Page 127 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

- 119 -
สั
งคม เป็
นสิ ่
งที่
เรี
ยกกั
นว่
าความดี
ได้
ความถู
กต้
องคื
อความเที่
ยงตรงไม่
ลํ
าเอี
ยง ไม่
เลื
อกปฏิ
บั
ติ
คื
ความมี
มาตรฐานพิ
สู
จน์
ได้
ว่
าไม่
ไหวไม่
อิ
งเอนไปเพราะอคติ
ความจริ
งคื
อสิ
งที่
ไม่
หลอกลวงไม่
สร้
าง
จุ
ดสั
งเกตให้
เกิ
ดความความคื
บแคลงน่
าสงสั
สิ
งเหล่
านี
คื
อสิ ่
งที่
มนุ
ษย์
ที่
อยู
ร่
วมกั
นเป็
นสั
งคม
ต้
องการจากกั
นและกั
น ถ้
าใครฝ่
าฝื
นกฎแห่
งธรรมที่
ว่
านี
เราจะเกิ
ดคํ
าถามว่
าทํ
าไมถึ
งทํ
า จิ
ตใจของ
มนุ
ษย์
มี
คํ
าถามได้
ว่
าไม่
ต้
องทํ
าการฝ่
าฝื
นได้
ไหม? แต่
เมื่
อมี
การฝ่
าฝื
นเกิ
ดขึ
นใจของเราก็
จะไม่
สบาย
กายของเราก็
ต้
องเหน็
ดเหนื่
อย
เพราะสมองต้
องทํ
างานคุ
นคิ
ดไตร่
ตรองหาทางออกให้
กั
บสิ ่
งต่
างๆ
เช่
นต้
องป้
องกั
นไม่
ให้
เกิ
ดขึ
นอี
ก เพราะเราเป็
นห่
วงว่
า เพื่
อนมนุ
ษย์
ด้
วยกั
นจะได้
รั
บความทุ
กข์
ยาก
เดื
อดร้
อนเพราะมี
การกระทํ
าดั
งกล่
าว ลองเป็
นเราดู
บ้
างถ้
าถู
กรบกวนด้
วยการเลื
อกปฏิ
บั
ติ
หรื
อรั
งแก
อย่
างทารุ
ณโหดร้
าย เราทุ
กข์
ไหม? นั ่
นแหละความต้
องการความยุ
ติ
ธรรมที่
จั
บต้
องไม่
ได้
มี
อยู
กั
มนุ
ษย์
เราทุ
กคน(แม้
แต่
ในสั
ตว์
ก็
ต้
องการความยุ
ติ
เหมื
อนกั
น อาทิ
เช่
น สั
ตว์
ไม่
ควรถู
กกระทํ
าอย่
าง
ทารุ
ณเพี
ยงเพื่
อความสนองความเพลิ
ดเพลิ
นของมนุ
ษย์
)
ตั
วหนั
งสื
อใช้
เขี
ยนกฎหมายได้
แต่
จั
บความยุ
ติ
ธรรมเขี
ยนให้
เห็
นภาพคงไม่
ได้
เพราะความ
ยุ
ติ
ธรรมเป็
นนามธรรม เป็
นอารมณ์
ของวิ
ญญาณที่
บริ
สุ
ทธิ
มี
กระแสเคลื่
อนไหวอยู
ในจิ
ตใจ บางครั
มั
นมี
ความสุ
ขุ
มลุ
มลึ
กและเที่
ยงตรง พร้
อมที่
จะลงโทษคนที่
สร้
างความกระทบกระเทื
อนมั
น แต่
บางครั
งมั
นเป็
นกํ
าแพงที่
มั
นคงแข็
งแรงเป็
นที่
กํ
าบั
งภั
ยของมนุ
ษย์
จากสิ
งร้
ายทั
งหลาย แต่
เดิ
มก่
อนที่
จะ
มี
สิ ่
งที่
เรี
ยกว่
ากฎหมายลายลั
กษณ์
อั
