องอาจ อิ
นทนิ
เวศ บทนํ
า /
2
ลั
กษณะเพลงพื
้
นบ้
านว่
า ลั
กษณะของเพลงพื
้
นบ้
านจะไม่
เคร่
งครั
ดในกฎเกณฑ์
จากการที่
ดนตรี
พื
้
นบ้
านมี
วิ
ธี
การถ่
ายทอดโดยการบอกปากต่
อปากและท่
องจํ
า จึ
งพบการเปลี่
ยนแปลงเสมอ
ประกอบกั
บในขณะที่
บรรเลงหรื
อขั
บร้
อง นั
กดนตรี
นั
กร้
องรวมทั
้
งชาวบ้
านต่
างอยู
่
ในสภาวะ
แวดล้
อมทางพิ
ธี
กรรม ไม่
ต้
องอาศั
ยระบบโน้
ตหรื
อวาทยกรคอยกํ
ากั
บดนตรี
จึ
งทํ
าให้
ดนตรี
พื
้
นบ้
าน
มี
ความอิ
สระทางการบรรเลง อาศั
ยปฏิ
ภาณไหวพริ
บของนั
กร้
องและนั
กดนตรี
เป็
นหลั
ก สุ
กั
ญญา สุ
จ
ฉายา
(2543: 3)
ได้
กล่
าวถึ
งลั
กษณะของเพลงพื
้
นบ้
านไว้
ว่
า
“
เพลงพื
้
นบ้
านเป็
นวรรณกรรมมุ
ขปาฐะ
ซึ
่
งรวมบทร้
อยกรองและดนตรี
เข้
าด้
วยกั
น สื
บทอดกั
นมาปากต่
อปาก และมี
ลั
กษณะเด่
นอยู
่
ที่
ความ
เรี
ยบง่
ายของถ้
อยคํ
า การร้
อง และการแสดงออก
”
อย่
างไรก็
ตามการถ่
ายทอดวั
ฒนธรรมในแบบมุ
ข
ปาฐะ มี
ส่
วนที่
ทํ
าให้
ความเป็
นแบบฉบั
บเดิ
มเปลี่
ยนแปลงไปตามกาลเวลา ลั
กษณะดนตรี
เช่
นนี
้
ถื
อได้
ว่
าตรงกั
บเอกลั
กษณ์
ของดนตรี
พื
้
นบ้
าน
ดนตรี
ในประเทศไทยมี
ความหลากหลายทางวั
ฒนธรรมด้
านดนตรี
รู
ปแบบที่
ชั
ดเจนในการ
ที่
จะช่
วยพิ
จารณาถึ
งลั
กษณะของดนตรี
พื
้
นบ้
านอย่
างหนึ
่
ง คื
อ ภาษา หรื
อถ้
าพู
ดในทางดนตรี
ก็
คื
อ
การขั
บร้
อง มณี
พยอมยงค์
(2524
:
159) ได้
ยกตั
วอย่
างเปรี
ยบเที
ยบ เพลงขั
บร้
องของแต่
ละภู
มิ
ภาคใน
ประเทศไทยว่
า การขั
บร้
อง ทางภาคเหนื
อ เรี
ยกว่
า ซอ หรื
อ จ๊
อย ภาคอี
สาน เรี
ยกว่
า ลํ
า ทางภาคใต้
เรี
ยกว่
า โนรา และภาคกลางเรี
ยกว่
า ร้
องเพลง หรื
อการขั
บร้
อง นั
่
นเอง และการที่
จะเข้
าใจความหมาย
ของบทเพลงนั
้
นให้
ลึ
กซึ
้
ง ผู
้
ศึ
กษาควรจะมี
ความรู
้
ด้
านภาษาท้
องถิ
่
นนั
้
นๆ ไว้
พอสมควร
ดนตรี
ล้
านนามี
ความเป็
นอั
ตลั
กษณ์
ของตน เมื่
อได้
ฟั
งสามารถที่
จะสั
นนิ
ษฐานได้
ว่
าเป็
น
ดนตรี
จากทางภาคเหนื
อ โดยเฉพาะภาษา ยิ
่
งแสดงความเป็
นดนตรี
ล้
านนาชั
ดเจนยิ
่
งขึ
้
น เครื่
องดนตรี
ก็
เช่
นกั
น ในการบรรเลงดนตรี
พื
้
นบ้
านเมื
องเหนื
อ หรื
อพื
้
นบ้
านล้
านนา เครื่
องดนตรี
ที่
นิ
ยมใช้
บรรเลง
ประกอบ ก็
คื
อ ปี่
สะล้
อ พิ
ณ และซึ
ง
ธี
รยุ
ทธ ยวงศรี
(2540:47-48)
ได้
กล่
าวว่
า
นั
กวิ
ชาการในปั
จจุ
บั
นแบ่
งเขตพื
้
นที่
ศิ
ลปวั
ฒนธรรม ขนบธรรมเนี
ยมประเพณี
และลั
กษณะดนตรี
พื
้
นบ้
านล้
านนา ตามลั
กษณะทาง
ภู
มิ
ศาสตร์
และกลุ
่
มชาติ
พั
นธุ
์
ได้
3 กลุ
่
มวั
ฒนธรรมใหญ่
คื
อ
1) วั
ฒนธรรมดนตรี
ล้
านนากลุ ่
มที่
1 พื
้
นที่
จั
งหวั
ด เชี
ยงใหม่
เชี
ยงราย ลํ
าพู
น ลํ
าปาง มี
ศู
นย์
กลางอยู
่
ที่
จั
งหวั
ดเชี
ยงใหม่
2) วั
ฒนธรรมดนตรี
ล้
านนา กลุ
่
มที่
2 พื
้
นที่
จั
งหวั
ด น่
าน แพร่
พะเยา
เชี
ยงรายบางส่
วนมี
ศู
นย์
กลางอยู
่
ที่
จั
งหวั
ดน่
าน
3) วั
ฒนธรรมดนตรี
ล้
านนากลุ
่
มที่
3 พื
้
นที่
จั
งหวั
ดแม่
ฮ่
องสอน
จั
งหวั
ดเดี
ยว
ความแตกต่
างของแต่
ละกลุ
่
มแบ่
งจากรู
ปแบบวั
ฒนธรรมพิ
ธี
การ ความเชื่
อ เทคนิ
คการ
บรรเลงหรื
อขั
บร้
อง องค์
ประกอบร่
วมทางด้
านดนตรี
สํ
าเนี
ยงภาษาที่
ใช้
ในการขั
บขาน เชื
้
อสายของ