Page 136 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

- 128 -
จะเป็
นทิ
วเขาดอยเกี๊
ยะ ซึ
งเป็
นยอดเขาที่
สู
งที่
สุ
ดของหมู
บ้
านผาลั
งในบริ
เวณทางทิ
ศตะวั
นตก และ
เป็
นแหล่
งต้
นนํ
าห้
วยกกน้
อย ที่
สํ
าคั
ญทางทิ
ศตะวั
นตกเป็
นแหล่
งเพาะปลู
กฝิ ่
นที่
ดี
ที่
สุ
ดในอดี
ต ต่
อมา
ได้
เพาะปลู
กลิ
นจี่
และเป็
นแหล่
งที่
มี
คุ
ณภาพดี
ที่
สุ
ดของหมู
บ้
าน จุ
ดแบ่
งแดนระหว่
างหมู
บ้
านผาลั
งกั
บ้
านกกน้
อยคื
อ บริ
เวณแอ่
งงามที่
อยู
ระหว่
างดอยกาดผี
กั
บดอยเกี๊
ยะ ทิ
ศเหนื
อเป็
นแหล่
งเพราะปลู
ข้
าวไร่
และพื
นที่
ทํ
านาของหมู
บ้
าน มี
แหล่
งท่
องเที่
ยวสองแห่
งคื
อ นํ
าตกบ้
านผาลั
งกั
บถํ
าฤษี
ถํ
าฤษี
อยู
ทางทิ
ศตะวั
นตกเฉี
ยงเหนื
อ ส่
วนนํ
าตกบ้
านผาลั
งอยู
ทางทิ
ศตะวั
นออกเฉี
ยงเหนื
อ พรมแดนทางทิ
เหนื
อนั
นไปจรดแม่
นํ
ากก ต่
อมาเมื่
อวั
นที่
9 เมษายน 2551 ได้
มี
การประชุ
มลงประชามติ
ให้
ชุ
มชน
บริ
วารแยกไปตั
งหมู
ที่
ใหม่
เริ ่
มจากบริ
เวณสั
นดอยไทรเหนื
อ ไปจรดห้
วยแม่
เลี่
ยม
สภาพเศรษฐกิ
เมื่
อตั
งชุ
มชนได้
แล้
ว พื
ชเงิ
นสดตั
วเดิ
มที่
เคยรุ
งเรื
องก็
มาช่
วยพยุ
งช่
วงชี
วิ
ของผู
อพยพไว้
ได้
มี
การปลู
กข้
าวในช่
วงปี
แรกมั
กจะขาดแคลนเพราะมี
หนู
ระบาดอย่
างหนั
ก ในปี
ที่
สองบางครอบครั
วก็
ย ั
งมี
ความลํ
าบากอยู
ขึ
นปี
ที่
สามสภาพเศรษฐกิ
จเริ
มอยู
ตั
วแล้
ว บางครอบครั
วเริ
หาซื
อสั
ตว์
ใช้
งานต่
างๆ ซื
อโค กระบื
อมาเลี
ยง ครอบครั
วแรกที่
เลี
ยงโค ก็
คื
อครอบครั
วของ นายเหล
แซ่
เติ
น หรื
อผู
ใหญ่
บ้
านคนที่
สามของหมู
บ้
านผาลั
งนั
นเอง เมื่
อสภาพเศรษฐกิ
จดี
ขึ
น พวกพ่
อค้
าคน
จี
นมี
การตั
งคาราวานสิ
นค้
าจํ
าเป็
นในหมู
บ้
าน
กลายเป็
นชุ
มชนที่
มี
ความคึ
กคั
กมากช่
วงนั
นรั
ฐบาล
ไม่
ได้
ห้
ามการค้
าฝิ
น ถึ
งจะห้
ามแต่
ไม่
มี
ตํ
ารวจคนไหนมาตรวจจั
บถึ
งบ้
านผาลั
งได้
ง่
ายนั
ก เพราะกว่
จะเดิ
นทางด้
วยเท้
าเข้
ามาถึ
งหมู
บ้
านผาลั
งต้
องผ่
านป่
