6
ได้
พั
ฒนาเครื่
องจั
กรไอนํ
้
าขึ
้
นมาใหม่
และได้
ประดิ
ษฐ์
รถไอนํ
้
าและมี
การใช้
อย่
างแพร่
หลายในการรั
บส่
ง
โดยสารในช่
วงแรกของ คริ
สต์
ศตวรรษที่
19
รู
ปที่
2
เกวี
ยน สมั
ยโบราณ และรถไฟกลจั
กรไอนํ
้
า
( ภาพรถไฟซ้
ายมื
อ จาก netdiaries.blogspot.com และภาพรถไฟขวามื
อ จาก www.skyscrapercity.com)
นิ
โคลอส ออกั
ส ออตโต ชาวเยอรมั
น (เกิ
ด ค.ศ. 1832) มี
ความสนใจเกี่
ยวกั
บเครื่
องยนต์
กลไกเป็
นอย่
าง
มาก ในปี
ค.ศ. 1860 เขาได้
ทราบเรื่
องราวของนั
กประดิ
ษฐ์
ชาวฝรั ่
งเศส ชื่
อ ฌอง โจเซฟ เอเตี
ยง เลอนั
ว ที่
ประดิ
ษฐ์
เครื่
องยนต์
สั
นดาปภายในได้
สํ
าเร็
จ เขาจึ
งได้
ใช้
ความพยายามที่
จะสร้
างเครื่
องยนต์
สั
นดาปภายใน โดย
ใช้
ส่
วนผสมอากาศกั
บนํ
้
ามั
นจุ
ดระเบิ
ดด้
วยไฟฟ้
าด้
วยตนเองบ้
างโดยพั
ฒนามาเป็
นเครื่
องยนต์
4 จั
งหวะ และทํ
า
ได้
สํ
าเร็
จในปี
ค.ศ. 1876 พร้
อมทั
้
งได้
จดสิ
ทธิ
บั
ตรในปี
ค.ศ. 1877 จากนั
้
นได้
ก่
อตั
้
งบริ
ษั
ท N.A. Otto & Cie
ซึ
่
งเป็
นบริ
ษั
ทผลิ
ตเครื่
องยนต์
บริ
ษั
ทแรกในโลก
สํ
าหรั
บเครื่
องยนต์
ที่
ใช้
ในรถยนต์
ต้
องมี
ขนาดเล็
กนํ
้
าหนั
กเบา
เพราะต้
องติ
ดตั
้
งในที่
ที่
จํ
ากั
ด สามารถผลิ
ตกํ
าลั
งขั
บและรอบได้
สู
ง อี
กทั
้
งต้
องใช้
งานง่
ายและมี
เสี
ยงดั
งน้
อยที่
สุ
ด
ด้
วยเหตุ
นี
้
เครื่
องยนต์
เบนซิ
นหรื
อเครื่
องยนต์
แก๊
สโซลี
นและเครื่
องยนต์
ดี
เซลจึ
งเป็
นเครื่
องยนต์
ที่
ใช้
ในรถยนต์
มากที่
สุ
ดในปั
จจุ
บั
น (http://www.nmd.go.th/Web/c8.htm)
จากที่
กล่
าวมาจะเห็
นได้
ว่
า การขนส่
งนั
้
นมี
บทบาทต่
อวิ
ถี
ชี
วิ
ตของมนุ
ษย์
เป็
นอย่
างมาก ทํ
าให้
มนุ
ษย์
มี
ความสุ
ขสบายขึ
้
น สามารถเดิ
นทางติ
ดต่
อ ส่
งสิ
่
งของต่
างๆเพื่
อใช้
ในชี
วิ
ตประจํ
าวั
นได้
สะดวกมากยิ ่
งขึ
้
น
แต่
ขณะเดี
ยวกั
นก็
มี
ส่
วนทํ
าให้
โลกและสภาพแวดล้
อมเปลี่
ยนแปลงไปเนื่
องจากเชื
้
อเพลิ
งที่
ใช้
ใน
ยานพาหนะส่
งผลต่
อสภาพภู
มิ
อากาศ จึ
งควรคํ
านึ
งถึ
งในการใช้
ยานพาหนะให้
เหมาะสมกั
บความต้
องการ
ของผู
้
ใช้
ในการขนส่
งแต่
ละประเภทด้
วยเพื่
อช่
วยลดปริ
มาณก๊
าซที่
เป็
นอั
นตรายและมี
ผลต่
อสภาพภู
มิ
อากาศ
อั
นจะทํ
าให้
โลกของเราย ั
งมี
คุ
ณภาพที่
ดี
ต่
อไป
2. เกวี
ยน
ยานพาหนะที่
ใช้
ในการเดิ
นทางขนส่
งทางบกอย่
างหนึ
่
งที่
มนุ
ษย์
รู
้
จั
กกั
นดี
และใช้
กั
นอย่
าง
แพร่
หลายในสมั
ยก่
อน ก็
คื
อ เกวี
ยน ซึ
่
งมี
ลั
กษณะเป็
นพาหนะที่
มี
ล้
อ ใช้
วั
ว หรื
อควายช่
วยลากให้
เคลื่
อนที่
ดั
งที่
สายทิ
พย์
(2545) ได้
กล่
าวไว้
ว่
า
“ในสมั
ยโบราณการเดิ
นทางมั
กจะใช้
พาหนะรู
ปแบบต่
างๆ ที่
เหมาะสมกั
บสภาพภู
มิ
ประเทศ
เช่
นช้
าง เหมาะสํ
าหรั
บการเดิ
นทางในภู
มิ
ประเทศที่
เป็
นป่
าเขา ค่
อนข้
างจะทุ
รกั
นดาร ม้
าเหมาะสํ
าหรั
บ