กษร
เรามี
ครรลองปฏิ
บั
ติ
เพื่
อให้
สั
งคมเกิ
ดความสงบสุ
เรา
เรี
ยกว่
า จารี
ตประเพณี
เมื่
อยุ
คสมั
ยเปลี่
ยนไปจารี
ตประเพณี
ก็
มี
บางที่
เปลี่
ยนแปลงไป แต่
เป้
าหมายของ
จารี
ตประเพณี
ไม่
มี
วั
นเปลี่
ยนแปลง คื
อ จารี
ตประเพณี
ทํ
าหน้
าที่
รั
กษามาตรฐานของความเป็
นมนุ
ษย์
ไม่
ให้
สร้
างความเดื
อนร้
อนแก่
ผู
อื่
น มนุ
ษย์
เราจึ
งอยู
ร่
วมกั
นได้
แม้
ว่
ามี
การผิ
ดพลาดบ้
างตามขนาดของ
ความเข้
มแข็
งและอ่
อนแอของมนุ
ษย์
เราแต่
ละคน จารี
ตประเพณี
จึ
งเป็
นกระบวนการหนึ
งที่
ดํ
ารงอยู
เพื่
อหาหนทางรั
กษาความยุ
ติ
ธรรมให้
มี
อยู
กั
บสั
งคม ในเมื่
อมื
อของกฎหมายลายลั
กษณ์
อั
กษรยื่
นมา
ไม่
ถึ
ง จารี
ตประเพณี
จึ
งช่
วยประคั
บประคองในส่
วนที่
ขาดหายนี
เพื่
อความสงบสุ
ขของมนุ
ษย์
ต่
อไป
ประการสํ
าคั
ญต้
องตระหนั
กว่
า กฎหมายก็
มี
ที่
มาจาก จากคุ
ณธรรม จริ
ยธรรม และศี
ลธรรม
ในสั
งคมมนุ
ษย์
ที่
บางท่
านเชื่
อว่
ารากฐานของจริ
ยธรรม คุ
ณธรรม และศี
ลธรรม เป็
นเรื่
องของศาสนา
และพยายามสร้
างทฤษฎี
มาแยกกฎหมายออกให้
ออกจากหลั
กความยุ
ติ
ธรรม
เป็
นการแสดงถึ
งจุ
บอดทางความคิ
ดและการหลงงมงายในหลั
กการทางวิ
ทยาศาสตร์
ที่
มาสมบู
รณ์
ไม่
ว่
าจะอย่
างไรเสี
กฎหมายก็
มี
รากฐานการกํ
าเนิ
ดเช่
นเดี
ยวกั
นกั
บ ศี
ลธรรม ที่
ถื
อปฏิ
บั
ติ
เป็
นจารี
ตประเพรี
แล้
วพั
ฒนา
ต่
อมาเป็
นกฎหมาย กฎหมายก็
คื
อการพั
ฒนาในลํ
าดั
บขั
นที่
สู
งที่
สุ
ด ที่
เป็
นกลางที่
สุ
ดของศี
ลธรรม
จารี
ตประเพณี
โดยที่
ผู
ที่
มี
ความเป็
นกลาง(ยุ
ติ
ธรรมและเมตตาธรรม) ที่
บั
ญญั
ติ
ขึ
นมาโดยเอาเพี
ยง
หลั
กการแห่
งเส้
นทางที่
มุ
งสู
ความสว่
างไร้
มลทิ
นของชี
วิ
ต หรื
อ เป็
นผู
มี
ความบริ
สุ
ทธิ
ปราศจากบาป
หรื
อการประพฤติ
ชั
วใดๆ ที่
มี
ความโอนอ่
อนผ่
อนตามระดั
บของจิ
ตใจของมนุ
ษย์
ที่
เป็
นผู
ปกครอง ก็
เพื่
อให้
บุ
คคลธรรมดาทุ
กคนที่
อยู
ในหน่
วยการปกครองสามารถแนะนํ
าให้
ร่
วมกั
นถื
อปฏิ
บั
ติ
แบบ