Page 123 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

- 115 -
ได้
รั
บการสนั
บสนุ
นโดยตรงจากสํ
านั
กงานตํ
ารวจแห่
งชาติ
การทํ
างานร่
วมกั
นเป็
นที
มจะทํ
าให้
งานมี
ความสํ
าเร็
จได้
ดี
กว่
า การทํ
างานแบบคนเดี
ยวที่
ผลสุ
ดท้
ายคนที่
ทํ
าอย่
างเหน็
ดเหนื่
อยก็
จะท้
อใจ และ
การงานที่
ขึ
นต้
นไว้
ก็
จะล้
มเหลว กลายเป็
นจุ
ดที่
ให้
คนอื่
นเขาสะดุ
ด เพราะความล้
มเหลวของชุ
มชน
3. ยุ
ติ
ธรรมชุ
มชน
“ยุ
ติ
ธรรมชุ
มชน หมายถึ
ง การป้
องกั
นอาชญากรรม และกิ
จกรรมที่
เกี่
ยวกั
บความยุ
ติ
ธรรม
ในรู
ปแบบต่
างๆในความรั
บผิ
ดชอบของหน่
วยงานในกระบวนการยุ
ติ
ธรรมหน่
วยงานใดหน่
วยงาน
หนึ
งที่
เปิ
ดโอกาสให้
ชุ
มชนเข้
ามามี
ส่
วนร่
วมในการป้
องกั
นหรื
อในกิ
จกรรม ๆ โดยมี
เป้
าหมาย
สุ
ดท้
ายเพื่
อคุ
ณภาพชี
วิ
ตของชุ
มชน” (สมชาติ
.2551) ส่
วนอี
กท่
านหนึ
งได้
ให้
คํ
านิ
ยามว่
า “ยุ
ติ
ธรรม
ชุ
มชน คื
อ วิ
ธี
การเชิ
งกลยุ
ทธ์
ในการป้
องกั
นและลดการเกิ
ดอา๙ญากรรมโดยการสร้
างเสริ
มความเป็
หุ
นส่
วนร่
วมกั
บชุ
มชน นโยบายหลั
กของยุ
ติ
ธรรมชุ
มชนจึ
งอยู
ที่
การแก้
ปั
ญหาเชิ
งรุ
ก โดยมุ
งที่
การ
ป้
องกั
น ควบคุ
มและลดการเกิ
ดอา๙ญากรรม รวมทั
งการเยี
ยวยาความเสี
ยหายจากอา๙ญากรรม ทั
งนี
เพื่
อให้
เกิ
ด ดํ
ารงไว้
ซึ
งความปลอดภั
ย และความยุ
ติ
ธรรมในชุ
มชน รวมทั
งพั
ฒนาคุ
ณภาพชี
วิ
ตของ
คนในชุ
มชน” (วั
นชั
ย.2551) คํ
านิ
ยามของทั
งสองท่
านนี
เป็
นการแปลคํ
าอธิ
บายความหมายของคํ
าว่
ยุ
ติ
ธรรมชุ
มชน ที่
ทํ
าให้
เราทราบว่
าความยุ
ติ
ธรรมชุ
มชนเป็
นทางเลื
อกหนึ
งการกระบวนการยุ
ติ
ธรรม
ที่
ทางกระทรวงยุ
ติ
ธรรม ได้
ยอมรั
บให้
มี
ขึ
นได้
ในประเทศไทย เนื่
องจากเล็
งเห็
นถึ
งข้
อดี
ของการมี
ส่
วนร่
วมของประชาชน เพื่
อความยุ
ติ
ธรรมสามารถเกิ
ดขึ
นได้
จริ
งกั
บทุ
กฝ่
าย มี
ความสมานฉั
นท์
ทั
ฝ่
ายที่
เป็
นเหยื่
อและอาชญากรในคดี
โดยที่
ชุ
มชนทุ
กระดั
บมี
ส่
วนมากเป็
นเครื
อข่
ายทํ
างานร่
วมกั
นใน
การสร้
างคุ
ณภาพชี
วิ
ตและความเป็
นอยู
ของสมาชิ
กในชุ
มชนทุ
กคน ลั
กษณะของกระบวนการเป็
การทํ
างานเพื่
อแก้
ปั
ญหาอาชญากรรมก่
อนที่
อาชญากรรมจะเกิ
ดและช่
วยแก้
ปั
ญหาภายหลั
งจากที่
อาชญากรรมเกิ
ดแล้
ว การแก้
ปั
ญหานั
นชุ
มชนจะเป็
นผู
มี
ส่
วนร่
วมสร้
างความเป็
นชุ
มชนเดี
ยวกั
น มี
ความเป็
นมิ
ตรกั
บเหยื่
อและอาชญากรพร้
อมๆกั
น ทุ
กฝ่
ายที่
เป็
นเครื
อข่
ายกั
นจะกระจายอํ
านาจอย่
าง
เสมอภาคกั
นและต่
างก็
ร่
วมกั
นรั
บผิ
ดชอบในส่
วนของตนอย่
างเต็
มที่
เป็
นการทํ
างานแบบหุ
นส่
วน
แล้
วก็
ต้
องมี
ผู
บริ
หารและทุ
กคนร่
วมกั
นสนั
บสนุ
นงานให้
เดิ
นไปสู
เป้
าหมายเดี
ยวกั
นดั
งที่
กล่
าวมาแล้
ความยุ
ติ
ธรรมชุ
มชนนี
มี
การผนวกเอากระบวนการยุ
ติ
ธรรมแบบสมานฉั
นท์
(ยศวั
นต์
.2551) การไกล่
เกลี่
ยข้
อพิ
พาทและการประนี
ประนอมยอมความเข้
าด้
วยกั
น กล่
าวคื
อมี
ลั
กษณะที่
ครอบคลุ
มทั
งหมด
เอาไว้
โดยเลื
อกเอาส่
วนดี
ของแต่
กระบวนการมาใช้
ได้
อย่
างคล่
องตั
วมากที่
สุ
ด ส่
วนกระบวนการ
หรื
อขั
นตอนนั
นก็
มี
การผสมปสานกั
บเป็
นระบบระเบี
ยบ อย่
างเช่
น ความยุ
ติ
ธรรมเชิ
งสมานฉั
นท์
เป็
นยิ
งกว่
าวิ
ธี
การหรื
อรู
ปแบบ คื
อเป็
นแนวคิ
ดคิ
ดหรื
อปรั
ชญาที่
เน้
นการฟื
นฟู
ความเสี
ยหายที่
เกิ
ดขึ
“โดยให้
ผู
มี
ส่
วนได้
เสี
ยเข้
ามามี
ส่
วนร่
วม ในกระบวนการแก้
ไขปั
ญหาและกระบวนการตั
ดสิ
นใจ
และได้
รั
บการเสริ
มอํ
านาจ ให้
เลื
อกวิ
ธี
การแก้
ปั
ญหาได้
” (ยศวั
นต์
.เพิ
งอ้
าง) และส่
วนการไกล่
เกลี่
ยข้
พิ
พาทนั
น เป็
นกระบวนการที่
ใช้
เพื่
อให้
ย ั
งคงรั
กษาความสั
มพั
นธ์
อั
นดี
ระหว่
างคู
กรณี
ลดช่
องว่
างที่
ทํ
ให้
เกิ
ดความขั
ดแย ้
งหรื
อไม่
เข้
าใจต่
อกั
นนั
นน้
อยลง จนสามารถเข้
าใจในอี
กฝ่
ายหนึ
ง อั
นเป็
นผลให้