Page 118 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

- 110 -
การจั
ดการปั
ญหาและไกล่
เกลี่
ยข้
อพิ
พาทในเบื
องต้
นจึ
งอยู
ที่
การตั
ดสิ
นใจร่
วมกั
นของบุ
คคล
ภายในครอบครั
ว จากระดั
บครอบก็
ไปสู
ระดั
บวงศ์
ตระกู
ล จากนั
นก็
ไปสู
ระดั
บกลุ ่
มแซ่
(เผ่
าย่
อย) เมื่
ไม่
สามารถแก่
ไขได้
แล้
ว ก็
นํ
าไปสู
ระดั
บผู
นํ
าชุ
มชน(ที่
มี
ความเป็
นกลาง)ร่
วมกั
นพิ
จารณา ซึ
งขั
ตอนนี
ต้
องมี
การเสี
ยค่
าใช้
จ่
ายแน่
นอนสํ
าหรั
บผู
ที่
มี
ความผิ
ด เว้
นแต่
สามารถแข็
งขื
นยื
นย ั
นว่
าตนไม่
ยอมรั
บผิ
ดไม่
ว่
าผิ
ดหรื
อไม่
ก็
ตาม
ถ้
ายอมรั
บผิ
ดตามที่
กล่
าวหามาอย่
าน้
อยต้
องมี
การเสี
ยค่
าป่
วยการ
และค่
าชดใช้
ไถ่
โทษอย่
างหลี
กเลี่
ยงไม่
ได้
แต่
หากแข็
งขื
นไม่
ยอมรั
บการไกล่
เกลี่
ยของชุ
มชน ขั
นตอน
ที่
ต่
อจากการพิ
จารณาของชุ
มชนแล้
วไม่
สามรถยุ
ติ
ปั
ญหาความขั
ดแย ้
งได้
ดั
งนี
ก็
จะนํ
าไปสู
การ
พิ
จารณาของผู
นํ
าชุ
มชนอื่
น หรื
อเจ้
าหน้
าที่
ทางการของบ้
านเมื
องต่
อไป ถื
อเป็
นความอั
ปยศของ
ชุ
มชนด้
วยที่
ปล่
อยให้
คนดื
อด้
านสามารถหลุ
ดพ้
นจากความผิ
ดที่
ได้
กระทํ
าจริ
งๆ
ส่
วนมากคู
กรณี
ที่
เจอคนที่
มี
อุ
ปนิ
สั
ยเช่
นนี
ผู
นํ
าชุ
มชนจะเสนอให้
ผู
เสี
ยหายจะถอนตั
วอย่
าไปสนใจเอาเรื่
องอี
กต่
อไป แต่
ความชั ่
วช้
าของบุ
คคลเช่
นนี
จะมี
การกล่
าวขวั
ญอย่
างแพร่
หลายในชุ
มชน เพราะเหตุ
ที่
เขาเองได้
ตั
งใจ
ที่
จะตั
ดญาติ
ขาดมิ
ตรกั
บคนอื่
นในชุ
มชน
เวลาที่
มี
งานเลี
ยงสั
งสรรค์
หรื
อพิ
ธี
ปลงศพชาวบ้
านส่
วน
ใหญ่
ก็
จะไม่
ไปช่
วยเหลื
อ ถ้
าเป็
นผู
ชุ
มชนชาวบ้
านก็
จะไม่
ให้
ความนั
บถื
อและไม่
สนใจต่
อคํ
าสั ่
งหรื
คํ
าขอความร่
วมมื
อ บางครั
งความผิ
ดนั
นเป็
นการกระทํ
าของพ่
อหรื
อปู
ที่
เคยกระทํ
ามาก่
อน แต่
เมื่
ตนเองเป็
นผู
ที่
ได้
ชื่
อว่
าเป็
นทายาทเข้
ามาเป็
นผู
นํ
าชุ
มชนก็
จะถู
กปฏิ
เสธเช่
