Page 131 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

- 123 -
ประเพณี
การจั
ดการปั
ญหาและไกล่
เกลี่
ยข้
อพิ
พาทภายในชุ
มชนอิ
วเมี่
ยน
ซึ
งอดี
ตจะมี
วิ
ถี
ชี
วิ
ตที่
พึ
งตนเองมาโดยตลอด
การวิ
จั
ยครั
งนี
ได้
ยกกรณี
ศึ
กษาที่
ได้
มาจากหมู
บ้
านผาลั
งและหมู
บ้
านห้
วยชมภู
ซึ
งเป็
นชุ
มชน
ชาติ
พั
นธุ
ดั
งเดิ
ม เป็
นชุ
มชนอิ
วเมี่
ยนที่
ผู
คนถู
กสอนให้
มี
ความเคารพผู
อาวุ
โส ความสั
มพั
นธ์
ของผู
คน
ก็
เป็
นแบบพึ
งพาซึ
งกั
นและกั
น ในยุ
คแรกแห่
งการก่
อตั
งชุ
มชนผู
คนจะมี
อาชี
พการเกษตรแบบย ั
งชี
เป็
นหลั
ดํ
ารงตนอยู
อย่
างอิ
สระจากการควบคุ
มของรั
ฐชาติ
มี
วิ
ถี
ความเป็
นอยู
ที่
เรี
ยบง่
ายพึ
งพา
ธรรมชาติ
และทรั
พยากรแห่
งท้
องถิ ่
นในการผลิ
ตปั
จจั
ยเพื่
อการย ั
งชี
พแค่
เพี
ยงประทั
งความอยู
รอด
วั
ฒนธรรมองค์
ความรู
ภู
มิ
ปั
ญญาในการดํ
ารงชี
วิ
ตแบบชนเผ่
มี
พิ
ธี
กรรม
ความเชื่
อและจารี
ประเพณี
ในการกํ
าหนดความประพฤติ
ของคนให้
รู
จั
กการดํ
ารงตนอย่
างเหมาะสม การลงโทษคนก็
เพี
ยงเปิ
ดหนทางให้
คนที่
พลั
งเผลอชั ่
วครั
งชั ่
วคราวได้
มี
หนทางการขอคื
นดี
มี
โอกาสกลั
บคื
นสู
สั
งคม
อย่
างรวดเร็
ว การมี
ถิ
นฐานอยู
บนเทื
อกเขาสู
งๆของประเทศไทยในยุ
คแรกๆนั
น ชาวอิ
วเมี่
ยนเชื่
อใน
สิ
ทธิ
สามประการที่
ระบุ
ไว้
ในเกี
ย เซ็
น ป๋
อง ที่
ว่
า “สื
บเผ่
าพั
นธุ
บรรพชน อยู
พ้
นการเกณฑ์
หรื
อภาษี
มี
เสรี
ทั
วเขตเขา” ที่
แห่
งไหนในโลกซึ
งมี
ทรั
พยากรธรรมชาติ
ที่
อุ
ดมสมบู
รณ์
ปรากฏอยู ่
เทื
อกเขาสู
งลู
ใดชาวอิ
วเมี่
ยนเข้
าไปใช้
ประโยชน์
และดู
แลทรั
พยากรธรรมชาติ
เหล่
านั
นได้
อย่
างเต็
มที่
ไม่
มี
สิ ่
ใดที่
ในสั
งคมชาวอิ
วเมี่
ยนจะมี
ความภาคภู
มิ
ใจเท่
ากั
บการได้
เป็
นเสรี
ชนบนภู
เขาของทั
งโลก เพราะ
เขาเป็
นทายาทของ เปี
ยน ฮู
ง ซึ
งเป็
นจุ
ดกํ
าเนิ
ดของจั
กรวาล(ตามสิ ่
งที่
