71
ประเทศไทย มี
การกล่
าวถึ
งในจดหมายเหตุ
ในพงศาวดาร จากซากโบราณสถานโบราณวั
ตถุ
และ
ลั
กษณะภู
มิ
ประเทศสมั
ยโบราณ พบว่
าศาสนาพราหมณ์
เข้
าสู
่
ดิ
นแดนไทยและกั
มพู
ชาโดยทางบก
และทางทะเล พราหมณ์
เกาณฑิ
ณยะเข้
ามามี
อํ
านาจปกครองอาณาจั
กรฟู
นั
นตั
้
งแต่
พุ
ทธศตวรรษที่
7
และกษั
ตริ
ย์
แต่
ละพระองค์
เมื่
อขึ
้
นครองราชย์
ก็
มั
กจะสร้
างพระนครแห่
งใหม่
การกํ
าหนดรู
ปแบบ
และอายุ
สมั
ยของศิ
ลปะขอมในประเทศกั
มพู
ชา ซึ
่
งเป็
นที่
ยอมรั
บกั
นในปั
จจุ
บั
นสามารถจํ
าแนก
ออกเป็
น 3 สมั
ยใหญ่
และ 16 รู
ปแบบย่
อย ดั
งที่
มรว.สุ
ริ
ยวุ
ฒิ
สุ
ขสวั
สดิ
์
(2539) ได้
เสนอการศึ
กษา
ศิ
ลปะร่
วมแบบเขมรในประเทศไทยกั
มพู
ชาไว้
ดั
งนี
้
1. สมั
ยก่
อนเมื
องพระนคร
(Pre – Angkorian Period) หมายถึ
งระยะเวลาตั
้
งแต่
อาณาจั
กรฟู
นั
นตอนปลายลงมาจนถึ
งสมั
ยอาณาจั
กรเจนละหรื
อเขมรตอนต้
นก่
อนที่
พระเจ้
ายโศวร
มั
นที่
1 ได้
ทรงสถาปนาเมื
องยโศธรปุ
ระหรื
อเมื
องพระนครเป็
นราชธานี
ของอาณาจั
กรเขมรในราว
กลางพุ
ทธศตวรรษที่
15 โดยศิ
ลปกรรมในช่
วงสมั
ยนี
้
อาจแบ่
งออกได้
6 รู
ปแบบ คื
อ
1.1 ศิ
ลปะแบบพนมดา (Phnom Da Style อ่
านว่
า พนม – ดา) ราว พ.ศ. 1090 – 1150
ศิ
ลปะแบบพนมดานี
้
ได้
รั
บคํ
านิ
ยามจากชื่
อของเนิ
นเขาทางตอนใต้
ของประเทศกั
มพู
ชาซึ
่
งเป็
นที่
ตั
้
ง
ของเทวาลั
ยในศาสนาพราหมณ์
ลั
ทธิ
ไวษณพนิ
กายปาญจรตระ (Vaishanvism – Pancaratra) และ
เป็
นสถานที่
ซึ
่
งได้
ค้
นพบประติ
มากรรมของอาณาจั
กรฟู
นั
นตั
้
งแต่
รั
ชกาลของพระเจ้
ารุ
ทวรมั
น
(Rudravarman) (ราว พ.ศ. 1057 ถึ
งหลั
ง พ.ศ. 1082) ซึ
่
งเป็
นกษั
ตริ
ย์
องค์
สุ
ดท้
ายของอาณาจั
กร
ฟู
นั
นจนถึ
งรั
ชกาลของพระเจ้
าภววรมั
น (Bhavavarmon)
(ราว พ.ศ. 1100 ลงไปจนถึ
งราว
พ.ศ. 1150) ซึ
่
งเป็
นกษั
ตริ
ย์
องค์
แรกของอาณาจั
กรเขมร อย่
างไรก็
ดี
ศิ
ลปะแบบพนมดานี
้
ได้
ค้
นพบ
เฉพาะประติ
มากรรมเท่
านั
้
น ไม่
ปรากฏร่
องรอยของสถาปั
ตยกรรมแต่
ประการใด
1.2 ศิ
ลปะแบบถาลาบริ
วั
ต (Thala Boriwat อ่
านว่
า ถา – ลา – บอ – ริ
– วั
ด) ราว
พ.ศ. 1150 นั
กวิ
ชาการชาวฝรั
่
งเศสได้
นิ
ยามชื่
อศิ
ลปะแบบถาลาบริ
วั
ตตามชื่
อสถานที่
ซึ
่
งได้
ค้
นพบ
เฉพาะทั
บหลั
งกลุ
่
มหนึ
่
งบริ
เวณริ
มแม่
นํ
้
าโขงทางภาคใต้
ของประเทศลาวเนื่
องจากแม่
นํ
้
าโขงบริ
เวณ
ดั
งกล่
าวมี
กระแสนํ
้
าไหลวนเวี
ยน จึ
งได้
เรี
ยกสถานที่
แห่
งนั
้
นว่
า ถาลาบริ
วั
ตซึ
่
งเป็
นภาษาลาวแปล
ความหมายว่
านํ
้
าวนซึ
่
งคงตรงกั
บคํ
าว่
า ธาราบริ
วั
ตในภาษาไทย เนื่
องจากภาพสลั
กบนทั
บหลั
งแบบ
ถาลาบริ
วั
ตนี
้
มี
ลั
กษณะบางประการคล้
ายกั
บกั
บสลั
กในศิ
ลปะอิ
นเดี
ยแบบคุ
ปตะและหลั
งคุ
ปตะ โดย
เฉพาะที่
ถํ
้
าเอลโลร่
า (Ellora) ที่
6 เป็
นอย่
างมากจึ
งทํ
าให้
นั
กวิ
ชาการชาวฝรั ่
งเศสกํ
าหนดอายุ
ว่
าน่
าจะ
ตรงกั
บราวกลางพุ
ทธศตวรรษที่
12 (ราว พ.ศ. 1150) ก่
อนทั
บหลั
งแบบสมโบร์
ไพรกุ
ก ซึ
่
งมี
วิ
วั
ฒนาการสื
บต่
อไปอี
กขั
้
นหนึ
่
งแล้
ว
1.3 ศิ
ลปะแบบสมโบร์
ไพรกุ
ก (Sombor Prei Kuk Style อ่
านว่
า สม – โบ – ไพร
– กุ
ก) หลั
ง พ.ศ. 1150 – ราว พ.ศ. 1200 ศิ
ลปะแบบสมโบร์
ไพรกุ
กนี
้
ได้
ถู
กเรี
ยกตามชื่
อของกลุ
่
ม