บั
ณฑิ
ตวิ
ทยาลั
ย มหาวิ
ทยาลั
ยมหิ
ดล ศศ.ม. (ดนตรี
) /
17
กษั
ตริ
ย์
ในราชวงศ์
ลวะจั
กรราช
(หรื
อบางตํ
านานเรี
ยก ลาวจั
กรราช) พระนามว่
า ลาวเคี
ยง
(ซึ
่
งในตํ
านานมี
หลายพระนาม) ได้
สื
บสั
นติ
วงศ์
ต่
อ ๆ มาจากปฐมกษั
ตริ
ย์
ผู
้
สร้
างเมื
องหิ
รั
ญนครเงิ
น
ยาง ปกครองแคว้
นหิ
รั
ญนครเงิ
นยางเรื่
อยมา จนมี
เชื
้
อพระวงศ์
เกิ
ดขึ
้
นพระนามว่
า
“
ลาวเมง หรื
อลาว
เมื
อง
”
เมื่
อลาวเมง เจริ
ญพระชนมพรรษามากขึ
้
นได้
อภิ
เษกสมรสกั
บ นางอั
้
งมิ ่
ง หรื
อ นางเมพคํ
ายาย
(หรื
อนางเทพคํ
าข่
าย) จนประสู
ติ
โอรสใน พ.ศ.
1781
พระนามว่
า
“
เจ้
าเม็
งราย (หรื
อเจ้
ามั
งราย)
”
ใน พ.ศ.
1804
เจ้
าเม็
งรายได้
ครองราชย์
ต่
อจากลาวเม็
งพระบิ
ดา ปกครองแคว้
นหิ
รั
ญนคร
เงิ
นยาง โดยมี
ศู
นย์
กลางเมื
อง (เมื
องหลวง) อยู
่
ที่
เมื
องเงิ
นยาง พ.ศ.
1805
เจ้
าเม็
งรายได้
ดํ
าริ
ที่
จะ
รวบรวมเมื
องใหญ่
น้
อยต่
าง ๆ ในแคว้
นลานนา (ภาคเหนื
อตอนบน) ที่
แตกความสามั
คคี
ที่
เป็
นญาติ
พี่
น้
องในราชวงศ์
ลวะจั
กรราช เช่
นกั
น จึ
งได้
ยกทั
พออกไปเจริ
ญสั
มพั
นธ์
ไมตรี
และปราบปรามเมื
อง
ต่
าง ๆ ทั
้
งด้
านเหนื
อและใต้
ให้
มาอยู
่
ในพระราชอํ
านาจจนสํ
าเร็
จ
ในช่
วงที่
ยกทั
พไปปราบหั
วเมื
องฝ่
ายใต้
ได้
เดิ
นทาง ไปจนถึ
งดอยจอมทอง ริ
มแม่
นํ
้
ากกทรง
เห็
นภู
มิ
ประเทศบริ
เวณนั
้
นเป็
นชั
ยภู
มิ
ที่
ดี
เหมาะแก่
การป้
องกั
นการรุ
กรานจากทั
พเมื
องเม็
งโกล ที่
กํ
าลั
งแผ่
อาณาเขตเข้
ายึ
ดครองยู
นนาน พม่
า และตั
งเกี๋
ย จึ
งทรงสร้
างเมื
องใหม่
ขึ
้
นเป็
นศู
นย์
กลางของ
แคว้
นหิ
รั
ญนครเงิ
นยางแทนเมื
องเงิ
นยาง ตั
้
งชื่
อใหม่
ว่
า
“
เชี
ยงราย
”
ทรงปกครองเมื
องเชี
ยงรายนาน
ถึ
ง
10
ปี
ในระหว่
างที่
ปกครองเมื
องเชี
ยงรายนั
้
น เจ้
าเม็
งรายก็
ขยายอํ
านาจและอาณาเขตออกไปเรื่
อย
ๆ จนเห็
นว่
าไม่
สามารถแผ่
อํ
านาจและอาณาเขตออกไปได้
อี
กแล้
ว เนื่
องจากสภาพภู
มิ
ประเทศของ
เมื
องเชี
ยงรายไม่
อํ
านวยให้
เจ้
าเม็
งรายจึ
งย ้
ายออกไปสร้
างเมื
องไชยปราการเดิ
มให้
กลั
บฟื
้
นคื
นขึ
้
นมา
แล้
วตั
้
งชื่
อเมื
องใหม่
ว่
า
“
เมื
องฝาง
”
เพื่
อให้
เป็
นศู
นย์
กลางในการขยายอํ
านาจและอาณาเขต
ออกไปย ั
งเมื
องหริ
ภุ
ญไชย ซึ
่
งเป็
นเมื
องมั ่
งคั ่
งสมบู
รณ์
และเป็
นที่
หมายปองจากเจ้
าเมื
องต่
าง ๆ
ในปี
พ.ศ.
1835
เจ้
าเม็
งราย ก็
สามารถเข้
ายึ
ดครองเมื
องหริ
ภุ
ญไชย (ลํ
าพู
น) ได้
ทรงประทั
บ
อยู
่
เมื
องหริ
ภุ
ญไชยไม่
นาน ก็
ไปสร้
าง
เมื
องกุ
มกาม
(อํ
าเภอสารภี
ในปั
จจุ
บั
น) ขึ
้
นมาใหม่
ต่
อมาก็
ได้
ขย ั
บไปสร้
างเมื
องที่
บนริ
มฝั
่
งแม่
นํ
้
าปิ
ง ให้
ชื่
อเมื
องใหม่
ว่
า
“
เวี
ยงนพบุ
รี
พิ
งค์
เชี
ยงใหม่
”
หรื
อเรี
ยกกั
น
ต่
อมาว่
า
“
เวี
ยงใหม่
”
หรื
อ
“
เชี
ยงใหม่
”
ในปั
จจุ
บั
น เจ้
าเม็
งรายทรงเป็
นกษั
ตริ
ย์
ที่
ได้
รวบรวมเอา
เมื
องต่
าง ๆ ในภาคเหนื
อตอนบนทั
้
งหมดมาอยู
่
ในปกครองได้
ทรงเป็
นผู
้
ก่
อตั
้
งอาณาจั
กรล้
านนาขึ
้
น
และทํ
านุ
บํ
ารุ
งอาณาจั
กรล้
านนาจนรุ
่
งเรื
องเป็
นปึ
กแผ่
น มั
่
นคงมี
กษั
ตริ
ย์
สื
บสั
นติ
วงศ์
ปกครองสื
บต่
อ
กั
นเรื่
อยมา พระองค์
ได้
รั
บการยกย่
องเชิ
ดชู
ให้
เป็
น มหาราชองศ์
หนึ
่
ง
อาณาจั
กรล้
านนาได้
รุ ่
งเรื
องมาจนถึ
ง พ.ศ.
2101
สมั
ยพระเจ้
าบุ
เรงนองมี
อํ
านาจและเข้
ามา
รุ
กรานยึ
ดครองสร้
างความแตกแยกให้
เกิ
ดขึ
้
นในเมื
องต่
าง ๆ แตกความสามั
คคี
รวมกั
นไม่
ได้
จึ
งถู
ก
พม่
ายึ
ดไปได้
เมื
องเชี
ยงใหม่
เชี
ยงราย และเมื
องต่
าง ๆ ในอาณาจั
กรล้
านนาก็
อยู
่
ใต้
อํ
านาจพม่
าทั
้
งสิ
้
น