องอาจ อิ
นทนิ
เวศ การทบทวนวรรณกรรม /
16
ราวพุ
ทธศตวรรษที่
5
คนไทยถู
กรุ
กรานจากจี
นอี
ก จึ
งถอยร่
นลงมาสมทบกั
นที่
เมื
องเชี
ยง
ลาวมากขึ
้
น จนขยายอาณาเขตออกไปกว้
างขวางครอบคลุ
มเวี
ยงกาหลง (อํ
าเภอเวี
ยงป่
าเป้
าปั
จจุ
บั
น)
เวี
ยงส่
ง เวี
ยงวั
ง ดงเวี
ยง แจ้
ห่
ม เชี
ยงแสน เรี
ยกชื่
อเมื
องใหม่
ว่
า
“
แคว้
นยุ
นชาง
”
หรื
อ ยวนเชี
ยง
ต่
อมาราวพุ
ทธศตวรรษที่
11
ขอมแผ่
อํ
านาจมาถึ
งอาณาจั
กรโคตรบู
ร (โคตรบู
ร คื
อ อาณาจั
กรที่
ตั
้
ง
อยู
่
บริ
เวณสองฝั
่
งแม่
นํ
้
าโขง มี
เมื
องสํ
าคั
ญ คื
อ เวี
ยงจั
นทน์
หนองหานหลวง หรื
อสกลนคร มรุ
กขนคร
หรื
อนครพนม เมื
องจั
นทบุ
รี
ศรี
สั
ตนาคนหุ
ตล้
านช้
างร่
มขาว หรื
อหลวงพระบาง เชี
ยงใหม่
เชี
ยงแสน
และเชี
ยงรุ
้
ง)
แล้
วยกพลมาตี
แคว้
นยวนเชี
ยงเพื่
อขั
บไล่
ชนชาติ
ไทย แล้
วตั
้
งอาณาจั
กรขึ
้
นใหม่
ที่
เมื
องเชี
ยงแสน เรี
ยกอาณาจั
กรนี
้
ว่
า
“
สุ
วรรณโคมคํ
า
”
การปกครองของขอมโหดเหี
้
ยมทารุ
ณป่
า
เถื่
อน คนไทยที่
อยู
่
เมื
องสุ
วรรณโคมคํ
าทนไม่
ได้
จึ
งอพยพหนี
หายไปหมด ขอมจึ
งต้
องย ้
ายไปตั
้
งเมื
อง
ใหม่
ชื่
อ
“
อุ
มงคเสลา
”
(
คื
อเมื
องฝาง จ.เชี
ยงใหม่
ในปั
จจุ
บั
น) ทิ
้
งเมื
องสุ
วรรณโคมคํ
าให้
รกร้
างว่
าง
เปล่
าจนถึ
ง พ.ศ.
1316
เจ้
าสิ
งหนวั
ติ
กุ
มาร ได้
อพยพคนไทยจากเมื
องหนองแส (ตาลิ
ฟู
) มาสร้
างเมื
อง
ใหม่
ที่
เมื
องสุ
วรรณโคมคํ
า ตั
้
งชื่
อใหม่
ว่
า
“
เมื
องนาคพั
นธุ
์
สิ
งหนวั
ติ
นคร
”
เรี
ยกสั
้
น ๆ ภายหลั
งว่
า
“
นาเคนทร์
นคร นาคบุ
รี
โยนกนาคนคร
”
หรื
อ
”
โยนกนครหลวง
”
(เมื
องเชี
ยงแสน จั
งหวั
ดเชี
ยงราย
ในปั
จจุ
บั
น)
เจ้
าสิ
งหนวั
ติ
กุ
มาร และสั
นติ
วงศ์
ได้
ปกครองเมื
องโยนกนครหลวงเรื่
อยมาจนถึ
ง พ.ศ.
1551
ก็
ถู
กขอมที่
ตั
้
งมั
่
นอยู
่
ที่
เมื
องอุ
มงเสลา ยกทั
พมาตี
แตก และเสี
ยเมื
องโยนกนครหลวงให้
ขอมปกครอง
ไป พ.ศ.
1644
เจ้
าพรหมกุ
มาร บุ
ตรพระองค์
พั
งคราช ผู
้
ปกครองเมื
องโยนกนครหลวง ก่
อนเสี
ยให้
ขอม ได้
ขั
บไล่
ขอมออกไปจากเมื
องโยนกนครหลวงสํ
าเร็
จ แล้
วตี
เมื
องอุ
มงเสลาที่
ขอมปกครองมา
นานได้
สํ
าเร็
จ ขั
บไล่
ออกไปจนหมดสิ
้
นเชื
้
อชาติ
ในอาณาจั
กรโยนกแล้
วมาสร้
างเมื
องอุ
เมงเสลาขึ
้
น
อี
กครั
้
ง เปลี่
ยนชื่
อใหม่
เป็
น
“
ไชยปราการ
”
เปลี่
ยนชื่
อเมื
องโยนกนครหลวงหรื
อโยนกนคร
เป็
นเมื
อง
“
เวี
ยงไชยบุ
รี
”
อยู
่
กั
นอย่
างมี
ความสุ
ขเรื่
อยมา
จนถึ
ง พ.ศ.
1702
ก็
ต้
องเผาเมื
องทิ
้
ง อพยพหนี
ข้
าศึ
ก มาตั
้
งมั ่
นอยู
่
ที่
เมื
องอู
่
ทอง เมื่
อข้
าศึ
กยก
ทั
พกลั
บไปแล้
วจึ
งรวบรวมกั
นตั
้
งตั
วใหม่
เป็
น
2
พวก พวกที่
หนึ
่
งเป็
นพวกสื
บเชื
้
อสายจากพวกรุ
่
น
ใหม่
คื
อ เจ้
าสิ
งหนวั
ติ
กุ
มาร ตั
้
งเมื
องชื่
อ
“
เวี
ยงปรึ
กษา
”
ขึ
้
นแทนเมื
องเวี
ยงไชยบุ
รี
อยู
่
ริ
มฝั
่
งแม่
นํ
้
าโขง
อี
กพวกหนึ
่
งเป็
นพวกสื
บเชื
้
อสายรุ ่
นเก่
า คื
อรุ
่
นอ้
ายลาว ซึ
่
งเคยปกครองเมื
อง เชี
ยงลาวกษั
ตริ
ย์
ใน
ราชวงศ์
ลวะจั
กรราช ตั
้
งเมื
องชื่
อ
“
หิ
รั
ญนครเงิ
นยาง
”
ซึ
่
งต่
อมาได้
เจริ
ญเติ
บโตและขยายอํ
านาจ
ครอบคลุ
มเมื
องต่
าง ๆ หลายเมื
องจนกลายเป็
นแคว้
นหิ
รั
ญนครเงิ
นยาง มี
เมื
องเงิ
นยางเป็
นเมื
องสํ
าคั
ญ
ของแคว้
น
การสร้
างเมื
องเชี
ยงราย