- 127 -
มาถึ
งปี
พ.ศ. 2499 ชาวอิ
้
วเมี่
ยนกลุ
่
มที่
สามจากดอยอ่
างก็
ติ
ดตามมาถึ
งโดยเข้
าไปตั
้
งบ้
านเรื
อนอยู
่
บ้
าน
ห้
าหลั
ง ปากทางบ้
านไร่
จํ
านวนประชากรในขณะนั
้
น นายแซ้
งหวั
ง แซ่
พร่
าน เคยกล่
าวไว้
ว่
ามี
ประมาณสามร้
อยคนเห็
นจะได้
มี
ด้
วยกั
นประมาณ 29-30 ครั
วเรื
อน เท่
านั
้
น แต่
ละครั
วเรื
อนมี
สมาชิ
ก
อยู
่
ประมาณ 15 คน เพราะเพิ
่
งอพยพมาใหม่
ๆเรื่
องการที่
แยกกั
นเป็
นครอบครั
วเดี่
ยวคงไม่
ง่
ายนั
ก
แหล่
งท่
องเที่
ยวของหมู
่
บ้
านผาลั
้
ง
จากสภาพภู
มิ
ประเทศของหมู
่
บ้
านนี
้
ตั
้
งอยู
่
เทื
อกเขาแดนลาวฝั
่
งซ้
าย
บนเทื
อกเขาเป็
น
เทื
อกเขาหิ
นปู
นสลั
บกั
บหิ
นดิ
นดาน มี
ความอุ
ดมสมบู
รณ์
พอที่
จะทํ
าการเพาะปลู
กได้
บริ
เวณที่
ตั
้
ง
หมู
่
บ้
านผาลั
้
งหลั
กนั
้
น
ตั
้
งแต่
เริ
่
มแรกก็
ตั
้
งอยู
่
บริ
เวณพื
้
นที่
ไหล่
เขา
เป็
นทิ
วเขาดิ
นแดงติ
ดกั
บภู
เขา
หิ
นปู
นที่
อยู
่
ทางทิ
ศตะวั
นตก ส่
วนทิ
วเขาทางทิ
ศตะวั
นออกเฉี
ยงเหนื
อเป็
นทิ
วเขาดิ
นแดง เป็
นเพราะ
ปลู
กพื
ชเศรษฐกิ
จจํ
าพวกข้
าวและฝิ ่
นมาก่
อน ต่
อมาเมื่
อจํ
านวนชุ
มชนหนาแน่
นมากขึ
้
นผนวกกั
บกลุ
่
ม
ดอยแม่
สลองอพยพเข้
ามาก็
ได้
แยกไปตั
้
งเป็
นหมู
่
บ้
านห้
วยแม่
เลี่
ยม โดยแบ่
งบริ
เวณร่
องนํ
้
าลึ
กห้
วยแม่
เลี่
ยมและไล่
ไปตามสั
นเขาลงไปที่
ห้
วยป่
าขมเป็
นจุ
ดแบ่
งเขตของหมู
่
บ้
านห้
วยแม่
เลี่
ยม ส่
วนทางทิ
ศใต้
เป็
นเทื
อกดิ
นดํ
าเป็
นแหล่
งต้
นนํ
้
าและแหล่
งไม้
ใช้
สอยที่
สํ
าคั
ญ เป็
นพื
้
นที่
มี
สภาพของผื
นป่
าที่
ดี
ที่
สุ
ด
เป็
นแหล่
งต้
นนํ
้
าของนํ
้
าตกขุ
นกรณ์
และเป็
นแหล่
งท่
องเที่
ยวที่
มี
ผู
้
คนรู
้
จั
กมากที่
เทื
อกเขาดิ
นดํ
านี
้
เป็
น
ดิ
นแดนที่
ตั
้
งอยู
่
บนทิ
วเขาลู
กเดี
ยวกั
นกั
บชุ
มชนห้
วยแก้
ว ซึ
่
งเป็
นทิ
วเขาหิ
นทรายไม่
เหมาะแก่
การปลู
ก
ข้
าวมากนั
ก ในสมั
ยก่
อนจะนิ
ยมปลู
กข้
าวโพดกั
บปลู
กฝิ
่
นบ้
าง แต่
ชาจะเป็
นพื
ชเศรษฐกิ
จหลั
ก ที่
ชุ
มชนห้
วยแม่
แก้
วนี
้
มี
นํ
้
าตกห้
วยแก้