นเดี
ยวกั
น เพราะถื
อว่
าเป็
สายตระกู
ลที่
มี
ผี
บรรพบุ
รุ
ษที่
ไม่
ดี
เป็
นตระกู
ลที่
เห็
นแก่
ตั
วชาวบ้
านหลายครอบครั
วจะเตรี
ยมการ
เคลื่
อนย ้
ายชุ
มชนไปอยู
ที่
อื่
นหรื
อแยกเป็
นตั
งชุ
มชนใหม่
จึ
งพบว่
ามี
คดี
ที่
ชาวอิ
วเมี่
ยนเป็
นคู
กรณี
กั
นเองในศาล หรื
อโรงพั
ก หรื
อสถานี
ตํ
ารวจน้
อยมาก ถึ
งจะมี
ส่
วนมากก็
เป็
นเพราะอยู
กั
นคนละ
หมู
บ้
านมี
ผู
นํ
าของตนเองที่
ไม่
ยอมรั
บคํ
าตั
ดสิ
นของผู
นํ
าชุ
มชนอื่
น หรื
อเป็
นคนที่
ดื
อด้
านจริ
งๆไม่
ยอม
อยู
โอวาทของผู
นํ
าครอบครั
ว ผู
นํ
าตระกู
ลและผู
นํ
าชุ
มชนเท่
านั
น การที่
จารี
ตประเพณี
แห่
งชนเผ่
าซึ
เป็
นคนกลุ ่
มน้
อยของสั
งคมใหญ่
มี
ความเป็
นไปในลั
กษณะเฉพาะที่
ใช้
ได้
เฉพาะกั
บกลุ
มคนที่
มี
ความ
เชื่
อความเห็
นสอดคล้
องกั
น จึ
งมี
ลั
กษณ์
บั
งคั
บเหมื
อนใยแมงมุ
มที่
ดั
กจั
บได้
แต่
สั
ตว์
ที่
อ่
อนแอ เพราะ
ไม่
มี
อํ
านาจของกฎหมายบ้
านเมื
องรองรั
บไว้
แม้
กฎหมายและจารี
ตประเพณี
จะมี
ที่
มาจากฐาน
เดี
ยวกั
นคื
อศี
ลธรรมที่
ยอมให้
ใครล่
วงละเมิ
ดไม่
ได้
แต่
กฎจารี
ตไม่
มี
กระบวนการที่
ดี
เท่
ากั
บกฎหมาย
4. การใช้
กฎหมายต้
องสอดคล้
องกั
นกั
บความเป็
นไปของชุ
มชนท้
องถิ่
“....เมื่
อเกิ
ดเหตุ
การณ์
ใดๆขึ
นก็
ตาม ในระหว่
างพวกเย ้
าด้
วยกั
นเขามั
กจะแก้
ไขกั
นเองโดยใช้
กฎหมายข้
อบั
งคั
บตามประเพณี
ของเขา นอกจากในกรณี
จํ
าเป็
นโดยเฉพาะเรื่
องที่
เกิ
ดขึ
นกั
บคนต่
าง
เผ่
าก็
จะมี
บ้
างที่
เย ้
าจะเข้
ามาพึ
งกฎหมายและเจ้
าหน้
าที่
ของไทย....”(สํ
านั
กงานเลขานุ
การ
คณะกรรมการปฏิ
บั
ติ
การจิ
ตวิ
ทยาแห่
งชาติ
.2527:241) เมื่
อครั
งที่
ชาวอิ
วเมี่
ยนอพยพเข้
ามาในประเทศ
ไทยในสมั
ยแรกๆนั
น ชุ
มชนชาวอิ
วเมี่
ยนจะอยู
บนที่
พื
นที่
สู
งที่
แยกต่
างหากจากชนเผ่
าอื่
นๆ และมี
ความเป็
นอิ
สระจากการปกครองของกฎหมายของเจ้
าเมื
องเหนื
อมาก
ประกอบกั
บธรรมเนี
ยมการ