Page 134 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

- 126 -
ไม่
ได้
ดํ
าเนิ
นการแจ้
งย ้
ายทางทะเบี
ยนราษฎร์
ในทะเบี
ยนราษฎรของหมู
ที่
4 นี
มี
ประชากรประมาณ
1500 คน แบ่
งสามสี่
ชุ
มชนย่
อย (รายละเอี
ยดกล่
าวแล้
วในบทที่
3)
ประวั
ติ
หมู
บ้
าน
หมู
บ้
านผาลั
งเป็
นชุ
มชนหลั
กแห่
งแรกของกลุ
มอิ
วเมี่
ยนที่
ได้
อพยพมาจากดอยอ่
างขางเมื่
อปี
พ.ศ. 2498 ก่
อนหน้
าที่
จะอพยพมานั
น ได้
มี
การส่
งแกนนํ
าชุ
มชนในขณะนั
นจากดอยอ่
างขางคื
ตั
วแทนที่
มาจากบ้
านหลวง บ้
านห้
วยขาน บ้
านแม่
งอน และบ้
านป่
าคาเข้
ามาสํ
ารวจดิ
นแดนเพื่
อก่
อตั
ชุ
มชนในเทื
อกเขาแห่
งนี
ผู
ที่
เป็
นคณะผู
สํ
ารวจดิ
นแดนประกอบด้
วยบุ
คคลจากอิ
วเมี่
ยนสองกลุ ่
มหลั
ได้
แก่
กลุ
มดอยสามหมื่
นที่
ย ้
ายชุ
มชนมาจากดอยสามหมื่
นเข้
ามาสมทบกั
บกลุ ่
มดอยอ่
างขางที่
เหลื
อจา
การอพยพย ้
ายกลั
บไปทางเทิ
งของกลุ
มพญาเฟยและกลุ
มดอยอ่
างขางที่
เคยติ
ดตาม เปี
ยน เจี่
ยม หวั
(ขณะนั
นนายรามั
น แซ่
พ่
าน เป็
นแกนนํ
าชุ
มชนคนหนึ
งของกลุ
มบ้
านห้
วยขาน) อพยพเข้
ามาที่
ดอย
อ่
างขางแล้
วไม่
ได้
อพยพย ้
ายที่
ไหนเลย จนกระทั
งทุ
กวั
นนี
ก็
ย ั
งตั
งชุ
มชนอยู
ที่
เชิ
งดอยอ่
างขาง หมู
บ้
าน
ปางควาย หลั
งจากกลุ
มดอยสามหมื่
นตั
งชุ
มชนอยู
บนดอยสามหมื่
นเป็
นระยะเวลาประมาณ 60-70 ปี
แล้
วก็
ได้
ย ้
ายถิ
นมาสมทบกั
บกลุ ่
มดอยอ่
างขาง
ทั
งสองกลุ ่
มได้
มาอยู
ร่
วมกั
นบนดอยอ่
างขางได้
ประมาณครึ
งศตวรรษเมื่
ออยู
ร่
วมกั
นได้
ประมาณครึ
งศตวรรษแล้
ว แผ่
นดิ
นก็
เกิ
ดความวุ
นวายเดื
อน
ร้
อนเพราะกองทั
พจี
นพลั
ดถิ ่
นได้
เข้
ามาตั
งฐานที่
มั ่
นอยู
บริ
เวณพรมแดนไทยพม่
จึ
งเกิ
ดสงคราม
บ่
อยครั
งในพื
นที่
หลั
งจากย ้
ายถิ ่
นฐานไปๆมาๆเปิ
ดพื
นที่
ทํ
ากิ
นอยู
บนดอยอ่
างขางเป็
นเวลาประมาณ
หนึ
งร้
อยปี
เศษแล้
ชาวอิ
วเมี่
ยนสองกลุ ่
มนี
เริ
มหมดพื
นที่
ทํ
ากิ
จึ
งได้
เข้
าไปทํ
ากิ
นอยู
บริ
เวณ
พรมแดนฝั ่
งพม่
าบ้
างไทยบ้
าง จนกระทั ่
งได้
วางแผนการอพยพมาอยู
ที่
ดอยช้
างแทน เมื่
อก่
อนที่
จะมา
ตั
งถิ
นฐานถาวรต้
องการมี
ปลู
กพื
ชผลทางการเกษตรทดลองสภาพดิ
นฟ้
าอากาศก่
อน จึ
งได้
มาเปิ
พื
นที่
ทํ
ากิ
นล่
วงหน้
าหนึ
งปี
มี
การเดิ
นทางมาสํ
ารวจตั
งแต่
ปลายปี
พ.ศ. 2496 บางคนก็
พอใจกั
บสภาพ
ของแผ่
นดิ
นบางคนก็
ย ั
งไม่
ค่
อยพอใจจึ
งย ั
งค้
นหาดิ
นแดนกั
นอยู
แต่
ต่
าง เย์
า เลี่
ยม ร่
วมกั
บกลุ ่
ผู
สํ
ารวจอี
กหลายคนได้
กล่
าวแก่
ที่
ประชุ
มหารื
อว่
าอย่
างไรเสี
ยพวกตนจะอพยพมาตั
งชุ
มชนทางนี
แน่
นอน แม้
ว่
านายจั
นออน แซ่
เติ
น ผู
นํ
าชุ
มชนที่
บ้
านห้
วยงอนจะไม่
ยอมอพยพมาด้
วยก็
ตาม นายจั
ออน จึ
งได้
ตั
ดสิ
นใจอพยพมาตั
งถิ
นฐานทางนี
กลุ
มบุ
กเบิ
กที่
ดิ
นทํ
ากิ
นได้
เดิ
นทางมาเปิ
ดพื
นที่
ทํ
ากิ
นในปี
พ.ศ. 2497 โดยได้
เดิ
นทางเป็
กลุ
มๆแบ่
งโซนพื
นที่
ไปตามความเป็
นเครื
อญาติ
เครื
อญาติ
แต่
ละกลุ
มจะอยู
ในพื
นที่
ใกล้
เคี
ยงกั
ประมาณ 15 ครั
วเรื
อนต่
อโซน เมื่
อกํ
าลั
งเปิ
ดพื
นที่
ทํ
ากิ
นอยู
นั
นทางดอยอ่
างขางก็
เกิ
ดความโกลาหล
ขึ
นเมื่
อทางการไทยประกาศว่
าจะทํ
าการขั
บไล่
คนที่
อาศั
ยอยู
บริ
เวณพรมแดนออกไปจากพื
นที่
ชาวอิ
วเมี่
ยนที่
อาศั
ยอยู
บ้
านหลวง ต้
องละท้
องถิ
นฐานอย่
างฉุ
กเฉิ
นโดยไม่
ได้
เก็
บทรั
พย์
สิ
นต่
างๆมา
ด้
วยทั
งหมด เมื่
อมาถึ
งระหว่
างทางกองคาราวานก็
ต้
องถู
กขโมยยางฝิ
นอี
ก จึ
งต้
องลํ
าบากมากใน
ช่
วงแรกของการก่
อตั
งชุ
มชน พอขึ
นปี
พ.ศ. 2498 ชาวอิ
วเมี่
ยนกลุ
มที่
เหลื
ออยู
บนดอยอ่
างขาง อี
หลายครอบครั
วก็
ย ้
ายติ
ดตามมากลายเป็
นกลุ
มชุ
มชนขนาดย่
อมมี
ประมาณยี่
สิ
บหลั
งคาเรื
อน เมื่