Page 85 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

65
3. ในการทํ
าล้
อเกวี
ยนนั
นขอบของล้
อจะต้
องใส่
วงเหล็
กเพื่
อช่
วยให้
รั
ดไม้
ที่
นํ
ามาทํ
าล้
ให้
อยู
แน่
นและในขณะเดี
ยวกั
นก็
ป้
องกั
นการสึ
กกร่
อนของไม้
ที่
ทํ
าล้
อด้
วย
ก็
อาศั
ยหลั
กการ
วิ
ทยาศาสตร์
คื
การขยายตั
วของโลหะเมื่
อได้
รั
บความร้
อน
โดยช่
างจะนํ
าวงล้
อเหล็
กไปเผาไฟให้
ร้
อนเพื่
อให้
ขยายตั
วแล้
วนํ
ามาใส่
ลงในล้
อไม้
ที่
ทํ
าไว้
เมื่
อเย็
นลงเหล็
กจะหดตั
วรั
ดไม้
ให้
แน่
นได้
การวิ
เคราะห์
เชิ
งการนํ
าไปใช้
เกวี
ยนจั
ดเป็
นพาหนะที่
มี
ประโยชน์
มากต่
อชาวบ้
านในสมั
ยก่
อนเพราะใช้
ได้
ทั
งในการเดิ
ทางไกล ใช้
ในการขนส่
งผู
คน หรื
อสิ
นค้
าไปขาย หรื
อไปแลกเปลี่
ยน และย ั
งสามารถใช้
เป็
นที่
พั
กแรมไป
ในตั
วได้
ด้
วย นอกจากนี
ในการทํ
านาก็
ย ั
งใช้
ในการขนกล้
าเพื่
อนํ
าไปปลู
กหรื
อขนข้
าวจากนามาเก็
บย ั
ยุ
งฉางได้
แสดงถึ
งภู
มิ
ปั
ญญาความสามารถของคนในสมั
ยก่
อนที่
ประดิ
ษฐ์
สิ ่
งของใช้
จากวั
สดุ
รอบตั
วได้
อย่
างมี
ประสิ
ทธิ
ภาพนั
นเอง
3.
เพื่
อศึ
กษาบทบาทหน้
าที่
ของเกวี
ยนในบริ
บททางวั
ฒนธรรมของทางภาคเหนื
สํ
าหรั
บบริ
บททางวั
ฒนธรรมทางภาคเหนื
อที่
เกี่
ยวข้
องกั
บเกวี
ยน ได้
แก่
3.1
รู
ปลั
กษณ์
ของเกวี
ยนทางภาคเหนื
ลั
กษณะเฉพาะของเกวี
ยนทางภาคเหนื
อ นอกจากขนาดของตั
วเกวี
ยนแล้
ว ลั
กษณะเด่
นที่
สํ
าคั
ญคื
อ บริ
เวณเฮื
อนล้
อนั
น ตรงส่
วนของไม้
กั
นด้
านหน้
า หรื
อ ตาดหน้
า ที่
ทํ
าจากแผ่
นไม้
ขนาดใหญ่
รู
ปสี่
เหลี่
ยมผื
นผ้
า มั
กมี
การประดั
บลวดลายโดยใช้
สิ
วเจาะให้
ลึ
กลงเป็
นลายเส้
น เป็
นศิ
ลปะแบบพื
นบ้
าน
ล้
านนา ลวดลายที่
นิ
ยมทํ
ากั
นมี
หลายแบบ เช่
น ลายหม้
อนํ
ามี
ไม้
เลื
อยตามคติ
พุ
ทธศาสนาดั
งเดิ
ม และ
ลวดลายนาคเลื
อย ต่
อมาในช่
วงหลั
งความนิ
ยมเริ
มเปลี่
ยนเป็
นภาพวงดนตรี
ลู
กทุ
ง เป็
นการทํ
าเพื่
ความสวยงามสนุ
กสนาน ส่
วนด้
านหลั
งของเฮื
อนล้
อ จะมี
ตาดหลั
ง มั
กแกะสลั
กรู
ปนู
นตํ
าเป็
นรู
ปช้
าง
แต่
ในช่
วงหลั
งก็
นิ
ยมวาดรู
ปของวงดนตรี
ลู
กทุ ่
ง เช่
นเดี
ยวกั
นกั
บตาดหน้
า หรื
อบางที
ก็
วาดเป็
นรู
การชนวั
ว ที่
เป็
นการละเล่
นอี
กอย่
างหนึ
ง และระหว่
างส่
วนปลายของ กั
นจั ๊
ก และตาดหลั
ง จะมี
แผ่
นไม้
ที่
สวยงามอี
กแผ่
นหนึ
งคั
นอยู
ที่
เรี
ยกว่
า โก่
งกิ
ว เป็
นแผ่
นไม้
รู
ปสี่
เหลี่
ยมคางหมู
ส่
วนล่
างของโก่
งกิ
ว จะ
ปาดเป็
นรู
ปโค้
งคล้
ายสาหร่
ายรวงผึ
ง ลวดลายของ โก่
งกิ ๊
ว ใช้
สิ ่
ว ตอกเป็
นลายเส้
น รู
ปนาคสองตั
ว เลื
อย
หั
นหลั
งเกี่
ยวหางกั
3.2
บริ
บทของเกวี
ยนที่
เกี่
ยวข้
องกั
บวั
ฒนธรรมทางภาคเหนื
เกวี
ยนถู
กใช้
ในงานเกี่
ยวกั
บศาสนา เช่
นที่
อํ
าเภอทุ
งเสวี
ยน จั
งหวั
ดสุ
โขทั
ย จะใช้
เกวี
ยน
บรรทุ
กกลองแห่
ร้
องเป็
นสั
ญญาณว่
าวั
นพรุ
งนี
เป็
นวั
นพระ ทางภาคเหนื
อ ตั
วเรื
อนเกวี
ยนจะถู
กถอดออก
เพื่
อใช้
พื
นที่
ส่
วนใหญ่
วางกลองหลวง พบได้
ในเขตอํ
าเภอจอมทอง จั
งหวั
ดเชี
ยงใหม่
หรื
อจั
งหวั
ดลํ
าพู
ปั
จจุ
บั
นเกวี
ยนที่
ใช้
บรรทุ
กกลองไปแข่
งขั
นตามสถานที่
ต่
างๆ จะเปลี่
ยนจากวั
ว เป็
นพ่
วงด้
วยรถพ่
วงเหล็
และเชื่
อมต่
อวางบนรถยนต์
อี
กที
หนึ
ง เพื่
อเป็
นการประคองส่
วนทู
บเกวี
ยนไม่
ให้
หั
ก สาเหตุ
ที่
เปลี่
ยนจาก
วั
วเป็
นรถเพราะสถานที่
แข่
งขั
นตี
กลองไกลขึ