าเขาที่
เต็
มไปด้
วยสั
ตว์
ป่
าดุ
ร้
าย เส้
นทางที่
ง่
ายที่
สุ
คื
อมาทางเรื
อแต่
สมั
ยนั
นไม่
มี
เรื
อมากพอที่
จะให้
คนร้
ายนั
งเรื
อไปในเมื
อง นอกจากพื
ชเงิ
นสดอย่
าง
ฝิ ่
นแล้
วหมู
บ้
านผาลั
งนี
ย ั
งเคยขึ
นชื่
อว่
า ดงลิ
นจี่
ผลผลิ
ตจากลิ
นจี่
แต่
ละปี
ออกสู
ตลาดหลายหมื่
นตั
เป็
นหลั
กความมั ่
งคั ่
งทางเศรษฐกิ
จของชุ
มชนอิ
วเมี่
ยนบ้
านผาลั
งมานาน นอกจากนี
ปลู
กขิ
ง ถั ่
วแดง
ถั ่
วเหลื
อง ทํ
าให้
มี
ความจํ
าเป็
นต้
องขยายพื
นที่
ทํ
ากิ
นออกไปครอบคลุ
มพื
นที่
หมู
บ้
านห้
วยแก้
ว บ้
าน
ปางขอน บ้
านห้
วยแม่
เลี่
ยม บ้
านหาดยาว บ้
านกกน้
อย ทํ
าให้
ชุ
มชนอิ
วเมี่
ยนกลุ
มดอยอ่
างเริ ่
มขย ั
ฐานะจากผู
อพยพเป็
นผู
นํ
าท้
องถิ
นที่
มี
บทบาทโดดเด่
นมากขึ
น จนกระทั ่
งถึ
งปี
พ.ศ. 2501 ชาว
อิ
วเมี่
ยนกลุ
มดอยแม่
สลองก็
ได้
ยิ
นกิ
ตติ
ศั
พท์
ของอิ
วเมี่
ยนบนเทื
อกเขาฝั
งนี
จึ
งได้
ติ
ดต่
อขอย ้
ายเข้
ามา
ตั
งชุ
มชนอาศั
ยอยู
ร่
วมกั
บ นายจั ๋
นออน แซ่
เติ
น ประมาณ 38 ครอบครั
ว มี
ประชากรทั
งหมดประมาณ
180 คน ชุ
มชนอิ
วเมี่
ยนบนเทื
อกเขานี
จึ
งมี
ความเป็
นศู
นย์
กลางมากขึ
ความมั ่
งคั ่
งทางเศรษฐกิ
จมี
อยู
ช่
วงระยะเวลาสั
นๆ เพี
ยงไม่
กี่
สิ
บปี
หน่
วยปราบปรามพื
ชเสพ
ติ
ดก็
เข้
ามาควบคุ
มในพื
นที่
และได้
เริ ่
มทํ
าการส่
งเสริ
มพื
ชเศรษฐกิ
จอื่
นๆ ซึ
งต้
องพึ
งพาระบบการตลาด
ในเมื
องใหญ่
แต่
ไม่
มี
การส่
งเสริ
มการขายทํ
าให้
สภาพเศรษฐกิ
จของหมู
บ้
านชะงั
กงั
นไปหลายปี
จนกระทั
งได้
มี
การเพาะปลู
กลิ
นจี่
มาทดแทนมากขึ
น จึ
งสามารถรั
กษาสภาพคล่
องทางเศรษฐกิ
จไว้
ได้
อี
กระยะเวลาหนึ
ง ในปั
จจุ
บั
นผลลิ
นจี่
มี
ราคาตกตํ
าและต้
องอาศั
ยแรงงานเป็
นจํ
านวนมาก ชาวบ้
านจึ
ไม่
นิ
ยมทุ ่
มทุ
นเพื่
อเพิ
มผลผลิ
ตอี
กต่
อไป คนส่
วนมากที่
พอจะไปขายแรงงานได้
ก็
ออกไปขายแรงกั
มากขึ
น ทํ
าให้
สภาพทางสั
งคมมี
ความห่
างเหิ
นกั
นมากขึ
น หลายครอบครั
วต้
องละทิ
งผู
อาวุ
โสไว้
ตาม