ดิ
นของส่
วนรวมเป็
นของ
ส่
วนตั
ว เขามั
กจะอ้
างว่
าทางอุ
ทยานแห่
งชาติ
ตั
้
งใจจะมาแย่
งผื
นป่
าไปจากชุ
มชน เรายอมรั
บชุ
มชนมี
สิ
ทธิ
ชุ
มชนอยู
่
แต่
ชุ
มชน(ผู
้
นํ
า)อ่
อนแอดู
แลป่
าไว้
ไม่
ได้
เขาอยากเอาไว้
เป็
นของตนเอง เขาดู
แลได้
ดี
กว่
าชุ
มชน พื
้
นที่
แหล่
งต้
นนํ
้
าเป็
นพื
้
นที่
มี
ความอุ
ดมสมบู
รณ์
เหมาะที่
จะปลู
กกาแฟพั
นธุ
์
ดี
ได้
และมี