Page 89 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

69
วั
วน้
อยกว่
าควาย หากทํ
าให้
เกวี
ยนมี
ขนาดใหญ่
และบรรทุ
กของแล้
วอาจทํ
าให้
วั
วไม่
มี
กํ
าลั
งพอที่
จะ
ลากได้
จึ
งน่
าจะเป็
นเหตุ
ผลที่
ทํ
าให้
รู
ปลั
กษณ์
ของเกวี
ยนทางนี
แตกต่
างจากภาคอื่
สํ
าหรั
บความเกี่
ยวข้
องกั
บทางวั
ฒนธรรมของทางภาคเหนื
อนั
น ส่
วนใหญ่
จะมี
การใช้
เกวี
ยน
บรรทุ
กกลองของวั
ด เช่
น กลองสะบั
ดชั
ย ในการแห่
ขบวนครั
วทาน หรื
องานบุ
ญต่
างๆ หรื
อใช้
แห่
กลอง ตี
เพื่
อบอกให้
ทราบว่
าพรุ ่
งนี
จะเป็
นวั
นพระที่
จั
งหวั
ดสุ
โขทั
ย นอกจากนี
บางพื
นที่
เช่
อํ
าเภอจอมทอง จั
งหวั
ดเชี
ยงใหม่
อํ
าเภอป่
าซาง จั
งหวั
ดลํ
าพู
น ชาวบ้
านจะนํ
าเกวี
ยนมาถอดส่
วนเรื
อน
เกวี
ยนออก แล้
วบรรทุ
กกลองหลวงเพื่
อนํ
าไปแข่
งขั
นการตี
กลองตามที่
ต่
างๆ แสดงให้
เห็
นถึ
ความสามารถของชาวบ้
าน ในการดั
ดแปลงปรั
บเปลี่
ยนสิ ่
งที่
มี
อยู
ให้
สามารถใช้
ประโยชน์
ได้
เต็
มที่
นอกจากนี
ในส่
วนไม้
ที่
กั
นด้
านหน้
าของเรื
อนเกวี
ยนที่
เรี
ยกว่
า ตาดหน้
า ก็
จะนิ
ยมสลั
ก หรื
เขี
ยนเป็
นลาย หม้
อไหดอก หรื
อหม้
อนํ
ามี
ไม้
เลื
อย ตามคติ
พุ
ทธศานาดั
งเดิ
มที่
เรี
ยกว่
า “ปู
รณฆฎ หรื
ปู
รณกลศ” เพื่
อให้
เกิ
ดความศิ
ริ
มงคล ความอุ
ดมสมบู
รณ์
ของพื
ชพรรณธั
ญญาหาร อั
นเป็
นปั
จจั
ยหลั
หนึ
งในสี่
ของการดํ
ารงชี
วิ
ต รวมทั
งบริ
บู
รณ์
ด้
วยทรั
พย์
สมบั
ติ
ต่
างๆ หรื
อลวดลายนาค ที่
จั
ดเป็
สั
ญลั
กษณ์
แห่
ง ความยิ ่
งใหญ่
ความอุ
ดมสมบู
รณ์
ความมี
วาสนา ซึ
งเป็
นความเชื่
อที่
สื
บทอดกั
นมา
ยาวนานของคนทางภาคเหนื
อ ในขณะที่
ไม้
กั
นด้
านหลั
งที่
เรี
ยกว่
า ตาดหลั
ง ก็
มั
กจะสลั
ก หรื
อเขี
ยน
เป็
นรู
ปช้
าง ซึ
งแสดงถึ
งพละกํ
าลั
ง อํ
านาจ ความเกรงขาม ซึ
งจะช่
วยคุ
มครองป้
องกั
นการเดิ
นทางให้
ราบรื่
นไม่
มี
อุ
ปสรรคใดๆ แต่
ในภายหลั
งพบว่
าการเขี
ยนภาพเปลี่
ยนไปเป็
นวงดนตรี
ลู
กทุ
งที่
นิ
ยมกั
ในช่
วงนั
น จึ
งอาจแสดงให้
เห็
นถึ
งแนวคิ
ดที่
เปลี่
ยนไปของช่
างหรื
อเจ้
าของเกวี
ยนในช่
วงหลั
งได้
ว่
า มี
ความสนใจในเรื่
องของความบั
นเทิ
งสนุ
กสนานมากกว่
าก็
ได้
ในช่
วงหลั
งเมื่
อการคมนาคมเจริ
ญขึ
น รถยนต์
ได้
เข้
ามามี
บทบาทมากกว่
า เกวี
ยนจึ
งถู
กใช้
น้
อยลง และถู
กเก็
บไว้
ตามบ้
านเรื
อน พ่
อค้
าของเก่
าจึ
งไปขอซื
อเพื่
อนํ
ามาซ่
อมแซมและขายไปเป็
เครื่
องประดั
บสนาม และบางส่
วนก็
ถอดเป็
นชิ
นเพื่
อนํ
าไปดั
ดแปลงทํ
าเป็
นส่
วนต่
างๆของบ้
าน เช่
รั
ว หน้
าต่
าง ประตู
หรื
อทํ
าเป็
นเครื่
องเรื
อน เช่
น โต๊
ะ เก้
าอี
โคมไฟ เป็
นต้
น รวมทั
งทํ
าเป็
นศาลา
นั ่
งเล่
น ซึ
งก็
ได้
รั
บความนิ
ยมจากคนทั
วไป จนทํ
าให้
จํ
านวนเกวี
ยนเก่
าลดลงอย่
างรวดเร็
ว และไม่
พอ
ในการนํ
ามาดั
ดแปลง จึ
งมี
ช่
างทํ
าเกวี
ยนรั
บทํ
าชิ
นส่
วนเหล่
านี
ขึ
นใหม่
โดยเฉพาะส่
วนล้
อ แต่
อย่
างไร
ก็
ดี
ความรู
ในการทํ
าเกวี
ยนก็
เริ
มจํ
ากั
ดลง และมี
แนวโน้
มจะสาบสู
ญไปในที่
สุ
สุ
ดท้
ายคณะผู
วิ
จั
ยหวั
งว่
าผลการศึ
กษาในครั
งนี
ถึ
งแม้
จะไม่
สามารถรวบรวมองค์
ความรู
เกี่
ยวกั
บเรื่
องเกวี
ยนได้
ทั
งหมด เพราะเป็
นการศึ
กษาเฉพาะในเขตภาคเหนื
อตอนบนเท่
านั
น แต่
อย่
าง
น้
อยก็
น่
าจะเป็
นข้
อมู
ลเกี่
ยวกั
บเกวี
ยนที่
ผู
สนใจสามารถศึ
กษาค้
นคว้
าได้
ซึ
งทางคณะผู
วิ
จั
ยก็
หวั
งว่
หากมี
โอกาสคงจะได้
ทํ
าการศึ
กษาเรื่
องของเกวี
ยนในภู
มิ
ภาคอื่
นต่
อไปเพื่
อให้
เกิ
ดความสมบู
รณ์
ของ
ข้
อมู
ล และจะได้
เป็
นองค์
ความรู
ที่
อยู
คู
แผ่
นดิ
นไทยตลอดไป