เขาเชื่
อ) เป็
นผู
สร้
างสิ
ทธิ
นี
ให้
แก่
ชนชาวอิ
วเมี่
ยน เขาไม่
แปลกที่
คนพื
นราบทํ
าสงครามแย่
งชิ
งดิ
นแดนกั
นไปมา แต่
ทว่
าหลั
งสงคราม
สิ
นสุ
ดชาวอิ
วเมี่
ยนจะออกมาซื
อขายของตามปกติ
ไม่
ว่
าชนชาติ
ใหม่
หรื
อเก่
าจะเป็
นผู
ยึ
ดครองดิ
นแดน
พื
นราบก็
ตาม ถึ
งกระนั
นชาวอิ
วเมี่
ยนก็
จะได้
รั
บการต้
อนรั
บในฐานะบุ
ตรแห่
งภู
เขา ไม่
ต้
องถู
กจํ
ากั
สิ
ทธิ
แต่
ประการใด ไม่
ต้
องถู
กเกณฑ์
แรงงาน ไม่
ต้
องเสี
ยภาษี
มี
อิ
สระเต็
มที่
ในการที่
จะอยู
ที่
เดิ
มต่
อไป
หรื
อเคลื่
อนย ้
ายไปย ั
งเทื
อกเขาลู
กอื่
นๆต่
อไป
เมื่
อประมาณสองร้
อยปี
ก่
อนความเป็
นรั
ฐชาติ
แบบตะวั
นตกย ั
งไม่
เกิ
ดขึ
นในพื
นที่
ทาง
ความคิ
ดของผู
ปกครองคนในดิ
นแดนแถบนี
แต่
หนึ
งร้
อยปี
ที่
ผ่
านมารั
ฐชาติ
ที่
พยายามรวมศู
นย์
อํ
านาจ
เข้
าสู
ศู
นย์
กลาง
ก่
อให้
เกิ
ดระบบประมวลกฎหมายขึ
นและกระทํ
าการผนวกดิ
นแดนบางส่
วนของ
ภู
มิ
ภาคลุ ่
มนํ
าโขงและลุ
มนํ
าสาละวิ
นไว้
ได้
จนสํ
าเร็
จ เริ
มต้
นปฏิ
รู
ปกฎหมายวางระบบความเชื่
อใหม่
เกี่
ยวกั
บกฎหมายว่
า กฎหมายคื
อไม้
บรรทั
ดของความยุ
ติ
ธรรมที่
อยู
ในมื
อของผู
ทรงอํ
านาจในรั
ฐ ให้
ยกเลิ
กกฎหมาย กฎเกณฑ์
แห่
งท้
องถิ ่
น กฎศาสนา จารี
ต คุ
ณธรรม จริ
ยธรรม มโนธรรมทั
งหลายแล้
ให้
เชื่
อฟั
งกฎหมายที่
ตราในนามของผู
ปกครองประเทศเท่
านั
น สิ
งใดที่
กฎหมายนี
กล่
าวว่
าทํ
าได้
สิ ่
นั
นย่
อมทํ
าได้
สิ
งใดที่
กฎหมายนี
กล่
าวว่
าทํ
าไม่
ได้
สิ
งนั
นห้
ามทํ
า เพราะกฎหมายห้
าม กฎหมายมี
ความเป็
นกลางเที่
ยงตรงไม่
เลื
อกหน้
าผู
ใดเลย ทว่
าลึ
กๆแล้
วสั
งคมไทยนี
เป็
นสั
งคมชนชั
น ในปั
จจุ
บั
ก็
ย ั
งเป็
นสั
งคมชนชั
นอยู
คื
อเป็
นสั
งคมที่
ระบบข้
าราชการอยู
เหนื
อกว่
าประชาชน
กฎหมายเป็
กฎหมายเทคนิ
คที่
ให้
ประชาชนเชื่
อฟั
งข้
าราชการ(ข้
าราชการการเมื
องและข้
าราชการประจํ
า) ส่
วน