- 101 -
ดิ
้
นรนต่
อสู
้
เพื่
อความอยู
่
รอดทางเศรษฐกิ
จ เราต่
างก็
เลยเลื
อกนิ
ยามของคํ
าว่
าความยุ
ติ
ธรรมตามที่
เรา
จะได้
ประโยชน์
หรื
อพวกของเราจะได้
ประโยชน์
หรื
อเป็
นระบบที่
เอื
้
อประโยชน์
สร้
างอาชี
พให้
แก่
เรา เสริ
มส่
งให้
เรามี
อํ
านาจอยู
่
เหนื
อคนอื่
นได้
อย่
างมั ่
นคง จนทํ
าให้
สามั
ญสํ
านึ
กของเราเริ
่
มระอายใจที่
จะช่
วยยื
นย ั
นความหมายของคํ
าว่
ายุ
ติ
ธรรม
จนเป็
นที่
มาของการที่
ไม่
มี
ใครกล้
ายื
นย ั
นว่
าอะไรคื
อ
ความยุ
ติ
ธรรมอย่
างจริ
งๆจั
งๆสั
กคนหนึ
่
ง เท่
าที่
ผู
้
วิ
จั
ยทราบนั
้
นในประเทศไทยได้
มี
การเปลี่
ยนแปลง
นิ
ยามของคํ
าว่
ายุ
ติ
ธรรมมาหลายครั
้
ง จนกระทั
่
งล่
าสุ
ดอาจารย์
จรั
ญ โฆษณานั
นท์
เสนอคํ
านิ
ยามของ
คํ
าว่
า ความยุ
ติ
ธรรม เพื่
อเป็
นตั
วเลื
อกหนึ
่
งในคํ
าตอบของนั
กศึ
กษาวิ
ชานิ
ติ
ปรั
ชญาของมหาวิ
ทยาลั
ย
แห่
งหนึ
่
งในกรุ
งเทพฯ ต่
อคํ
าถามของชาวบ้
านผู
้
ใฝ่
รู
้
ทั
้
งหลายที่
มั
กจะถามนั
กนิ
ติ
ศาสตร์
ว่
า ความ
ยุ
ติ
ธรรมคื
ออะไร? เราจะได้
รั
บความยุ
ติ
ธรรมไหม? อาจารย์
ท่
านจึ
งให้
คํ
าตอบว่
า
“…น่
าสะกิ
ดใจว่
าการเห็
นด้
วยหรื
อเห็
นแย ้
งอย่
างเป็
นตั
วของตั
วเองในท้
ายที่
สุ
ดต่
อทรรศนะ
ต่
างๆที่
กล่
าวมาพึ
งวางอยู
่
บนหลั
กแห่
งความไม่
มี
อคติ
, การใฝ่
หาศรั
ทธาต่
อสั
จจะ และการปลดปล่
อย
อั
ตตาหรื
อความเห็
นแก่
ตั
วให้
เหลื
อน้
อยที่
สุ
ด
ซึ
่
งกล่
าวได้
ว่
าเป็
นหลั
กพื
้
นฐานเช่
นเดี
ยวกั
บเงื่
อนไข
ทางอั
ตวิ
สั
ยที่
ใช้
ประกอบการหาคํ
าตอบของความยุ
ติ
ธรรม
พ้
นจากกระบวนการหาข้
อสรุ
ปที่
เป็
นตั
วของตั
วเองข้
างต้
น
อี
กทั
้
งพ้
นจากอิ
ทธิ
พลเชิ
ง
ครอบง ํ
าอุ
ดมคติ
ใดๆ ไม่
ว่
าก้
าวหน้
าหรื
อล้
าหลั
ง ผู
้
เขี
ยนเชื่
อว่
าบนพื
้
นฐานแห่
ง “ปั
ญญา”(อั
นเป็
นแก่
น
สารสํ
าคั
ญของความเป็
นมนุ
ษย์
) ดั
งกล่
าวซึ
่
งก้
าวล่
วงมิ
ติ
ของอคติ
, อํ
านาจ, อํ
านาจรั
ฐ หรื
อความยึ
