Page 132 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

- 124 -
รากฐานความคิ
ดที่
ว่
าชาวอิ
วเมี่
ยนมี
สิ
ทธิ
“สื
บเผ่
าพั
นธุ
บรรพชน อยู
พ้
นการเกณฑ์
หรื
อภาษี
มี
เสรี
ทั
เขตเขา” ถู
กทิ
งร้
างในทางความทรงจํ
าซึ
งคุ
ณค่
าของความเป็
นมนุ
ษย์
สื
บสายโลหิ
ตจากบรรพกาลสู
อนาคต ความเจริ
ญรุ
งเรื
องในอดี
ต(เกี่
ยวกั
บวิ
ถี
ชี
วิ
ตทางวั
ฒนธรรมแบบคนอยู
ในป่
า ป่
าอยู
คู
กั
บคน)มา
นานนั
ได้
พร่
าเลื
อนไปจากมโนภาพและสามั
ญสํ
านึ
กของสมาชิ
กชุ
มชนไปนานมากแล้
เมื่
บางส่
วนต้
องถู
กผลั
กถู
กดั
นให้
ละถิ
นฐานเดิ
ได้
ระหกระเหิ
นเร่
ร่
อนเป็
นแรงงานราคาถู
กอยู
ใน
ชุ
มชนเมื
องใหญ่
ต้
องยอมเสี่
ยงภั
ยทุ
กชนิ
ดเพื่
อที่
จะเก็
บเงิ
นได้
จากการขายแรงงานชั
นตํ
าเพราะด้
อย
การศึ
กษา(ทั
งในและนอกระบบ)
แล้
วส่
งไปให้
พ่
อแม่
ที่
หมดหนทางทํ
ามาหากิ
นเพราะหมดสิ
แผ่
นดิ
นทํ
ากิ
น สิ
นสิ
ทธิ
เหนื
อผื
นป่
าที่
เคยคลุ
กคลี
หล่
อเลี
ยงกั
นมา
มนุ
ษย์
(อิ
วเมี่
ยน)รุ ่
นใหม่
สู
ญเสี
ยความศั
กดิ
สิ
ทธิ
ในการจั
ดการปั
ญหาความสั
มพั
นธ์
ภายใน
ชาติ
พั
นธุ
ถู
กพรากจากความหวั
งความเชื่
อหรื
อความศรั
ทธาในหลั
กแห่
งคุ
ณค่
าของความเป็
นมนุ
ษย์
ไปมาก องค์
ความรู
ต่
างๆก็
ดู
จะลดน้
อยเสื่
อมถอยลงตามกาลเวลา การศึ
กษาตามระบบของรั
ฐชาติ
ไม่
ได้
สอนคนให้
เชื่
อในหลั
กความยุ
ติ
ธรรม ไม่
แนะนํ
าให้
ทํ
าความรู
จั
กตั
วตนของสั
งคมที่
เขาอยู
แต่
สอนให้
เชื่
อว่
าสิ
ทธิ
ในทรั
พย์
สิ
นมี
เพี
ยงสองบุ
คคลที่
ถื
อครองได้
หนึ
งคื
อรั
ฐ สองคื
อเอกชน เอกชนอยู
ใต้
อํ
านาจการปกครองของรั
ฐ ต้
องได้
สิ
ทธิ
เท่
าที่
รั
ฐจะระบุ
อนุ
ญาตให้
เท่
านั
น ส่
วนสิ
ทธิ
ชุ
มชนกั
พื
นที่
ส่
วนที่
เคยกั
นไว้
เป็
นของส่
วนรวมนั
น รั
ฐจะได้
เป็
นผู
รั
บไว้
ดู
แลเองทั
งหมด สิ
ทธิ
ชุ
มชนบนพื
นที่
สู
งควรให้
การยอมรั
บและสถาปนาไว้
ให้
คงอยู
คู
กั
บชาติ
พั
นธุ
ส่
วนน้
อยนี
ไหม? รั
ฐไม่
รั
บทราบ
ผู
วิ
จั
ยได้
กระทํ
าการสํ
ารวจวิ
จั
ยและการเฝ้
าสั
งเกตมุ ่
งเน้
นไปที่
การเข้
าไปมี
ส่
วนร่
วมรั
บรู
รั
ฟั
งอย่
างใกล้
ชิ
ด พร้
อมทั
งขอความเป็
นได้
ถึ
งข้
อมู
ลที่
เก่
าแก่
กว่
าวั
นที่
ผู
วิ
จั
ยจะได้
ดํ
าเนิ
นโครงการวิ
จั
ยนี
ซึ
งมี
อยู
ด้
วยกั
นหลายประเด็
น ขออธิ
บายตามลํ
าดั
บดั
งนี
1. ว่
าด้
วยสิ
ทธิ
ชุ
มชนเรื่
องการดู
แลและใช้
ประโยชน์
จากทรั
พยากรธรรมชาติ
การใช้
ประโยชน์
จากทรั
พยากรธรรมชาติ
เป็
นสิ
ทธิ
ธรรมของรั
ฐหรื
ออํ
านาจที่
ไร้
ขอบเขต
ของประชาชน
เป็
นเรื่
องที่
มี
การต่
อสู
ถกเถี
ยงกั
นมานานหลายปี
แล้
ว่
าควรที่
จะจั
ดการกั
ทรั
พยากรธรรมชาติ
ที่
มี
อยู
อย่
างไรถึ
งจะเกิ
ดความเป็
นธรรมและเป็
นประโยชน์
กั
บทุ
กฝ่
าย(อานั
นท์
.
2548:) อย่
างที่
ใครหลายคนมองว่
าอย่
างนี
ถู
กอย่
างนี
ผิ
ด โดยไม่
มี
คํ
าว่
า ต่
างมี
ถู
กมี
ผิ
ดบ้
างปะปนกั
แล้
วจะให้
มั
นลงตั
วที่
ตรงไหนอย่
างไรเรามาคุ
ยกั
หาจุ
ดสมดุ
ลของปั
ญหาว่
าจะแก้
ไขกั
นอย่
างไร
ปั
ญหาเรื่
องทรั
พยากรธรรมชาติ
ก็
มี
สาเหตุ
มาจากการมองอะไรเพี
ยงมุ
มเดี
ยว
มองจากฐานยื
นของ
ตนเองพี
ยงจุ
ดเดี
ยวแล้
วบอกว่
าทุ
กคนต้
องเห็
นตามที่
ตนเองเห็
นแม้
จะยื
นอยู
บนจุ
ดที่
ต่
างกั
น เลยเป็
ที่
มาของปั
ญหาเรื่
องนี
กรณี
ศึ
กษานี
ได้
เก็
บข้
อมู
ลมาจากหมู
บ้
านผาลั
ง ในช่
วงปี
พ.ศ. 2500-2514
หมู
บ้
านนี
เป็
นหมู
บ้
านหลั
กของหมู
ที่
4 ตํ
าบลห้
วยชมภู
อํ
าเภอเมื
อง จั
งหวั
ดเชี
ยงราย เป็
นหมู
บ้
าน
แรกที่
ได้
วางระบบการอนุ
รั
กษ์
และฟื
นฟู
สิ ่
งแวดล้
อมโดยชุ
มชนขึ
น ปั
จจุ
บั
นเป็
นหมู
บ้
านที่
มี
ปั
ญหา
การแย่
งชิ
งทรั
พยากรธรรมชาติ
ที่
ค่
อนข้
างรุ
นแรงมาก