8
กํ
าแพงเพชร (ชากั
งราว) กั
บสุ
โขทั
ย และในสมั
ยนั
้
นถนนเส้
นนี
้
ได้
ใช้
เป็
นทางเกวี
ยนเพื่
อบรรทุ
กสิ
นค้
าไป
ขายตามหั
วเมื
องต่
างๆ ตลอดเส้
นทางถนนพระร่
วง
ในสมั
ยสุ
โขทั
ย ซึ
่
งถื
อว่
าเป็
นยุ
คต้
นของไทย มี
วรรณคดี
พงศาวดารหลายเรื่
องที่
กล่
าวถึ
งเกวี
ยน
เช่
นในเรื่
องพระร่
วงส่
งส่
วยนํ
้
าคนไทยได้
ใช้
เกวี
ยนบรรทุ
กส่
วยไปบรรณาการขอมผู
้
มี
อํ
านาจ
ในสมั
ยหลั
งๆสมุ
หเทศาภิ
บาลใช้
"เกวี
ยนด่
าน" เดิ
นทางจากอุ
บลราชธานี
มาย ั
งกรุ
งเทพฯโดยนั
่
ง
เกวี
ยนคั
นหนึ
่
งมาแล้
วเปลี่
ยนนั
่
งคั
นใหม่
ต่
อกั
นเป็
นทอดๆ
ในสมั
ยที่
ย ั
งไม่
มี
รถยนต์
ใช้
ในการไปตรวจราชการตามท้
องที่
ของข้
าราชการได้
ใช้
ส่
วนกลางของ
เกวี
ยน เป็
นที่
นอน ใช้
ส่
วนหน้
าเป็
นโต๊
ะเขี
ยนหนั
งสื
อ ใช้
ใต้
ถุ
นเกวี
ยนเป็
นที่
หุ
งหาอาหาร
ในสมั
ยรั
ชกาลที่
5 จึ
งได้
ตรากฎข้
อบั
งคั
บเพื่
อใช้
ควบคุ
มการใช้
เกวี
ยนนี
้
ขึ
้
น จึ
งนั
บว่
าเป็
นกฎหมาย
ฉบั
บแรกว่
าด้
วยการใช้
เกวี
ยน แต่
มี
ผลบั
งคั
บเฉพาะจั
งหวั
ดเชี
ยงใหม่
ต่
อมารั
ชกาลที่
6 ได้
ทรงดํ
าริ
ว่
าควรกํ
าหนด
ขนาดของล้
อเกวี
ยนให้
กว้
างเท่
ากั
นทั
่
วราชอาณาจั
กร
พ.ศ.2460 กํ
าหนดให้
ล้
อเลื่
อนทุ
กชนิ
ดในเขตพระนครต้
องจดทะเบี
ยนรั
บใบอนุ
ญาตขั
บขี่
ทุ
กๆ
ปี
ครั
้
น หลั
งการเปลี่
ยนแปลงการปกครองมาเป็
นระบอบประชาธิ
ปไตย ได้
มี
ประกาศพระราชบั
ญญั
ติ
ล้
อเลื่
อน พ.ศ. 2478 กํ
าหนดให้
เก็
บค่
าจดทะเบี
ยนเกวี
ยน เล่
มละ 1 บาท นั
บตั
้
งแต่
เริ
่
มใช้
จนชั ่
วอายุ
เกวี
ยน
และผ่
อนผั
นให้
ผู
้
ขั
บขี่
เกวี
ยนไม่
ต้
องมี
ใบอนุ
ญาตขั
บขี่
และนั
บตั
้
งแต่
นั
้
นมาก็
มิ
ได้
มี
พระราชบั
ญญั
ติ
เกี่
ยวกั
บ
เกวี
ยนอี
กเลย
เกวี
ยนนอกจากใช้
เป็
นสิ
่
งทุ
่
นแรงในการเดิ
นทางและขนผลผลิ
ตทางการเกษตรแล้
ว ในบาง
แห่
งย ั
งให้
ความสํ
าคั
ญโดยนํ
าไปใช้
งานทางศาสนา เช่
น ลั
กษณะของเกวี
ยนพม่
าจะมี
ลั
กษณะที่
มี
การ
แกะสลั
กอย่
างงดงาม มี
ขนาดเล็
ก ทํ
าขึ
้
นเพื่
อใช้
นํ
าอาหารไปทํ
าบุ
ญที่
วั
ด อํ
าเภอทุ
่
งเสวี
ยน จั
งหวั
ดสุ
โขทั
ย จะใช้
เกวี
ยนบรรทุ
กกลองแห่
ร้
องเป็
นสั
ญญาณว่
าวั
นพรุ ่
งนี
้
เป็
นวั
นพระ ในภาคเหนื
อบางพื
้
นที่
จะนํ
ากลองวางบน
เกวี
ยนที่
ถอดกระบะออกเพื่
อใช้
แข่
งขั
นการตี
กลองหลวง เช่
น ในงานแข่
งกลองหลวงเพื่
อฉลองพระธาตุ
สื
บ
ชะตาสถู
ปหรื
อเจดี
ย์
งานฉลองยศของครู
บาอาจารย์
งานปอยหลวง เกวี
ยนที่
ใช้
ภายในวั
ด วงล้
อ ทู
บเกวี
ยน
กระดานหั
วเกวี
ยน แม่
กํ
าพอง แอกเกวี
ยน ไม้
ขั
นหนั
งหั
วเกวี
ยน ดุ
ม จะทาสี
แดงเพื่
อเป็
นศิ
ริ
มงคลเป็
นส่
วนมาก
บางที
ก็
ทาสี
เหลื
องเพื่
อเพิ
่
มความสวยงาม
เกวี
ยนพบได้
ในสั
งคมเกษตรกรรม เป็
นพาหนะที่
สํ
าคั
ญของชาวชนบท สามารถใช้
ได้
ทั
้
งในที่
ลุ ่
ม
และที่
ดอน จะใช้
มากในช่
วงฤดู
การทํ
านาและเก็
บเกี่
ยว เกวี
ยนถู
กใช้
เป็
นพาหนะที่
บรรทุ
กสั
มภาระต่
างๆตั
้
งแต่
ต้
นฤดู
ทํ
านา ไปย ั
งห้
างนา และบรรทุ
กผลผลิ
ตนํ
าไปเก็
บที่
ยุ
้
งข้
าว ตลอดจนขนสั
มภาระจากห้
างนากลั
บสู
่
เรื
อน
เมื่
อฤดู
กาลเก็
บเกี่
ยวสิ
้
นสุ
ดลง หากมี
ความจํ
าเป็
นต้
องเดิ
นทางไกล เกวี
ยนจะถู
กใส่
ประทุ
น เป็
นที่
กั
นแดดบั
งลม
กั
นฝน เมื่
อถึ
งตอนเย็
นหยุ
ดพั
กการเดิ
นทาง ใต้
ท้
องเกวี
ยนจะถู
กใช้
เป็
นที่
ทํ
าอาหาร บางครั
้
งอาจมี
การถอด
ตั
วเรื
อน และประทุ
นออกเพื่
อใช้
บรรทุ
กผลผลิ
ตหรื
อท่
อนไม้
ยาวๆจํ
านวนมาก (ชมพู
นุ
ท ศรลั
มพ์
: 2536)