Page 101 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

- 93 -
ได้
แสดงสี
หน้
ารั
งเกลี
ยดพวกชาวเขาซึ
งไร้
การศึ
กษาที่
มาติ
ดต่
อราชการเพราะเหตุ
ที่
พวกเขาไม่
รู
จั
กฎหมายบ้
านเมื
อง
ไม่
รู
จั
กธรรมเนี
ยมปฏิ
บั
ติ
ในระบบราชการที่
นิ
ยมเก็
บส่
วยเพื่
ออํ
านวยความ
ยุ
ติ
ธรรม
ดั
งนั
นในชุ
มชนท้
องถิ
นจึ
งมี
ความจํ
าเป็
นในการเก็
บรั
กษาระบบจารี
ตประเพณี
การจั
ดการ
ปั
ญหาและไกล่
เกลี่
ยข้
อพิ
พาทที่
เกิ
ดขึ
นภายในชุ
มชน ซึ
งบั
งเอิ
ญไปสอดคล้
องกั
บประมวลกฎหมาย
แพ่
งและพาณิ
ชย์
มาตรา 4 ที่
มี
ข้
อความระบุ
ว่
“กฎหมายนั
น ต้
องใช้
ในบรรดากรณี
ซึ
งต้
องด้
วยบทบั
ญญั
ติ
ใดๆ แห่
งกฎหมายตามตั
วอั
กษร
หรื
อตามความมุ ่
งหมายของบทบั
ญญั
ติ
นั
นๆ
เมื่
อไม่
มี
บทกฎหมายที่
จะยกมาปรั
บคดี
ได้
ให้
วิ
นิ
จฉั
ยคดี
นั
นตามจารี
ตประเพณี
แห่
งท้
องถิ ่
ถ้
าไม่
มี
จารี
ตประเพณี
เช่
นว่
านั
ให้
วิ
นิ
จฉั
ยคดี
อาศั
ยบทกฎหมายที่
ใกล้
เคี
ยงอย่
างยิ ่
และถ้
าบท
กฎหมายเช่
นว่
านั
นก็
ไม่
มี
ด้
วย ให้
วิ
นิ
จฉั
ยตามหลั
กกฎหมายทั ่
วไป” (ธี
รพล.2549:34)
คํ
าว่
า ‘...ให้
วิ
นิ
จฉั
ยคดี
นั
นตามจารี
ตประเพณี
แห่
งท้
องถิ ่
น...’ จึ
งดู
เหมื
อนว่
าชุ
มชนท้
องถิ ่
นก็
น่
าจะมี
สิ
ทธิ
ตั
ดสิ
นคดี
ความ,ข้
อพิ
พาท ตามกฎเกณฑ์
ทางสั
งคมของตนเองเป็
นที่
มาของความยุ
ติ
ธรรม
ได้
แต่
ในทางความเป็
นจริ
งหาใช่
เป็
นเช่
นนั
นไม่
ศาลเองต่
างหากที่
เป็
นผู
ตั
งหลั
กความยุ
ติ
ธรรมขึ
ประชาชนไม่
มี
สิ
ทธิ
นิ
ยามคํ
าว่
ายุ
ติ
ธรรมหรื
อกฎหมายกฎเกณฑ์
แต่
อย่
างใด ศาลจึ
งเป็
นผู
สร้
างบรรทั
ฐานให้
แก่
กฎหมายได้
“....ศาลจะอ้
างเสมอว่
าศาลทํ
าไปตามหลั
กความยุ
ติ
ธรรมทางกฎหมาย โดยไม่
มี
อคติ
ใดๆแอบแฝงในการวางบรรทั
ดฐานทางกฎหมาย
ไม่
มี
ความลั
กลั
นดั
ดจริ
ตสร้
างมายาคติ
ที่
