12
การต่
างๆให้
เกิ
ดความแตกแยกในหริ
ภุ
ญไชย ในที่
สุ
ดหริ
ภุ
ญไชยก็
ตกอยู
่
ใต้
อํ
านาจการปกครองของพญาเม็
งราย
และทรงปกครองลํ
าพู
นอยู
่
สามปี
ก็
ทรงย ้
ายเมื
องใหม่
อี
กครั
้
งหนึ
่
ง โดยขึ
้
นมาทางตอนเหนื
อของลํ
าพู
น ได้
แก่
เวี
ยงกุ
มกาม ซึ
่
งอยู
่
ในท้
องที่
อํ
าเภอสารภี
จั
งหวั
ดเชี
ยงใหม่
ในปั
จจุ
บั
นและย ั
งเหลื
อวั
ดกาดโถมและวั
ดเจดี
ย์
เหลี่
ยม
ที่
สร้
างแต่
ครั
้
งพญาเม็
งรายให้
เห็
นอยู
่
เป็
นหลั
กฐาน เวี
ยงกุ
มกามเวลาหน้
านํ
้
า นํ
้
าจะท่
วม ประชาชนได้
รั
บ
ความยากลํ
าบาก พ่
อขุ
นเม็
งรายจึ
งต้
องเลื
อกหาชั
ยภู
มิ
ใหม่
ในการสร้
างเมื
อง ในปี
พ.ศ. 1839 พระองค์
เลื
อกหา
ชั
ยภู
มิ
ใหม่
ในแถบลุ
่
มแม่
นํ
้
าปิ
ง คื
อบริ
เวณที่
ตั
้
งเมื
องเชี
ยงใหม่
ในปั
จจุ
บั
น อั
นเป็
นที่
ราบลุ
่
ม ทางด้
านทิ
ศตะวั
นตก
มี
ขุ
นเขาล้
อมรอบ มี
ลํ
าธารหลายสาย สามารถชั
กนํ
้
าจากลํ
าธารนั
้
นลงมาสู
่
คู
เมื
องได้
เป็
นอย่
างดี
ได้
ขนานนามว่
า
“นพบุ
รี
ศรี
นครพิ
งค์
เชี
ยงใหม่
” เป็
นศู
นย์
กลางของอาณาจั
กรล้
านนาไทย มี
กษั
ตริ
ย์
สื
บเชื
้
อสายปกครองมาโดย
ตลอดนานกว่
า 200 ปี
และได้
เคยตกอยู
่
ในความปกครองของพม่
าเมื่
อปี
พ.ศ. 2107 ซึ
่
งพม่
าก็
ได้
ส่
งขุ
นนางพม่
ามา
ปกครอง เพื่
อป้
องกั
นไม่
ให้
ชาวเมื
องเชี
ยงใหม่
ฮึ
ดสู
้
ต่
อต้
านพม่
า นั
บตั
้
งแต่
ปี
พ.ศ. 2107-2319 อั
นเป็
นสมั
ย
กรุ
งธนบุ
รี
ของไทย เมื
องเชี
ยงใหม่
ก็
ได้
ร่
วงโรยไปหรื
อบางครั
้
งก็
เป็
นเมื
องร้
าง และในปี
พ.ศ. 2317 ไทยสามารถ
ขั
บไล่
พม่
าออกไปจากล้
านนาไทยโดยความร่
วมมื
อของคนไทยกลุ
่
มหนึ
่
งจากจั
งหวั
ดลํ
าปาง คื
อ มี
พญาจ่
าบ้
าน
เป็
นหั
วหน้
าร่
วมด้
วย พญากาวิ
ละ พระเจ้
ากรุ
งธนบุ
รี
จึ
งทรงพระกรุ
ณาโปรดเกล้
าฯ สถาปนาพญาจ่
าบ้
านเป็
น
เจ้
าเมื
องเชี
ยงใหม่
และพญากาวิ
ละเป็
นเจ้
าเมื
องลํ
าปาง พม่
ามิ
ได้
ละความพยายามที่
จะตี
เชี
ยงใหม่
ในปี
พ.ศ. 2319
กองทั
พพม่
าได้
ยกมาตี
เชี
ยงใหม่
อี
ก ทางเชี
ยงใหม่
ไม่
สามารถจะต้
านทานกํ
าลั
งพม่
าได้
จึ
งทิ
้
งเมื
องเชี
ยงใหม่
ให้
เป็
นเมื
องร้
างอี
กระยะหนึ
่
ง เมื่
อพระบาทสมเด็
จพระพุ
ทธยอดฟ้
าจุ
ฬาโลกได้
เสวยราชสมบั
ติ
ณ กรุ
งเทพฯ ได้
ทรง
พระกรุ
ณาแต่
งตั
้
งพญากาวิ
ละเป็
น พระยาวชิ
รปราการ ในปี
พ.ศ. 2339 เชี
ยงใหม่
จึ
งรวมอยู
่
กั
บกรุ
งเทพฯ ซึ
่
งมี
การปกครองตามแบบการปกครองหั
วเมื
อง คื
อ เจ้
าเมื
องมี
อิ
สระในการปกครอง
พม่
าพยายามตี
เชี
ยงใหม่
หลายครั
้
ง ทางไทยก็
พยายามขั
บไล่
ออกจากดิ
นแดนล้
านนาให้
ได้
สงคราม
ครั
้
งที่
สํ
าคั
ญที่
สุ
ด คื
อ สงครามปี
พ.ศ. 2347 กองทั
พไทยทํ
าการขั
บไล่
กองทั
พพม่
าออกจากล้
านนาได้
สํ
าเร็
จซึ
่
ง
ขณะนั
้
นพม่
าได้
เปลี่
ยนศู
นย์
การปกครองมาอยู
่
ที่
เชี
ยงแสน การขั
บไล่
พม่
าครั
้
งนี
้
พญากาวิ
ละมี
ความชอบ ได้
รั
บ
สถาปนาขึ
้
นเป็
นพระเจ้
าเชี
ยงใหม่
มี
พระฐานะพระเกี
ยรติ
แบบเจ้
าประเทศราช (แบบพระเจ้
านครเวี
ยงจั
นทน์
)
นั
บแต่
นั
้
นมาเชี
ยงใหม่
ก็
มี
การปกครองแบบหั
วเมื
องอิ
สระ มี
เจ้
าผู
้
ครองนครปกครองต่
อมาอี
ก 8 พระองค์
องค์
สุ
ดท้
ายก็
คื
อ เจ้
าแก้
วนวรั
ตน์
เมื่
อเจ้
าแก้
วนวรั
ตน์
ถึ
งแก่
พิ
ราลั
ยแล้
ว ทางรั
ฐบาลก็
ยกเลิ
กตํ
าแหน่
งเจ้
าผู
้
ครอง
นครเมื่
อปี
พ.ศ. 2482
รู
ปที่
5
อนุ
สาวรี
ย์
สามกษั
ตริ
ย์
วั
ดสวนดอก และวั
ดศรี
สุ
พรรณ