บทที่
2
เอกสารและงานวิ
จั
ยที่
เกี่
ยวข้
อง
การวิ
จั
ยครั
้
งนี
้
คณะ ผู
้
วิ
จั
ยได้
ทํ
าการศึ
กษารวบรวมเอกสารและงานวิ
จั
ยที่
เกี่
ยวข้
องดั
งหั
วข้
อต่
อไปนี
้
1.
การขนส่
งทางบก
2.
เกวี
ยน
3.
ลั
กษณะภู
มิ
ประเทศ ประวั
ติ
ศาสตร์
ขนบธรรมเนี
ยม ประเพณี
วั
ฒนธรรม ของภาคเหนื
อ
4.
งานวิ
จั
ยที่
เกี่
ยวข้
อง
1. การขนส่
งทางบก
มนุ
ษย์
เรามี
การเดิ
นทางติ
ดต่
อสื่
อสารกั
นระหว่
างชุ
มชนมาตั
้
งแต่
สมั
ยโบราณ ทั
้
งการไปมาหาสู
่
กั
น
เพื่
อเยี่
ยมเยี
ยนส่
งข่
าวคราว การแลกเปลี่
ยนสิ ่
งของเครื่
องใช้
โดยการใช้
สั
ตว์
หรื
อยานพาหนะในการขนคน หรื
อ
สิ ่
งของ ซึ
่
งเรี
ยกกั
นว่
าการขนส่
ง เพราะฉะนั
้
นหากจะให้
ความหมายของการขนส่
งก็
อาจกล่
าวได้
ว่
า
การขนส่
ง หมายถึ
ง การลํ
าเลี
ยง คน สั
ตว์
และสิ
่
งของจากที่
หนึ
่
งไปย ั
งอี
กที่
หนึ
่
ง โดยใช้
พาหนะใน
การลํ
าเลี
ยง
การขนส่
งทํ
าได้
หลายทาง คื
อ ทางนํ
้
า ทางบก และทางอากาศ ยานพาหนะที่
ใช้
ในการขนส่
งแต่
ละ
ทางก็
มี
รู
ปแบบแตกต่
างกั
น เช่
น ทางบกในสมั
ยก่
อนใช้
ล้
อ เกวี
ยน ทางนํ
้
าใช้
เรื
อ ขณะเดี
ยวกั
นก็
มี
การ
พั
ฒนาการขนส่
งทางอากาศจนสามารถสร้
างเครื่
องบิ
นใช้
ในการขนส่
งได้
จากนั
้
นมายานพาหนะเหล่
านี
้
ก็
มี
พั
ฒนาการมาเป็
นลํ
าดั
บ โดยนั
กวิ
ทยาศาสตร์
และนั
กประดิ
ษฐ์
ได้
พยายามปรั
บปรุ
งยานพาหนะให้
มี
ประสิ
ทธิ
ภาพดี
ขึ
้
นทั
้
งในด้
านรู
ปร่
าง ขนาด ความเร็
ว การใช้
พลั
งงาน เป็
นต้
น
หากจะกล่
าวถึ
งพั
ฒนาการของการขนส่
งทางบก ก็
อาจกล่
าวได้
ว่
าเริ ่
มจากความพยายามในการขน
ย ้
ายวั
ตถุ
ของคน แต่
เดิ
มการขนย ้
ายใช้
วิ
ธี
การลากวั
ตถุ
ไปตามพื
้
น แรงเสี
ยดทานเป็
นแบบลื่
นไถลที่
ต้
องใช้
พลั
งงานมาก จึ
งมี
ความพยายามใช้
การกลิ
้
งไปเปลี่
ยนแรงเสี
ยดทานเป็
นการกลิ
้
งซึ
่
งเป็
นการกํ
าเนิ
ดของล้
อ ต่
อมา
มนุ
ษย์
รู
้
จั
กประดิ
ษฐ์
เครื่
องใช้
ที่
มี
ล้
อเป็
นส่
วนประกอบโดยเฉพาะ เกวี
ยน กํ
าลั
งงานที่
ใช้
ขั
บเคลื่
อนในยุ
คแรก
เป็
นแรงงานของคน หรื
อแรงงานสั
ตว์
การขนส่
งด้
วยระบบกลไกต่
างๆเริ ่
มต้
นขึ
้
นนั
บตั
้
งแต่
มนุ
ษย์
พยายามคิ
ดค้
นสิ
่
งประดิ
ษฐ์
เพื่
อลด
การใช้
แรงงาน เครื่
องจั
กรกลก็
เข้
ามาแทนที่
ม้
า ในปี
ค.ศ. 1769 เครื่
องจั
กรไอนํ
้
าถู
กสร้
างขึ
้
นโดยนายทหาร
ชาวฝรั
่
งเศสชื่
อ นิ
โคลาส โจเซฟ คู
โนต์
ซึ
่
งสร้
างรถเพื่
อใช้
บรรทุ
กอุ
ปกรณ์
ปื
นใหญ่
และทดสอบใช้
งานได้
ดี
แม้
จะไม่
มี
การใช้
งานจริ
ง เขาเสี
ยชี
วิ
ตในปี
ค.ศ. 1804 หลั
งจากนั
้
น 30 ปี
ไม่
มี
ใครในฝรั ่
งเศส สนใจที่
จะพั
ฒนา
รถจั
กรไอนํ
้
าอี
กเลย จนกระทั
่
งประมาณ ปี
ค.ศ. 1830 ได้
มี
นั
กประดิ
ษฐ์
ชาวอั
งกฤษชื่
อ ริ
ชาร์
ด เทรวิ
ทิ
ค