วเป็
นแหล่
งท่
องเที่
ยวที่
มี
ชื่
อเสี
ยง
ซึ
่
งตั
้
งอยู
่
ในหุ
บเขาที่
มี
ถนน
หนทางทุ
กข์
ยากลํ
าบาก ต่
อมาเมื่
อประมาณ พ.ศ. 2520 ก็
ได้
แยกเป็
นหมู
่
บ้
านใหม่
หมู
่
ที่
7 บ้
านปาง
ขอน ในสมั
ยที่
นายเหล แซ่
เติ ๋
น เป็
นผู
้
ใหญ่
บ้
านผาลั
้
ง ระหว่
างหมู
่
บ้
านผาลั
้
งและหมู
่
บ้
านปางขอน
บริ
เวณที่
เป็
นยอดเทื
อกเขาทางทิ
ศใต้
เป็
นพื
้
นที่
สวนชาพั
นปี
(มี
อายุ
เก่
าแก่
) กํ
าลั
งได้
รั
บการพั
ฒนาเป็
น
แหล่
งท่
องเที่
ยว แต่
เมื่
อปี
พ.ศ. 2545 ทางวนอุ
ทยานแห่
งชาติ
ห้
วยหมากเลี่
ยมร่
วมกั
บวนอุ
ทยาน
แห่
งชาติ
ได้
เสนอให้
จั
ดตั
้
งพื
้
นที่
บริ
เวณสวนชาพั
นปี
นี
้
เป็
นส่
วนหนึ
่
งของอุ
ทยานแห่
งชาติ
ลํ
านํ
้
ากก
ต่
อมาประมาณ พ.ศ. 2550 ทางหน่
วยเตรี
ยมจั
ดตั
้
งอุ
ทยานแห่
งชาติ
ฯ ได้
เข้
ามาตั
้
งหน่
วยวิ
ทยุ
ประสานงานบริ
เวณดอยดิ
นดํ
าหรื
อดอยโจร ตั
้
งชื่
อหน่
วยว่
าจุ
ดเฝ้
าระวั
งดอยเกี๊
ยะ เพื่
อป้
องกั
นไฟป่
า
พื
้
นที่
ตั
้
งของสวนชาพั
นปี
จึ
งอยู
่
ในความดู
แลของหน่
วยอุ
ทยานแห่
งชาติ
ภายหลั
งจากการแบ่
งแยกเป็
นหมู
่
บ้
านห้
วยแม่
เลี่
ยมและปางขอนแล้
ว พื
้
นที่
แหล่
งท่
องเที่
ยวที่
เหลื
ออยู
่
ของหมู
่
บ้
านผาลั
้
ง ก็
ย ั
งมี
อยู
่
อี
กหลายแห่
ง ส่
วนมากเป็
นพื
้
นที่
ภู
ผาหิ
นปู
นที่
มี
ถํ
้
าใต้
ดิ
น และถํ
้
า
นํ
้
าลอด
บนสั
นภู
ผาก็
เป็
นแหล่
งท่
องเที่
ยวที่
สวยงามอี
กแห่
งหนึ
่
งของหมู
่
บ้
านผาลั
้
ง
พื
้
นที่
ทางทิ
ศ
ตะวั
นตกซึ
่
งติ
ดกั
บตํ
าบลวาวี
นั
้
น เป็
นพื
้
นที่
ซึ
่
งมี
ถํ
้
ามากที่
สุ
ด เนื่
องจากเป็
นจุ
ดที่
เทื
อกเขาบริ
เวณนี
้
เป็
น
เทื
อกเขาหิ
นปู
น
และหลายแห่
งมี
นํ
้
าลอดผ่
านจึ
งมี
โพรงใต้
ดิ
นมากเป็
นพิ
เศษ ถํ
้
าที่
สวยงามมากที่
สุ
ดคื
อ
ถํ
้
าลั
บแล ซึ
่
งมี
ห้
องโถงหลายห้
อง อยู
่
ติ
ดกั
บถนนผาดํ
า ซึ
่
งเป็
นเส้
นทางเดี
ยวกั
บภู
ผาแดง ที่
บริ
เวณยอด
เขาเป็
นลานศิ
ลาที่
มี
พื
้
นที่
ขนาดกว้
างใหญ่
และอยู
่
สู
งสามารถมองเห็
นทิ
วทั
ศน์
ได้
ไกล ถั
ดจากภู
ผาแดง