Page 110 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

- 102 -
ยอมรั
บและพอใจอยู
ในสั
งคมที่
อาจมี
ความผิ
ดเพี
ยน วิ
ปริ
ตอยู
บ้
าง อาจไม่
มี
ความเสมอภาคทางสั
งคม
เพราะเราต่
างมี
โอกาสในการแสวงหาปั
จจั
ยที่
ได้
มาไม่
เท่
าเที
ยมกั
นจึ
งเกิ
ดความแตกต่
างทางฐานะ
การเงิ
น ฐานะทางการศึ
กษา เราเกิ
ดในครอบครั
วหรื
อชนชาติ
หรื
อเผ่
าพั
นธุ
ที่
เป็
นชนกลุ
มน้
อย จึ
งมี
ปั
ญหาเรื่
องศั
กดิ
ศรี
ที่
ถู
กข่
มเหงจนเคยชิ
นและทํ
าให้
เรามองโลกว่
าบิ
ดเบี
ยวเราจึ
งไม่
ใยดี
ต่
อความ
ยุ
ติ
ธรรมหรื
อความถู
กต้
องใดๆอี
กต่
อไป แต่
หาสนใจที่
จะหาวิ
ธี
ทางรั
กษาตั
วให้
อยู
รอดปลอดภั
ยจาก
อํ
านาจทั
งในและนอกระบบกฎหมาย เนื่
องเพราะเหตุ
ที่
เราต้
องยื
นต้
านทานต่
อความทุ
กข์
ยากลํ
าบาก
อย่
างโดดเดี่
ยว จนเราลื
มสนิ
ทไปว่
าความเป็
นมนุ
ษย์
นั
นควรที่
จะมี
เสรี
ภาพมี
ทางเลื
อกในการดํ
าเนิ
ชี
วิ
ตและมี
ความมั
นคงปลอดภั
ยเฉกเช่
นเดี
ยวกั
บคนอื่
นๆ เรื่
องเกี
ยรติ
ยศชื่
อเสี
ยงนั
นเราควรมองไปที่
การแสวงหาความเมตตาเอ็
นดู
บุ
คคลอื่
นที่
ด้
อยโอกาสกว่
าเรา คอยช่
วยพยุ
งส่
งเสริ
มให้
เขามี
โอกาส
ทางสั
งคมที่
เท่
าเที
ยมกั
นกั
บเรา
การจั
ดการปั
ญหาข้
อขั
ดแย ้
งใดๆก็
ควรที่
ยื
นอยู
บนหลั
กการที่
มุ
เป้
าประสงค์
ที่
การทํ
าเรื่
องใหญ่
ๆให้
เป็
นเรื่
องเล็
ก ทํ
าเรื่
องเล็
กให้
หมดความขุ
นข้
องหมองใจต่
อกั
นไป
ในที่
สุ
ด เพื่
อให้
เกิ
ดความสงบสุ
ขในสั
งคม เป็
นสั
งคมที่
อบอวลไปด้
วยบรรยากาศแห่
งความรั
กความ
เมตตาในเพื่
อนมนุ
ษย์
โดยปรารถนาให้
เขาได้
รั
บเสรี
ภาพ ความเสมอภาพและความเท่
าเที
ยมกั
นใน
ศั
กดิ
ศรี
ของความเป็
นมนุ
ษย์
สํ
าหรั
บผู
ที่
ทรงอํ
านาจและเต็
มล้
นด้
วยโอกาสควรที่
จะกระจายความเป็
ธรรมนั
นแก่
ทุ
กคนในสั
งคมนั
โดยที่
ไม่
มั
วเมาอยู
แต่
ในลาภยศสรรเสริ
ญหรื
อการกอบโกย
ผลประโยชน์
จากช่
องทางของกฎหมายที่
เอื
อให้
อย่
างมากมายแก่
คนที่
มี
อํ
านาจรั
ฐและอํ
านาจทาง
เศรษฐกิ
เพื่
อช่
วยสร้
างสั
งคมที่
มี
ความถู
กต้
องสอดคล้
องเที่
ยงตรงต่
อความจริ
งอย่
างที่
ควรจะเป็
อย่
างสั
ตย์
ซื่
อต่
อมโนสํ
านึ
กผิ
ดชอบชั
วดี
มิ
ใช่
ปล่
อยให้
ผู
คนหลงงมงายอยู
กั
บความเชื่
อผิ
ดๆว่
กฎหมายเป็
นเพี
ยงอํ
านาจของผู
ที่
มี
กฎหมายอยู
ในมื
อ จะพลิ
กจะแพลงไปอย่
างไรก็
ได้
ผู
เป็
นมนุ
ษย์
ที่
มี
ความคิ
ดอั
นประเสริ
ฐและมี
โอกาสอั
นบริ
บู
รณ์
กว่
าผู
คนทั
งหลายที่
อาศั
ยเกิ
ดร่
วมผื
นแผ่
นดิ
น แผ่
นฟ้
และช่
วงเวลาหนึ
งของความเป็
นมนุ
ษย์
ที่
แสนสั
น การทํ
าดี
อาจไม่
มี
ผลกํ
าไร แต่
ชื่
อเสี
ยงที่
ฝากไว้
คื
อะไรที่
น่
ารํ
าลึ
กยกย่
องเช่
นกั
น ความยุ
ติ
ธรรมก็
คื
อสิ ่
งที่
พึ
งประสงค์
ที่
สุ
ดสํ
าหรั
บบรรดาผู
ที่
มี
โอกาส
เขาเกี่
ยวข้
องกั
บกฎหมาย กระบวนการยุ
ติ
ธรรมไม่
ใช่
มี
หน้
าที่
เข้
าไปรั
กษากฎหมายให้
คงอยู
แต่
กฎหมายต่
างหากที่
ต้
องสร้
างกระบวนการให้
ความยุ
ติ
ธรรมดํ
ารงอยู
และมนุ
ษย์
ที่
เป็
นผู
ใช้
กฎหมาย
และผู
มี
อํ
านาจปกครองตามเจตจํ
านงของประชาชนนั
นเองที่
มี
หน้
าที่
รั
กษาความถู
กต้
องของกฎหมาย
และเผยแพร่
กฎหมายให้
เป็
นที่
ประจั
กษ์
แก่
สายตาของประชาชน เพื่
อให้
ประชาชนเคารพและเชื่
อฟั
กฎหมายที่
มี
ความยุ
ติ
ธรรม
2. กฎเกณฑ์
ชนเผ่
าอิ
วเมี่
ยน(จารี
ตประเพณี
) เป็
นที่
มาของความยุ
ติ
ธรรมแต่
อยู
ภายใต้
กฎหมาย
อิ
วเมี่
ยนเป็
นเผ่
าพั
นธุ
หนึ
งที่
เชื่
อว่
ามี
พระเจ้
าสร้
างโลกและจั
กรวาลนี
มี
พระเจ้
าเป็
นต้
นกํ
าเนิ
ของสรรพสิ ่
ง พระเจ้
ามี
ด้
วยกั
นหลายองค์
พระเจ้
าองค์
แรกมี
พระนามว่
า “เปี
ยน ฮู
ง” (Bienh Hungh)
การทรงสร้
างอย่
างแรกคื
อการสร้
างเพื่
อนคู
คิ
ด(ภรรยา)โดยสร้
างจากการจิ
ตนาการว่
าอยากมี
คู