- 113 -
5. กระบวนการยุ
ติ
ธรรมทางเลื
อก
อั
นเนื่
องมาจากกฎหมายสมั
ยใหม่
ของไทยมี
ลั
กษณะที่
“....ยกย่
องว่
า “รั
ฐ” มี
อํ
านาจสู
งสุ
ด
ไม่
อยู
่
ใต้
กฎเกณฑ์
ใดทั
้
งสิ
้
น กฎหมายเป็
นเรื่
องของคํ
าสั
่
ง ทํ
าให้
กฎหมายเป็
นเรื่
องของอํ
านาจแทนที่
จะเป็
นเรื่
อง “ความถู
ก-ผิ
ด ความชอบธรรม-ความไม่
ชอบธรรม ความยุ
ติ
ธรรม-ความไม่
ยุ
ติ
ธรรม”
เพราะ “คํ
าสั ่
ง” นั
้
นต้
องเป็
นของ “ผู
้
มี
อํ
านาจเหนื
อ” สามารถที่
จะบั
งคั
บผู
้
อยู
่
ใต้
อํ
านาจให้
“จํ
าใจ” ที่
จะต้
องปฏิ
บั
ติ
ตามเจตจํ
านงของผู
้
มี
อํ
านาจ ผู
้
สั ่
งจะสั
่
งอย่
างไรก็
ได้
ตามอํ
านาจที่
มี
แต่
“กฎหมาย” จะ
ถู
กต้
องเป็
นธรรมหรื
อไม่
ไม่
อาจพิ
จารณาได้
กฎหมายเป็
นกฎเกณฑ์
ที่
แตกต่
างไปจากศี
ลธรรม ดั
งนั
้
น
“ความยุ
ติ
ธรรมตามกฎหมาย” อาจ “ไม่
เป็
นธรรม” ก็
ได้
....”(จุ
ฑารั
ตน์
.อ้
างแล้
ว) เมื่
อสถานการณ์
ของ
บ้
านเมื
องมี
การเปลี่
ยนแปลงไปในทางที่
ดี
ขึ
้
น เอื
้
อต่
อการเรี
ยนรู
้
หลั
กเรื่
องความยุ
ติ
ธรรมมากขึ
้
น และ
สามารถยอมรั
บให้
ประชาชนเข้
ามามี
บทบาทมากขึ
้
นในกระบวนการยุ
ติ
ธรรม จึ
งได้
มี
นั
กกฎหมาย
และนั
กวิ
ชาการหลายท่
านได้
เสนอให้
ใช้
กระบวนการที่
แตกต่
างไปจากกระบวนการยุ
ติ
ธรรมในอดี
ต
ที่
นั
บวั
นประมาณคดี
ความที่
ล้
นศาลมี
มากขึ
้
น และผู
้
ที่
ต้
องเข้
าสู
่
กระบวนการยุ
ติ
ธรรมส่
วนมากไม่
ได้
รั
บความยุ
ติ
ธรรมอย่
างแท้
จริ
ง กระบวนการต่
างๆต้
องมี
ค่
าใช้
จ่
ายสู
งและต้
องใช้
ระยะเวลาที่
ยาวนาน
ไม่
เหมาะสมกั
บเรื่
อง
โดยเฉพาะคนที่
ตกเป็
นอาชญากรก็
ไม่
ได้
รั
บการส่
งเสริ
มให้
สามารถกลั
บมา
เป็
นคนดี
ของสั
งคมได้
อี
ก ในกระบวนการยุ
ติ
ธรรมสมั
ยใหม่
ได้
แยกรั
ฐออกจากสั
งคมและประชาชน
ทํ
าให้
ประชาชนไม่
สิ
ทธิ
อํ
านาจเข้
าจั
ดการรั
กษาความสงบและปลอดภั
ยและถู
กสร้
างให้
เชื่
อว่
าไม่
ใช่
ธุ
ระของตน โดยเฉพาะบางคดี
เป็
นคดี
มี
ลั
กษณะที่
ประชาชนในชุ
มชนสามารถไกล่
เกลี่
ยประนอมข้
อ
พิ
พาทกั
นได้
กลั
บไม่
มี
ใครจั
ดการเพราะเห็
นว่
าไม่
มี
กฎหมายให้
อํ
านาจไว้
จึ
งไม่
ใช่
หน้
าที่
ของคนใน
ชุ
มชนแต่
เป็
นของเจ้
าหน้
าที่
รั
ฐที่
อยู
่
ไกลออกไป เพราะสถานะที่
มี
ความห่
างเหิ
น เช่
นที่
ให้
ตํ
ารวจมี
อํ
านาจและมี
ปื
น แต่
ประชาชนไม่
มี
อํ
านาจและไร้
อาวุ
ธ ตํ
ารวจทํ
าผิ
ดประชาชนจั
บไม่
ได้
ประชาชน
ผิ
ดใจกั
บตํ
ารวจจะโดนยิ
ง ทํ
าให้
คนมองว่
ากระบวนการยุ
ติ
ธรรมไทยมี
ความล้
าสมั
ย สร้
างปั
ญหา
มากกว่
าอํ
านวยความยุ
ติ
ธรรมและความสมานฉั
นท์
ให้
แก่
สั
งคม จึ
งมี
การเสนอกระบวนการยุ
ติ
ธรรม
ทางเลื
อกแทนกระบวนการกระแสหลั
กดั
งนี
้
1. กระบวนการยุ
ติ
ธรรมเชิ
งบู
รณาการ
ณ์
กระบวนการยุ
ติ
ธรรมเชิ
งบู
รณาการณ์
หมายถึ
ง
“...การมองภาพรวมการเชื่
อมโยง
กระบวนการทํ
างานและองคาพยพของกระบวนการยุ
ติ
ธรรมทั
้
งระบบ (ซึ
่
งได้
แก่
ผู
้
กระทํ
าผิ
ด-เหยื่
อ
อาชญากรรม-(หน่
วยงานในกระบวนการยุ
ติ
ธรรม-สั
งคม)
เข้
าด้
วยกั
นในลั
กษณะเครื
อข่
าย
ความสั
มพั
นธ์
ที่
ไม่
จํ
ากั
ดอยู
่
เฉพาะแต่
ในความหมายของสิ ่
งที่
เหมื
อนกั
น แต่
สามารถประสานสั
มพั
นธ์
เป็
นส่
วนหนึ
่
งของกั
นและกั
นได้
อย่
างมี
เอกภาพ ทั
้
งในความเหมื
อนและความแตกต่
างไปพร้
อมๆกั
น
....” (จุ
ฑารั
ตน์
.เพิ
่
งอ้
าง) แนวคิ
ดนี
้
เห็
นว่
ากระบวนการยุ
ติ
ธรรม(กระแสหลั
ก)เป็
นเพี
ยงส่
วนหนึ
่
งของ
ความยุ
ติ
ธรรมในสั
งคม ที่
มี
สถาบั
นของรั
ฐรั
บผิ
ดชอบตามหน้
าที่
ในกฎหมาย ส่
วนอํ
านาจอธิ
ปไตย
หรื
ออํ
านาจสู
งสุ
ดที่
รั
ฐอ้
างว่
ามี
อยู
่
นั
้
น
เป็
นอํ
านาจของประชาชนโดยประชาชนและเพื่
อประชาชน