66
3.3
ความเชื่
อเกี่
ยวกั
บเกวี
ยน
ทางภาคเหนื
อ ในเรื่
องของความเชื่
อเกี่
ยวกั
บเกวี
ยนนั
้
นส่
วนใหญ่
ไม่
มี
ความเชื่
อเกี่
ยวกั
บเรื่
องของ
การทํ
าเกวี
ยนหรื
อการใช้
เกวี
ยนเป็
นเรื่
องเป็
นราว ส่
วนใหญ่
เมื่
อทํ
าขึ
้
นมาแล้
วก็
จะใช้
เลย ไม่
ต้
องมี
การทํ
าบุ
ญ
หรื
อฉลองเกวี
ยนใหม่
จะมี
บ้
างก็
เกี่
ยวกั
บการเขี
ยนภาพ ลวดลาย ลงบนตาดหน้
า และ ตาดหลั
ง เป็
น
รู
ปหม้
อไหดอก หรื
อนาค หรื
อช้
าง เพื่
อความเป็
นศิ
ริ
มงคล และความอุ
ดมสมบู
รณ์
เท่
านั
้
น
3.4
ผลิ
ตภั
ณฑ์
ที่
ทํ
าจากเกวี
ยน
เกวี
ยนในปั
จจุ
บั
นไม่
ได้
ใช้
และถู
กทิ
้
งไว้
ตามบ้
านเรื
อนของผู
้
คน จึ
งมี
พ่
อค้
าไปขอซื
้
อเพื่
อ
นํ
ามาซ่
อมแซมปรั
บปรุ
งให้
มี
สภาพดี
ขึ
้
น แล้
วขายต่
อในลั
กษณะของเครื่
องประดั
บสนามตามสถานที่
ต่
างๆ เช่
นโรงแรม รี
สอร์
ท บ้
านของผู
้
มี
ฐานะ ส่
วนเกวี
ยนเล่
มใดไม่
สามารถซ่
อมแซมได้
ก็
จะถู
กถอด
ชิ
้
นส่
วนมาดั
ดแปลงทํ
าเป็
นเครื่
องเรื
อน เช่
น โต๊
ะ เก้
าอี
้
ทํ
าเป็
นศาลานั
่
งเล่
น หรื
อนํ
ามาทํ
าเป็
น
ส่
วนประกอบของบ้
าน เช่
นทํ
าหน้
าต่
าง รั
้
ว เป็
นต้
น สํ
าหรั
บแหล่
งผลิ
ตเครื่
องไม้
จากเกวี
ยนที่
พบอยู
่
ที่
บ้
านโป่
งศรี
อํ
าเภอเมื
อง จั
งหวั
ดแพร่
อี
กแห่
งหนึ
่
ง คื
อ ตํ
าบลมะเขื
อแจ้
อํ
าเภอเมื
อง จั
งหวั
ดลํ
าพู
น
อภิ
ปรายผล
จากการที่
คณะผู
้
วิ
จั
ยได้
ทํ
าการศึ
กษาเกี่
ยวกั
บภู
มิ
ปั
ญญาการทํ
าเกวี
ยนในเขตภาคเหนื
อตอนบน
โดย
ภาพรวมสามารถสรุ
ปประเด็
นที่
ได้
จากการศึ
กษาไว้
ดั
งนี
้
ประเด็
นแรก การใช้
เกวี
ยนในปั
จจุ
บั
นเพื่
อเป็
นยานพาหนะขนสิ
่
งของ หรื
อใช้
ในการเดิ
นทางนั
้
นมี
เหลื
ออยู
่
น้
อยมาก ส่
วนใหญ่
จะพบในเขตชนบทที่
ห่
างไกล เหตุ
ผลเพราะว่
าการขนส่
งหรื
อเดิ
นทางด้
วย
รถยนต์
จะสามารถขนส่
งได้
ในปริ
มาณที่
มากและสะดวกรวดเร็
วกว่
า ขณะเดี
ยวกั
นการทํ
าถนนเข้
าไป
ย ั
งชุ
มชนต่
างๆของภาครั
ฐมี
มากและทั
่
วถึ
งขึ
้
น รวมทั
้
งการนํ
าสิ ่
งอุ
ปโภคขั
้
นพื
้
นฐาน เช่
น ไฟฟ้
า
นํ
้
าประปา เข้
าไปทํ
าให้
ชุ
มชนมี
ความเจริ
ญขึ
้
นในทุ
กด้
าน ยิ ่
งทํ
าให้
การติ
ดต่
อระหว่
างชุ
มชนมี
มาก
การใช้
รถยนต์
ในการขนส่
งก็
ยิ ่
งมี
ความสํ
าคั
ญยิ
่
งขึ
้
น บทบาทความจํ
าเป็
นในการใช้
เกวี
ยนก็
ลดลงไป
เรื่
อยๆ องค์
ความรู
้
ในการทํ
าและซ่
อมแซมเกวี
ยนก็
เริ
่
มสู
ญหายไปตามกาลเวลาและจํ
านวนของช่
างที่
ล้
มหายตายจากไป จนเมื่
อคณะผู
้
วิ
จั
ยลงภาคสนามเพื่
อสื
บค้
นข้
อมู
ลทํ
าให้
ทราบว่
า ช่
างส่
วนใหญ่
เสี
ยชี
วิ
ตแล้
ว ช่
างที่
ย ั
งมี
ชี
วิ
ตอยู
่
ก็
มี
จํ
านวนน้
อยมากดั
งที่
ได้
กล่
าวไว้
ในบทที่
4 แล้
ว และนั
บวั
นก็
จะ
ค่
อยหมดไป จึ
งมี
ความจํ
าเป็
นที่
จะต้
องศึ
กษาข้
อมู
ลเหล่
านี
้
ไว้
ไม่
ให้
สู
ญไป คณะผู
้
วิ
จั
ยจึ
งพยายาม
รวบรวมไว้
ให้
เป็
นระบบและให้
มากที่
สุ
ด แต่
อย่
างไรก็
ดี
เทคนิ
คในการทํ
า การประกอบก็
เป็
นสิ
่
งที่
คณะผู
้
วิ
จั
ยอาจรวบรวมไว้
ไม่
ได้
ชั
ดเจนนั
ก หากเป็
นไปได้
ก็
น่
าที่
จะเชิ
ญนั
กวิ
ชาการที่
มี
ความรู
้
ในทาง
ช่
าง เช่
น อาจารย์
ทางวิ
ศวกรรม อาจารย์
ทางช่
าง หรื
อผู
้
รู
้
ทางช่
าง เข้
าไปศึ
กษาด้
วยก็
จะช่
วยให้
สามารถถ่
ายทอดองค์
ความรู
้
เหล่
านั
้
นได้
อย่
างสมบู
รณ์
มากขึ
้
น
ประเด็
นถั
ดมาที่
ได้
จากการลงไปศึ
กษาในครั
้
งนี
้
พบว่
าย ั
งมี
ช่
างบางท่
านที่
ย ั
งใช้
ความรู
้
ที่
มี
อยู
่
ผลิ
ตเกวี
ยนออกมาจํ
าหน่
ายโดยเปลี่
ยนไปทํ
าให้
มี
ขนาดเล็
กลงเพื่
อใช้
เป็
นเครื่
องประดั
บบ้
าน หรื
อเป็
น