Page 106 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

- 98 -
ส่
วนกลางทั
งหมด รวบรวมบรรดาศาลทั
งหลายให้
เป็
นระบบศาลเดี่
ยว มี
ข้
าราชการตุ
ลาการที่
มี
หน้
าที่
ตั
ดสิ
นอรรถคดี
ทั
งหลายในนามขององค์
พระมหากษั
ตริ
ย์
ประชาชนทุ
กคนต้
องให้
ความเคารพ
เชื่
อฟั
งเสมอเหมื
อนองค์
พระมหากษั
ตริ
ย์
ออกนั
งบั
ลลั
งก์
ด้
วยพระองค์
เอง ผู
พิ
พากษามี
อํ
านาจลงโทษ
ผู
ที่
หมิ
นอํ
านาจศาลได้
โดยไม่
ต้
องสื
บสวนหรื
อสื
บพยาน แต่
ที่
หน้
าเศร้
าใจก็
คื
อผู
ทรงอํ
านาจทางด้
าน
การยุ
ติ
ธรรมในยุ
คนั
น ได้
ปฏิ
เสธหลั
กความยุ
ติ
ธรรมเที่
ยงแท้
เสี
ย แล้
วถื
อเอาเพี
ยงหลั
กความยุ
ติ
ธรรม
ตามกฎหมายแต่
ประการเดี
ยว ทํ
าให้
ความน่
าเลื่
อมใสในกระบวนการยุ
ติ
ธรรมแห่
งกรุ
งสยามบิ
ดเบี
ยว
ไป
ไม่
มี
ความศั
กดิ
สิ
ทธิ
น่
าเชื่
อถื
อเฉกเช่
นอุ
ดมการณ์
ที่
เคยมี
มา
ในตอนเริ
มแรกของการก่
อตั
ราชอาณาจั
กรสยามประเทศ ประกอบกั
บความจํ
าเป็
นทางการเมื
อง ต้
องใช้
นโยบายการรวมศู
นย์
อํ
านาจการปกครองไว้
ที่
ส่
วนกลางอย่
างรี
บด่
วน
จึ
งได้
ทํ
าลายความสํ
าคั
ญและหลากหลายทาง
กระบวนการยุ
ติ
ธรรมของดิ
นแดนประเทศราชเสี
ยทั
งหมด
ถึ
งกั
บประกาศให้
สิ ่
งที่
ขั
ดต่
อกฎหมาย
ของส่
วนกลางเป็
นสิ
งที่
ใช้
ไม่
ได้
แนวคิ
ดเกี่
ยวคํ
าอธิ
บายจุ
ดมุ ่
งหมายของคํ
าว่
า ความยุ
ติ
ธรรม ในความหมายของกฎหมายแห่
กรุ
งสยามยุ
คต้
นนั
น พระมหากษั
ตริ
ย์
ทรงมี
หน้
าที่
เป็
น “....ศู
นย์
กลางแห่
งการพิ
ทั
กษ์
ธรรมะและ
กฎหมายพร้
อมกั
นไปในตั
ว...”(จรั
ญ.2545:307)
และบรรดาข้
าราชการทั
งหลายก็
ต้
องเป็
นผู
รั
บใช้
ธรรมะและกฎหมายไปด้
วย แนวคิ
ดรากลึ
กแท้
ๆของกฎหมายแห่
งกรุ
งสยาม ก็
คื
อว่
า ผู
เกี่
ยวข้
องกั
อํ
านาจรั
ฐและข้
าราชการทุ
กคนคื
อข้
ารั
บใช้
ของพระเจ้
าอยู
หั
ว มี
หน้
าที่
พิ
ทั
กษ์
ธรรม ตามที่
กฎหมาย
อั
นเป็
นคํ
าสั
งของผู
เป็
นองค์
พระประมุ
ขได้
ชี
นํ
าไว้
แล้
วว่
าให้
กระทํ
าอย่
างไร
ซึ
งมี
ทั
งส่
วนที่
เป็
อุ
ดมการณ์
ด้
านการปกครอง ด้
านการค้
าขายและรั
กษาความสงบของบ้
านเมื
องในยามสงครามเป็
กฎหมายปลี
กย่
อยออกไปตามความจํ
าเป็
น ประมาณเกื
อบร้
อยปี
แห่
งการหั
นหลั
งให้
กั
บหลั
กธรรมะ
หรื
อหลั
กความยุ
ติ
ธรรม ได้
เกิ
ดความวิ
ปริ
ตในสั
งคมไทยอย่
างมากมาย บรรดาข้
าราชการทั
งหลาย
มองว่
ากฎหมายเป็
นเพี
ยงหนทางแห่
งอํ
านาจของผู
ปกครอง ประชาชนเบื่
อหน่
ายต่
อการยุ
ติ
ธรรมไทย
ซึ
งเป็
นเหมื
อนแค่
แหล่
งอาชี
พของข้
าราชการอย่
างหนึ
งที่
มี
ความเป็
นอิ
สระสู
งสุ
และบรรดา
ข้
าราชการศาล ตุ
ลาการ เจ้
าหน้
าที่
กระบวนการยุ
ติ
ธรรมอาศั
ยหากิ
นอยู
บนตั
วบทกฎหมายลายลั
กษณ์
อั
กษรที่
ดิ
นได้
ทํ
าตั
วห่
างเหิ
นกั
บประชาชนและเย็
นชาต่
อหลั
กความยุ
ติ
ธรรมมากที่
สุ
ด เป็
นสถาบั
นที่
ไม่
รู
ร้
อนรู
หนาวกั
บสถานการณ์
บ้
านเมื
อง และไม่
ได้
มี
อยู
เพื่
อเอื
อต่
อความยุ
ติ
ธรรมอย่
างแท้
จริ
ง เสี
ยง
บ่
นมี
ปรากฏมากขึ
นจนผู
คนเริ ่
มยอมรั
บว่
า กฎหมายเปรี
ยบเสมื
อนใยแมงมุ
ม ที่
ดั
กจั
บได้
แต่
สั
ตว์
ตั
วที่
อ่
อนแอ ส่
วนตั
วที่
แข็
งแรงนั
นก็
หลุ
ดรอดไปได้
ทุ
กที
ในคุ
กตารางจึ
งมี
แต่
คนยากจนกั
บคนที่
ไม่
รู
จั
เส้
นทางแห่
งอํ
านาจเท่
านั
น เป็
นเหตุ
ให้
พระบาทสมเด็
จพระเจ้
าอยู
หั
ว รั
ชกาลปั
จจุ
บั
น ทรงเคยตรั
เกี่
ยวกั
บการรั
กษาความยุ
ติ
ธรรมกั
บกฎหมายไว้
ด้
วยความเป็
นห่
วงเป็
นกั
งวลหลายครั
ง โดยมุ ่
งเน้
นให้
ยึ
ดหลั
กความยุ
ติ
ธรรมเป็
นใหญ่
แล้
วให้
กฎหมายเป็
นเครื่
องมื
อของผู
ใช้
กฎหมายโดยไม่
ยึ
ดติ
ดกั
ตั
วอั
กษรในบทกฎหมายเพี
ยงอย่
างเดี
ยวในการอํ
านวยความยุ
ติ
ธรรมให้
เกิ
ดแก่
ประชาชน
ตามที่