Page 130 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

- 122 -
บทที่
5
การเฝ้
าสั
งเกตเก็
บข้
อมู
ลการจั
ดการปั
ญหาภายในชุ
มชนอิ
วเมี่
ยน
“มนุ
ษย์
เป็
นสั
ตว์
ประเสริ
ฐเพราะมี
จิ
ตใจสู
ง” เปรี
ยบเที
ยบกั
บข้
อความที่
ว่
า “...ไม่
มี
ผู
ใดเป็
คนชอบธรรมสั
กคนเดี
ยวไม่
มี
เลย...เขาทุ
กคนหลงผิ
ดไปหมด...เลวทรามเหมื
อนกั
นหมด...”(สมาคม
พระคริ
สตธรรมไทย.2003:234-235) คํ
าใดถู
กต้
องและคํ
าไหนกล่
าวเกิ
นจริ
ง? ถ้
าให้
มนุ
ษย์
ทั
งโลก
ต้
องตั
ดสิ
นใจเลื
อกเชื่
อแค่
อั
นใดอั
นหนึ
งโดยต้
องเหมื
อนกั
นห้
ามแตกต่
างห้
ามเป็
นอย่
างอื่
น ไม่
มี
อย่
าง
อื่
นให้
เลื
อกคิ
ดจิ
นตนาการได้
อี
กเลย
ใครจะทราบได้
เล่
าว่
ามนุ
ษย์
ยุ
คนี
เลื
อกที่
จะเชื่
อคํ
าพู
ดประโยค
ไหนระหว่
างสองประโยคที่
ยกมาให้
คิ
ดไตร่
ตรองเป็
นแนวพิ
สู
จน์
ความเชื่
อในคุ
ณค่
าของความเป็
มนุ
ษย์
อย่
างข้
างต้
นนี
มนุ
ษย์
ชอบคํ
ายกยอนั
นคงมี
อยู
จริ
ง และมนุ
ษย์
ไม่
ต้
องการให้
ใครมองตนเองใน
มุ
มมื
ดมุ
มที่
สกปรก เพราะลึ
กๆแล้
วมนุ
ษย์
รู
อยู
แก่
ใจว่
าตนเองมี
ความคิ
ดบางประการที่
โสโครกสิ
นดี
เห็
นแก่
ตั
วเห็
นแก่
ได้
อย่
างไม่
รู
จั
กสิ
นสุ
ด แต่
มนุ
ษย์
ก็
ได้
เอาใบบั
วใบเดี
ยวมาปกติ
ดพญาช้
างที่
ตายแล้
ประกาศว่
าไม่
มี
ซากสั
ตว์
ใดๆในโลกที่
ใช้
ใบบั
วเพี
ยงใบเดี
ยวปิ
ดไม่
มิ
การยอมรั
บความจริ
งว่
ากฎ
ใดๆในโลกที่
เกี่
ยวกั
บมนุ
ษย์
ใช้
ลํ
าพั
งเพี
ยงกฎเชิ
งเดี
ยวย่
อมไม่
สมบู
รณ์
นั
นมั
นน่
าอายด้
วยหรื
อ?
ถึ
จํ
าเป็
นต้
องยื
นกระต่
ายขาเดี
ยวประกาศไปว่
ามี
เพี
ยงกฎหมายของรั
ฐ(ที่
เป็
นลายลั
กษณ์
อั
กษร)เท่
านั
นที่
เป็
นรากฐานแห่
งสิ
ทธิ
การจั
ดการความสั
มพั
นธ์
ระหว่
างมนุ
ษย์
ในสั
งคมได้
แม้
ว่
ากระบวนการของ
กฎหมายหลั
กนั
นไม่
สอดคล้
องกั
บความจริ
งแห่
งชาติ
พั
นธุ
และท้
องถิ
นเท่
าที่
ควรก็
ตาม
แต่
มี
ความ
จํ
าเป็
น(ของหน่
วยงานภาครั
ฐ)ต้
องบั
งคั
บขื
นใจให้
ยอมรั
บกฎหมายเพราะมี
อยู
เพี
ยงแค่
ระบบ
มาตรฐานเดี
ยว หนึ
งประเทศใช้
กฎหมายสองระบบซึ
งมี
มาตรฐานต่
างกั
นไม่
ได้
ผิ
ดต่
อหลั
กนิ
ติ
รั
และหลั
กกฎหมายบ้
านเมื
องที่
เจริ
ญแล้
ในบทที่
ผ่
านๆมาได้
กล่
าวไปแล้
วถึ
งประวั
ติ
ศาสตร์
ทางชนชาติ
อิ
วเมี่
ยนและความมุ
งหวั
ความมุ ่
งหมายของระบบจารี
ตประเพณี
ที่
ใช้
กั
นอยู
ในสั
งคมอิ
วเมี่
ยน ซึ
งเป็
นภาพกว้
างๆถึ
งความมุ
หมายของจารี
ตประเพณี
บางประการที่
ย ั
งมี
ใช้
กั
นอยู
ในสั
งคมเล็
กๆและกํ
าลั
งเสื่
อมทรุ
ดลงเพราะการ
ถู
กกั
นออกจากพื
นที่
หรื
อเวที
ของภู
มิ
ปั
ญญาชาติ
พั
นธุ
เพี
ยงเพราะเขาไม่
ใช่
ชาติ
พั
นธุ
หลั
กและไม่
มี
อํ
านาจรั
ฐในการปกครองตนเอง ไม่
มี
อธิ
ปไตยเหนื
อดิ
นแดนเพื่
อที่
รั
กษาวั
ฒนธรรมจารี
ตประเพณี
อั
ดี
งามเอาไว้
ให้
เป็
นมรดกแก่
ชนรุ ่
นหลั
ง ในที่
นี
จะกล่
าวถึ
งประเด็
นปั
ญหาซึ
งเกิ
ดขึ
นอยู
จริ
งในระหว่
าง
ที่
ผู
วิ
จั
ยได้
เข้
าไปศึ
กษาในพื
นที่
โดยได้
พยายามติ
ดตามสื
บถามย ้
อนกลั
บไปถึ
งประเด็
นปั
ญหาที่
มี
ความเฉพาะเจาะจงในพื
นที่
มี
ความละเอี
ยดอ่
อนกระทบกระเทื
อนความอยู
รอดของระบบวิ
ถี
ชี
วิ
แห่
งชุ
มชนเป้
าหมาย และปรากฏการณ์
บางอย่
างที่
ชุ
มชนท้
องถิ
นย ั
งคงอ้
างว่
า ชุ
มชนที่
มี
สมาชิ
กชุ
มชน
เพี
ยงไม่
กี่
ร้
อยคนมี
สิ
ทธิ
ในการปกป้
องตนเองจากความไม่
ยุ
ติ
ธรรม(บางประการ)ได้
เชื่
อมั ่
นใน
ศั
กยภาพว่
าภู
มิ
หลั
งทางประวั
ติ
ศาสตร์
ที่
ยาวนานนั
บเป็
นเวลาหลายพั
นปี
นั
น เป็
นที่
มาของระบบจารี