ตามใจชอบ ไม่
เห็
นแก่
หน้
าผู
ใด...”(สมชาย.2546:48-49) จริ
งหรื
อไม่
เป็
นสิ
งที่
อยู
ในคํ
าถามของใคร
หลายๆคน ความยุ
ติ
ธรรมนั
นเคยมี
การบรรยายไว้
ต่
างจากแนวคิ
ดสํ
านั
กความคิ
ดเชิ
งปฏิ
ฐานนิ
ยมก็
มี
เช่
น ‘…บทนิ
พนธ์
เรื่
องธรรมสารวิ
นิ
จฉั
ยฯ ของกรมหลวงพิ
ชิ
ตปรี
ชากรเริ
มด้
วยการอธิ
บายคํ
าว่
“ยุ
ติ
ธรรม” ว่
าหมายถึ
ง “ถู
กต้
องตามธรรม” โดยที่
ยุ
ติ
ธรรมนี
มุ ่
งหมายต่
อสิ ่
งที่
เรี
ยกว่
า ธรรมเนี
ยมนิ
ยม
ซึ
ง “ประชุ
มชนนิ
ยมถื
อกั
นเป็
นหมู
ๆพร้
อมกั
น” เพื่
อความอยู
รอดหรื
อความสุ
ขความเจริ
ญของ
ประชาชน…’(จรั
ญ.2545:383) แต่
ธรรมเนี
ยมจารี
ตประเพณี
ของชาวชุ
มชนท้
องถิ
นกลั
บเป็
นสิ
งที่
ต้
อง
เก็
บซ่
อนเสี
ยให้
มิ
ดชิ
ดกระนั
นหรื
อ เพื่
อให้
วั
ฒนธรรมซึ
งเป็
นภู
มิ
ปั
ญญาชนเผ่
าที่
ดี
งาม อั
นเป็
นมรดก
ทางวั
ฒนธรรมที่
หลากหลายในสั
งคมไทยได้
รั
บการฟื
นฟู
เพื่
อเพิ
มกระบวนการยุ
ติ
ธรรมทางเลื
อก
ต่
อไป
ในที่
นี
ขอย ้
อนกลั
บไปกล่
าวถึ
งความยุ
ติ
ธรรมในความหมายของชาวอิ
วเมี่
ยน
เรื่
องความ
คิ
ดเห็
นเกี่
ยวกั
บความยุ
ติ
ธรรมมี
ความเป็
นเอกลั
กษณ์
เฉพาะอย่
างไรหรื
อไม่
? อิ
วเมี่
ยนนั
นอาศั
ยระบบ
จารี
ตประเพณี
ที่
ถื
อปฏิ
บั
ติ
กั
นมาตั
งแต่
อาศั
ยอยู
ในประเทศจี
น ชาวอิ
วเมี่
ยนเชื่
อว่
าพวกตนนั
นสื
บเชื
สายมาจาก เปี
ยน ฮู
ง ซึ
งเป็
นผู
ที่
ชนชาติ
จี
นก็
ยอมรั
บว่
ามี
คุ
ณู
ปการแก่
ชนชาติ
จี
นในอดี
ตมาก่
อน จึ
ไม่
ได้
ควบคุ
มการจั
ดการปั
ญหาภายในชุ
มชนอิ
วเมี่
ยนมากนั
ก ในบางยุ
คสมั
ยชาวอิ
วเมี่
ยนกั
บราชวงศ์
ใหม่
ๆมี
ความสั
มพั
นธ์
ที่
ดี
ก็
ได้
รั
บการรั
บรองสิ
ทธิ
ให้
เป็
นชนชาติ
อิ
สระแห่
งขุ
นเขา ในเอกสารเกี
เซ็
น ป๋
อง บางฉบั
บที่
ได้
ระบุ
ว่
าแต่
ละเผ่
าของชาวอิ
วเมี่
ยน มี
ศั
กดิ
นาที่
ลดหลั ่
นกั
นไป การกล่
าวถึ