- 112 -
กั
นกั
บวั
ฒนธรรมของชาวอาณาจั
กรแว่
นแคว้
นอย่
างภู
มิ
ภาคแถบนี
้
พวกเราใช้
ระบบผสมผสาน ชาว
สยามใช้
ระบบหนึ
่
ง ชาวล้
านนา(ลาวเฉี
ยง) ชาวพวน(แกว) และชาวชนเผ่
าเราก็
ใช้
อย่
างหนึ
่
ง คื
อเป็
น
ระบบที่
มี
ความหลากหลาย และเป็
นศี
ลปะวั
ฒนธรรมที่
มี
คุ
ณค่
าในตั
วเอง มี
ความเป็
นพหุ
สั
งคมที่
โดด
เด่
น
แต่
ผู
้
ปกครองในขณะนั
้
นเห็
นว่
าถ้
าปล่
อยให้
ระบบกระบวนการยุ
ติ
ธรรมหรื
อกฎหมายที่
หลากหลายอาจจะทํ
าให้
พวกเราชาวประเทศราชของกรุ
งสยามต้
องกลายเป็
นอาณานิ
คมของชาว
อั
งกฤษและฝรั ่
งเศสเสี
ยทั
้
งหมด รวบรวมเป็
นชนชาติ
เดี
ยวคื
อชนชาวสยาม(ชาวไตภาคกลาง)ระบบ
กฎเกณฑ์
ก็
ให้
เหลื
ออยู
่
เพี
ยงระบบเดี
ยว
กระบวนการยุ
ติ
ธรรมก็
เหลื
ออยู
่
กระบวนการเดี
ยวใช้
ทั
่
ว
ราชอาณาจั
กรสยาม ต่
อมาจากราชอาณาจั
กรสยามเราก็
ได้
เปลี่
ยนเป็
นราชอาณาจั
กรไทย สอนให้
ร้
อง
เพลงชาติ
เพลงเดี
ยวกั
น โดยร้
องว่
าประเทศไทยรวมเลื
อดเนื
้
อชาติ
เชื
้
อไทยฯ บางครั
้
งผู
้
วิ
จั
ยเคยถาม
อาจารย์
ที่
สอนหนั
งสื
อว่
า ทํ
าไมเราต้
องยื
นตรงเวลาร้
องเพลงชาติ
ด้
วย แต่
ก็
ได้
ยิ
นคํ
าตอบว่
าเพื่
อแสดง
ความเคารพธงชาติ
ที่
เป็
นสั
ญลั
กษณ์
อย่
างหนึ
่
งของคนไทย จึ
งสงสั
ยว่
า ธงชาติ
ไทย คื
ออะไร? ที่
เรา
ต้
องแสดงความเคารพ เมื่
อทบทวนเนื
้
อเพลงชาติ
ไทยแล้
วจึ
งเข้
าใจว่
า คนไทยก็
คื
อคนทุ
กชาติ
ทุ
ก
ภาษา ทุ
กเผ่
าพั
นธุ
์
ที่
อาศั
ยอยู
่
ในผื
นแผ่
นดิ
นไทย มี
ความเชื่
อ มี
ประเพณี
ที่
หลากหลายและร่
วมกั
น
รั
กษาความเป็
นปึ
กแผ่
นของผื
นแผ่
นดิ
นเอาไว้
เป็
นเพี
ยงพิ
ธี
กรรมอย่
างหนึ
่
งที่
กระทํ
าเพื่
อที่
จะต้
องการ
ให้
คนในผื
นแผ่
นดิ
นที่
มี
ความหลากหลายเชื
้
อชาติ
สามารถอยู
่
ร่
วมกั
นได้
อย่
างมี
ความรั
กความ
ภาคภู
มิ
ใจในซึ
่
งกั
นและกั
น โดยได้
มาอยู
่
ร่
วมกั
นใช้
ชื่
อเรี
ยกอย่
างเดี
ยวกั
น ว่
า “ไท” แปลว่
า “อิ
สระ”
คงเป็
นที่
มาของคํ
าขวั
ญของคนในแผ่
นดิ
นนี
้
ที่
ว่
า “ทํ
าอะไรตามใจ คื
อไทแท้
” แต่
ทว่
าเราต้
องทํ
าเพื่
อ
ส่
วนรวมไม่
ใช่
เพื่
อประโยชน์
ส่
วนตนแต่
เพี
ยงอย่
างเดี
ยว เมื่
อมี
การเปลี่
ยนคํ
าว่
า “ไท” เป็
น “ไทย” เรา
จึ
งมี
ความจํ
าเป็
นต้
องอยู
่
ภายใต้
กฎหมายที่
มี
หลั
กแห่
งความยุ
ติ
ธรรมอย่
างเดี
ยวกั
น
ไม่
ใช่
อยู
่
ภายใต้
“กดหมา”
ที่
เป็
นเพี
ยงคํ
าสั
่
งของใครคนใดคนหนึ
่
งที่
มี
อํ
านาจปกครอง หรื
อแย่
งอํ
านาจปกครองมา
จากองค์
พระมหากษั
ตริ
ย์
ได้
สํ
าเร็
จ
ปั
จจุ
บั
นประเทศไทยใช้
การศาลหลายระบบ ทั
้
งระบบกล่
าวหา ระบบไต่
สวน และระบบ
ผสมทั
้
งกล่
าวหาและไต่
สวนเข้
าด้
วยกั
น ศาลก็
มี
การแบ่
งเป็
นหลายศาลทั
้
งศาลยุ
ติ
ธรรม ศาลปกครอง
และศาลรั
ฐธรรมนู
ญ แต่
ทุ
กศาลก็
ล้
วนมี
เป้
าหมายเดี
ยวกั
นคื
อ เพื่
ออํ
านวยความยุ
ติ
ธรรมในสั
งคมไทย
ศาลแต่
ละศาลก็
สร้
างกระบวนการยุ
ติ
ธรรมทางเลื
อกขึ
้
นเป็
นแบบฉบั
บขอตนเอง เป็
นกระบวนการ
ยุ
ติ
ธรรมที่
แตกต่
างกั
นไปทํ
าให้
มี
อยู
่
หลายหลายวิ
ธี
มากขึ
้
นในการอํ
านวยความยุ
ติ
ธรรม สั
งเกตให้
ดี
จะ
เห็
นว่
าไม่
ใช้
อํ
านวยการรั
กษากฎหมาย
แต่
ศาลทุ
กศาลทํ
าหน้
าที่
พิ
ทั
กษ์
รั
กษาความยุ
ติ
ธรรม
ปรากฏการณ์
เช่
นนี
้
เราเรี
ยกว่
า กระบวนการยุ
ติ
ธรรมทางเลื
อก เพื่
อให้
มี
ช่
องทางในการอํ
านวยความ
ยุ
ติ
ธรรมที่
รวดเร็
วถู
กต้
องสอดคล้
องกั
บตรงต่
อความจริ
งอย่
างที่
ควรจะเป็
นในแต่
ละเรื่
อง ไม่
ใช่
นํ
าเอา
ทุ
กอย่
างมาป้
อนสู
่
กระบวนการรู
ปแบบเดี
ยวแล้
วออกมากลายเป็
นสิ
่
งรั
บประทานไม่
ได้
หรื
อทํ
าให้
เสี
ยความยุ
ติ
ธรรมไปในที่
สุ
ด