Page 76 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

56
การฮ้
องขวั
ญของผู
ที่
มี
การเปลี่
ยนผ่
านสถานภาพ
2
ไดแก่
การเปลี่
ยนตํ
าแหน่
งหน้
าที่
การงาน
เปลี่
ยนที่
อยู
อาศั
ย จบการศึ
กษา เป็
นต้
การฮ้
องขวั
ญผู
มาเยื
อน
2
เป็
นการสร้
างความสั
มพั
นธ์
ให้
เกี
ยรติ
แขกที่
มาเยื
อน
การฮ้
องขวั
ญหลั
งจากการทํ
าเกษตรที่
ใช้
แรงงานแล้
2
เป็
นการแสดงความกตั
ญ�ู
และการขอขมาลาโทษ
ได้
แก่
ขวั
ญข้
าวขวั
ญควาย เป็
นต้
2
การฮ้
องขวั
ญสิ่
งของเพื่
อเสริ
มสร้
างความอุ
นใจแก่
เจ้
าของผู
ใช้
2
ได้
แก่
ขวั
ญบ้
าน ขวั
ญเสาเรื
อน
ขวั
ญเกวี
ยน เป็
นต้
ในการประกอบพิ
ธี
ฮ้
องขวั
ญของชาวล้
านนาต้
องอาศั
ยผู
ที่
มี
ภู
มิ
ความรู
ความชํ
านาญในการจั
ดพิ
ธี
กรรม
โดยผู
ประกอบพิ
ธี
ส่
วนใหญ่
เป็
นเพศชายและผ่
านการบวชมาแล้
วเรี
ยกว่
าหมอขวั
ญอาจารย์
วั
ด(ปู
วั
ด) พ่
อหนาน
ทํ
าหน้
าที่
เป็
นผู
เรี
ยกขวั
ญใช้
บทเรี
ยกขวั
ญที่
มี
เนื
อหาปฎิ
ภาณไหวพริ
บโน้
มน้
าวเชิ
ญชวนให้
ขวั
ญกลั
บเข้
ามา มี
สํ
าเนี
ยงนํ
าเสี
ยงสุ
ภาพอ่
อนโยนมี
ภาษาบาลี
ประกอบบ้
างเพี
ยงเล็
กน้
อยเพื่
อเพิ
ม ความขลั
งและศั
กดิ
สิ
ทธิ
ของพิ
ธี
สิ ่
งของที่
ต้
องเตรี
ยมในพิ
ธี
ฮ้
องขวั
ญ ได้
แก่
เครื่
องบายศรี
(ทํ
าจากใบตองและดอกไม้
การทํ
าขึ
นอยู
กั
บภู
มิ
ปั
ญญาและวั
สดุ
ของแต่
ละท้
องถิ ่
น) ไข่
ต้
ม ข้
าวเหนี
ยว กล้
วย ใบพลู
หมากเมี่
ยง บุ
หรี่
ด้
ายมั
ดข้
อมื
หรื
ออาจจะมี
เสื
อผ้
า เครื่
องใช้
ของเจ้
าของขวั
ญ ขั
นตั
งครู
(ดอกไม้
ธู
ปเที
ยน ค่
าขึ
นครู
) ทั
งหมดนี
นํ
าจั
ดใส่
พาน หรื
อ ขั
นโตก หรื
อ สลุ
ง ไว้
ให้
เรี
ยบร้
อยขั
นตอนของพิ
ธี
กรรมฮ้
องขวั
ญ คื
อ ผู
ฮ้
องขวั
ญจะทํ
าพิ
ธี
ตาม
ฤกษ์
ยามที่
กํ
าหนดไว้
ให้
เหมาะตามลั
กษณะของขวั
ญ โดยเริ
มจากเจ้
าของขวั
ญมอบขั
นตั
งให้
กั
บผู
ฮ้
องขวั
หลั
งจากนั
นผู
ฮ้
องขวั
ญจะกล่
าวคํ
าอั
ญเชิ
ญเทวดา ตามด้
วยบทเรี
ยกขวั
ญ จากนั
นผู
ฮ้
องขวั
ญจะเอานํ
ามนต์
มา
พรมให้
เจ้
าของขวั
ญ และใช้
ด้
ายผู
กข้
อมื
อ พร้
อมกั
บญาติ
พี่
น้
องและแขกผู
ร่
วมงานเข้
าร่
วมในการผู
กข้
อมื
และอวยพรให้
อยู
เย็
นเป็
นสุ
ข มี
ความเจริ
ญพ้
นจากทุ
กข์
ภั
ยต่
างๆ หลั
งจากเสร็
จพิ
ธี
แล้
วก็
จะร่
วมกั
รั
บประทานอาหาร ญาติ
จะนํ
าบายศรี
ไปตั
งไว้
บนหั
วนอนของเจ้
าของขวั
พิ
ธี
ฮ้
องขวั
ญ เป็
นพิ
ธี
กรรมอั
นศั
กดิ
สิ
ทธิ
ตามความเชื่
อทางวั
ฒนธรรมบนวิ
ถี
ชี
วิ
ตของชาวล้
านนา
และย ั
งมี
คุ
ณค่
าสนองตอบความต้
องการทางด้
านจิ
ตใจ ทํ
าให้
เกิ
ดความอบอุ
นทางใจ มี
ความมั
นใจพร้
อมที่
จะเผชิ
ญปั
ญหาอุ
ปสรรคและวิ
กฤตต่
างๆ ในชี
วิ
ต เสริ
มสร้
างความสั
มพั
นธ์
ระหว่
างบุ
คคลในครอบครั
วและ
ชุ
มชน แสดงความห่
วงใย ช่
วยเหลื
อดู
แลเอาใจใส่
ต่
อกั
น และย ั
งแสดงถึ
งความเมตตาธรรมต่
อสิ ่
งที่
เป็
ปั
จจั
ยในการดํ
ารงชี
วิ
ตของผู
คนอี
กด้
วย จะเห็
นได้
ว่
ามนุ
ษย์
ในปั
จจุ
บั
นมี
ทั
งความเจริ
ญทางวิ
ทยาศาสตร์
และเทคโนโลยี
แล้
วก็
ตาม แต่
ถ้
ามนุ
ษย์
ขาดความมั
นใจ ไม่
สบายใจ ทุ
กข์
ใจและหาทางแก้
ไขไม่
ได้
ตราบนั
นมนุ
ษย์
จะเข้
ามาหาความเชื่
อหรื
อพิ
ธี
กรรมและหวั
งพึ
งพาอํ
านาจเหนื
อธรรมชาติ
ที่
เป็
นที่
พึ
งทางใจ
ตามท้
องถิ
นที่
ตนอยู
ความเชื่
อและพิ
ธี
กรรมจึ
งไม่
ใช่
เรื่
องที่
ควรดู
ถู
กหรื
อมองข้
าม เพราะเป็
นสิ
งที่
มี
บทบาทหน้
าที่
ตอบสนองความต้
องการทางใจของมนุ
ษย์
เราจึ
งควรศึ
กษาถึ
งแก่
นแท้
ของพิ
ธี
กรรมใน
ท้
องถิ ่
นให้
เข้
าใจ เพื่
อไม่
ให้
เกิ
ดความหลงงมงาย จนทํ
าให้
แก่
นสาระสํ
าคั
ญของพิ
ธี
กรรมเบี่
ยงเบน
เปลี่
ยนไป (จารุ
วั
ตร กลิ
นอ
ละ ญาวิ
ณี
ย์
ศรี
วงศ์
ราช, 2544)