บั
ณฑิ
ตวิ
ทยาลั
ย มหาวิ
ทยาลั
ยมหิ
ดล ศศ.ม. (ดนตรี
) /
9
ปั
ญญา รุ
่
งเรื
อง
(2546: 2
) กล่
าวว่
า ดนตรี
ชาติ
พั
นธุ
์
วิ
ทยา หมายถึ
ง ความรู
้
วิ
ชาการ หรื
อ
การศึ
กษาหาความรู
้
ด้
านดนตรี
ของมนุ
ษย์
ทั
้
งในเชิ
งดนตรี
วิ
ทยา
(Musicology)
มานุ
ษยวิ
ทยา
(Anthropology)
และสั
งคมวิ
ทยา
(Social sciences)
โดยศึ
กษาเรื่
องราวทั
้
งทางดนตรี
และทาง
วั
ฒนธรรมของมนุ
ษย์
เช่
น เหตุ
ผลในการที่
มนุ
ษย์
ประดิ
ษฐ์
คิ
ดสร้
างดนตรี
ของตน คุ
ณลั
กษณ์
เฉพาะ
ของดนตรี
การใช้
ดนตรี
ในสั
งคม ความหมายของดนตรี
ที่
มี
ต่
อผู
้
คนในสั
งคมนั
้
นๆ ความดํ
ารงอยู
่
ความเปลี่
ยนแปลงและความเสื่
อมสลายของดนตรี
ในสั
งคม ในแง่
วิ
ธี
การศึ
กษา มุ
่
งศึ
กษาภาคสนาม
เป็
นสํ
าคั
ญซึ
่
งเป็
นการศึ
กษาที่
ไม่
ตายตั
วและไม่
มี
วั
นจบสิ
้
นเนื่
องจากดนตรี
มี
การเปลี่
ยนแปลงอยู
่
เสมอ
อลั
น เมอร์
เรี
ยม
(Alan P. Merriam, 1964: 3-16)
ให้
ความหมายว่
า
Ethnomusicology
เป็
นการศึ
กษาดนตรี
ในวั
ฒนธรรม ซึ
่
งเป็
นการรวบรวม และ ศึ
กษาในแง่
พฤติ
กรรมของมนุ
ษย์
โดย
การรวบรวมข้
อมู
ลต่
าง ๆ ทั
้
งตั
วดนตรี
และ บริ
บททางดนตรี
ลิ
สต์
(George List, 1974: 353-377)
กล่
าวว่
า
Ethnomusicology
เป็
นวิ
ชาที่
ศึ
กษา
ดนตรี
ที่
เป็
นธรรมเนี
ยมประเพณี
เช่
น ดนตรี
ที่
มี
การถ่
ายทอดความรู
้
แบบมุ
ขปาฐะไม่
มี
ภาษาเขี
ยนและ
มี
การเปลี่
ยนแปลงอยู
่
เสมอโดยมี
การรวบรวมข้
อมู
ลทางดนตรี
ที่
ได้
จากการวิ
จั
ยภาคสนามของ
นั
กวิ
จั
ย ทั
้
งตั
วดนตรี
และ บริ
บท ซึ
่
งไม่
จํ
าเป็
นต้
องเป็
นการศึ
กษาเฉพาะที่
เกี่
ยวกั
บพฤติ
กรรมของ
มนุ
ษย์
จากนิ
ยามความหมายที่
นั
กวิ
ชาการด้
านดนตรี
ชาติ
พั
นธุ
์
วิ
ทยาได้
กล่
าวไว้
นั
้
น พอสรุ
ปได้
ว่
า
การศึ
กษาทางด้
านดนตรี
ชาติ
พั
นธุ
์
วิ
ทยา เป็
นการศึ
กษาดนตรี
ที่
ไม่
ใช่
ดนตรี
ตะวั
นตก ตั
้
งแต่
วั
ฒนธรรม
ขั
้
นพื
้
นฐานที่
ไม่
มี
ความซั
บซ้
อนไม่
มี
แบบแผนตายตั
ว จนถึ
งวั
ฒนธรรมขั
้
นสู
งที่
มี
ความซั
บซ้
อนมาก
ไม่
มี
แบบแผนเคร่
งครั
ดตายตั
ว โดยการศึ
กษาดนตรี
จะนํ
าเอาบริ
บทที่
เกี่
ยวข้
องกั
บดนตรี
ที่
ศึ
กษานั
้
นๆ
เข้
ามาเป็
นส่
วนประกอบของการศึ
กษาวิ
เคราะห์
2.1.2
แนวคิ
ดด้
านวิ
เคราะห์
ทางดนตรี
วิ
ทยา
(Musicology)
เมนเทิ
ล ฮู
้
ด
(Mantle Hood,
อ้
างในอรวรรณ บรรจงศิ
ลป
2540: 3-4)
กล่
าวถึ
งเรื่
อง
การศึ
กษาวิ
เคราะห์
ดนตรี
ตะวั
นออก ว่
า แนวทํ
านองเป็
นสิ
่
งสํ
าคั
ญมากกว่
าแนวประสาน เนื่
องจาก
ดนตรี
ตะวั
นออกมี
โครงสร้
างในลั
กษณะแนวนอน มิ
ใช่
แนวตั
้
ง และในการศึ
กษา นี
้
จํ
าเป็
นต้
องศึ
กษา
บั
นไดเสี
ยงของเพลง หมายถึ
งการแยกแยะเสี
ยงต่
างๆในบทเพลงเพื่
อให้
ได้
มาซึ
่
งหลั
กการทางบั
นได
เสี
ยง ทั
้
งนี
้
เพราะบั
นไดเสี
ยงของเพลงแต่
ละเพลง เกิ
ดจากเสี
ยงต่
างๆที่
ใช้
ในบทเพลงนั
้
น และแสดง
ถึ
งลั
กษณะของเครื่
องดนตรี
ชิ
้
นนั
้
นด้
วย