ดติ
ด
แต่
ประโยชน์
ส่
วนตนนี
้
เอง ที่
มโนสํ
านึ
กของเราจะสั
มผั
สถึ
งความยุ
ติ
ธรรมในแง่
ของกฎเกณฑ์
หรื
อ
หลั
กการเชิ
งอุ
ดมคติ
เพื่
อยุ
ติ
ความขั
ดแย ้
งทางสั
งคมซึ
่
งร้
อยรั
ดคุ
ณธรรม เรื่
องเสรี
ภาพ, ความเสมอภาค
และความมี
เมตตาธรรมต่
อเพื่
อนมนุ
ษย์
ร่
วมเกิ
ดแก่
เจ็
บตายซึ
่
งมี
ศั
กดิ
์
ศรี
แห่
งความเป็
นคนเท่
าเที
ยม
กั
น…”(จรั
ญ.2549:442)
จากข้
อสรุ
ปของอาจารย์
จรั
ญ ที่
ว่
า มนุ
ษย์
เราสามารถสั
มผั
สถึ
งความยุ
ติ
ธรรมได้
โดยที่
ต้
อง
ตั
ดอคติ
, อํ
านาจ, อํ
านาจรั
ฐ หรื
อความยึ
ดติ
ดแต่
ประโยชน์
ส่
วนตน พ้
นจากกระบวนการหาข้
อสรุ
ปที่
เป็
นตั
วของตั
วเองข้
างต้
น อี
กทั
้
งพ้
นจากอิ
ทธิ
พลเชิ
งครอบง ํ
าอุ
ดมคติ
ใดๆ ไม่
ว่
าก้
าวหน้
าหรื
อล้
าหลั
ง
จากนั
้
นใช้
มโนสํ
านึ
กที่
ประกอบด้
วยปั
ญญาอั
นไม่
มี
อคติ
และใฝ่
หาศรั
ทธาต่
อสั
จจะ อาจารย์
ให้
ข้
อคิ
ด
ว่
ามนุ
ษย์
จะสามารถพบว่
าความยุ
ติ
ธรรม คื
อ “กฎเกณฑ์
หรื
อหลั
กการเชิ
งอุ
ดมคติ
เพื่
อยุ
ติ
ความขั
ดแย ้
ง
ทางสั
งคมซึ
่
งร้
อยรั
ดคุ
ณธรรม เรื่
องเสรี
ภาพ, ความเสมอภาคและความมี
เมตตาธรรมต่
อเพื่
อนมนุ
ษย์
ร่
วมเกิ
ดแก่
เจ็
บตายซึ
่
งมี
ศั
กดิ
์
ศรี
แห่
งความเป็
นคนเท่
าเที
ยมกั
น” เราทุ
กคนคงปรารถนาให้
สั
งคมที่
เรา
อาศั
ยอยู
่
มี
ลั
กษณะเป็
นดั
งที่
ท่
านอาจารย์
ได้
กล่
าวไว้
นี
้
เพราะเป็
นสิ ่
งที่
ถู
กต้
องเหมาะสอดคล้
อง
เที่
ยงตรงต่
อความจริ
งอย่
างที่
ควรจะเป็
น
เมื่
อเพ่
งดู
โลกของความเป็
นจริ
งในชุ
มชนที่
อาศั
ยทุ
กวั
นนี
้
แล้
ว หวนคิ
ดถึ
งโลกในอุ
ดมคติ
ที่
สวยหรู
ดั
งเช่
นว่
านี
้
เราทุ
กคนคงปรารถนาที่
จะได้
เห็
นกั
บตาสั
กครั
้
ง
แต่
น่
าเสี
ยดายคื
อสั
งคมที่
เราอยู
่
นี
้
ถู
กบี
บรั
ดด้
วยปั
ญหาและความยุ
่
งยากต่
างๆมากมาย จนเราจะหาวิ
ถี
ที่
ถู
กต้
อง เหมาะสม สอดคล้
อง เที่
ยงตรงต่
อความจริ
งอย่
างที่
ควรจะเป็
นไม่
ได้
เราจึ
งต้
องทํ
าใจให้
สู
ง