Page 22 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

บั
ณฑิ
ตวิ
ทยาลั
ย มหาวิ
ทยาลั
ยมหิ
ดล ศศ.ม. (ดนตรี
) /
1
บทที่
1
บทนํ
1.1
ความสํ
าคั
ญและที่
มา
มนุ
ษย์
แต่
ละเชื
อชาติ
ต่
างมี
ขนบธรรมเนี
ยมประเพณี
ที่
แตกต่
างกั
นตามความเชื่
อที่
สื
บทอดต่
กั
นมาจากบรรพบุ
รุ
ษ การประกอบพิ
ธี
กรรมตามความเชื่
อของคนในสั
งคมแต่
ละเชื
อชาติ
นั
น ล้
วน
แล้
วแต่
มี
ความคล้
ายคลึ
งกั
น สิ
งหนึ
งที่
มี
ส่
วนร่
วมอยู
ในพิ
ธี
กรรมแทบทุ
กสั
งคมวั
ฒนธรรม คื
ดนตรี
ความเกี่
ยวข้
องของดนตรี
กั
บการประกอบพิ
ธี
กรรม สิ
งที่
น่
าจะใกล้
ตั
วที่
สุ
ดของมนุ
ษย์
ใน
สั
งคมปั
จจุ
บั
น คงหลี
กไม่
พ้
นพิ
ธี
กรรมทางศาสนา เพราะในการประกอบพิ
ธี
กรรมของแต่
ละศาสนามี
ขั
นตอนการประกอบพิ
ธี
ที่
สลั
บซั
บซ้
อนต่
างกั
นไป ในศาสนาคริ
สต์
การประกอบพิ
ธี
กรรมจะมี
ส่
วน
เกี่
ยวข้
องกั
บดนตรี
เป็
นอย่
างมาก คื
อ การขั
บร้
องเพลงสวด และดนตรี
ประกอบการขั
บร้
อง ในศาสนา
พุ
ทธก็
เช่
นกั
น ทํ
านองการสวดมนต์
มี
ความเป็
นอั
ตลั
กษณ์
ของแต่
ละทํ
านองแต่
ละบท ศาสนาและ
ลั
ทธิ
ความเชื่
ออื่
นๆ ก็
เช่
นกั
นล้
วนแล้
วแต่
มี
อั
ตลั
กษณ์
ทางดนตรี
ในพิ
ธี
กรรมที่
เป็
นแบบฉบั
บของ
สั
งคมตามความเชื่
อนั
นๆ อยู
วิ
ถี
การดํ
าเนิ
นชี
วิ
ตคนในสั
งคมที่
เป็
นสั
งคมเล็
กลงมา เช่
น หมู
บ้
าน หรื
อชุ
มชน คนในสั
งคม
เหล่
านี
มี
การนํ
าเอาดนตรี
เข้
าไปเกี่
ยวข้
องในสั
งคม เช่
น การร้
องรํ
าทํ
าเพลง เพื่
อให้
เกิ
ดความ
สนุ
กสนาน คึ
กคั
ก ในกลุ ่
มสั
งคม ดนตรี
ที่
คนเหล่
านี
นํ
ามาใช้
มี
ทั
งดนตรี
ประเภทขั
บร้
อง ดนตรี
ประเภทใช้
เครื่
องดนตรี
บรรเลง หรื
อทั
งสองรู
ปแบบรวมกั
น ดนตรี
เหล่
านี
จะถู
กนํ
ามาใช้
ร่
วมกั
บการ
แสดงเข้
าจั
งหวะที่
คิ
ดค้
นกั
นเองในกลุ ่
มสั
งคม ด้
านเพลงร้
องเนื
อหาของเพลงจะออกมาในรู
ปของการ
บรรยายสภาพสั
งคม ชี
วิ
ตความเป็
นอยู
ของชุ
มชน หรื
อสั
งคมนั
น การอบรมสั
งสอนเด็
กๆ เยาวชนให้
เป็
นคนดี
มี
ความคิ
ด เติ
บโตไปเป็
นคนดี
ของสั
งคม ในส่
วนของดนตรี
ก็
เช่
นกั
น ดนตรี
ที่
บรรเลงก็
จะมี
สํ
าเนี
ยงที่
เป็
นรู
ปแบบของตน อั
นเนื่
องมาจากเทคนิ
คที่
บรรเลง การสื
บทอดมาจากคนรุ
นเก่
าๆ จึ
งทํ
ให้
มี
กลิ
นไอของความเป็
นชุ
นชนหรื
อสั
งคมนั
นอย่
างชั
ดเจน
เราเรี
ยกดนตรี
ลั
กษณะนี
ว่
ดนตรี
พื
นบ้
าน
ดนตรี
ของคนในสั
งคมที่
กล่
าวมา มี
การถ่
ายทอดมาจากคนรุ
นเก่
าๆ สื
บทอดกั
นมาแบบรุ
ต่
อรุ ่
น โดยใช้
วิ
ธี
การถ่
ายทอดแบบปากต่
อปาก หรื
อการบอกเล่
า ไม่
นิ
ยมจดบั
นทึ
กเป็
นลายลั
กษณ์
ไว้
หรื
อที่
เรี
ยกว่
มุ
ขปาฐะ
” (Oral Tradition)
เฉลิ
มศั
กดิ
พิ
กุ
ลศรี
(2538
:
87-96) ได้
กล่
าวถึ