64
ที่
เมื
องเวี
ยงจั
นทร์
นั
้
น กลุ ่
มเวี
ยงจั
นทร์
และบ้
านเมื
องต่
างๆ ในแอ่
งสกลนครที่
เป็
นภาคอี
สาน
ตอนบนของประเทศไทยมี
การรวมตั
วเป็
นแว่
นแคว้
นอยู
่
มาแล้
วตั
้
งแต่
สมั
ยโบราณโดยมี
ชื่
อ
มาจากการรั
บรู
้
ของชาวล้
านช้
างว่
าแคว้
นศรี
โคตรบู
ร…”
นั
่
นคื
อ ศรี
โคตรบู
ร – เวี
ยงจั
นทร์
เช่
น ในตํ
านานอุ
รั
งคธาตุ
และศิ
ลปะสถาปั
ตยกรรม
อั
นสะท้
อนความหลากหลายของชนเผ่
าที่
ย ้
อนอดี
ตไปไกล ถึ
งยุ
คของพระธาตุ
พนมและภาพสลั
กบน
ผนั
งอิ
ฐรอบฐานพระสถู
ป
ถ้
าเจนละบก หรื
อเวิ
นตาน – เหวิ
นถาน อยู
่
บริ
เวณนี
้
ก็
หมายความว่
าขอบเขตปริ
มณฑล
ทางอํ
านาจของเจนละบกนั
้
นครอบคลุ
มสองฝั
่
งโขง ดิ
นแดนนี
้
คื
อ เบ้
าหลอมของชนเผ่
า ชนชาติ
สมั
ยเมื่
อย ั
งไม่
มี
หลั
กฐานประวั
ติ
ศาสตร์
อื่
นใดนอกจากบั
นทึ
กเอกสารจี
น เราก็
ได้
ทราบ
แล้
วว่
าบริ
เวณทางใต้
ของจี
น ทางเหนื
อของลาวและตะวั
นตกเฉี
ยงเหนื
อของเวี
ยดนามในปั
จจุ
บั
นคื
อ
อาณาบริ
เวณของชนชาติ
ชนเผ่
า จดหมายเหตุ
ตั
้
งแต่
สมั
ยก่
อนคริ
สต์
ศตวรรษ เรี
ยกกลุ
่
มชนชาติ
ดั
งกล่
าวนั
้
นว่
า เยว่
จากเอกสารสมั
ยต่
อ ๆ มาชี
้
ให้
เห็
นการเปลี่
ยนแปลงที่
อาจมาจากการผสมผสาน การ
ปะทะสั
งสรรค์
ของชนชาติ
ชนเผ่
าบริ
เวณดั
งกล่
าวจนอาจเกิ
ดกลุ
่
มใหม่
เกิ
ดการโยกย ้
ายเคลื่
อนที่
ของ
คนไปในถิ
่
นใหม่
เกิ
ดเป็
นชนกลุ ่
มใหม่
หรื
อ ถู
กเรี
ยกชื่
ออื่
นแตกต่
างไป จะเห็
นได้
ว่
าชื่
อที่
เรี
ยกว่
า
เยว่
ต่
อๆ มาหายไป แต่
ปรากฏชื่
ออื่
นในบริ
เวณเดี
ยวกั
นกั
บที่
เคยเรี
ยกพวกเยว่
บางกลุ
่
มขึ
้
นมาแทน
เช่
น เรี
ยกพวกหลี่
พวกเหล่
า และ พวกไป่
ผู
เป็
นต้
น ลั
กษณะเช่
นนี
้
ปรากฏอยู
่
เสมอเป็
นสามั
ญ
ลั
กษณะที่
สั
มพั
นธ์
กั
บการเคลื่
อนไหว และการรวมตั
วของชนเผ่
าเป็
นชนชาติ
บริ
เวณที่
เป็
นเจนละบก คงเป็
นแหล่
งที่
มี
การโยกย ้
ายของประชากรมานานแล้
ว ด้
วยเหตุ
ที่
เป็
นศู
นย์
กลางการคมนาคมทั
้
งในหมู
่
ชนตามลํ
านํ
้
าโขง และตามลํ
านํ
้
าที่
ต่
อกั
บลํ
านํ
้
าโขง อาจเป็
นได้
ว่
า ผู
้
คนบริ
เวณลุ
่
มนํ
้
าโขงฟากตะวั
นออกสั
มพั
นธ์
กั
บผู
้
คนในลุ
่
มนํ
้
ามู
ล – ชี
ตอนล่
างมาดั
้
งเดิ
ม จนส่
ง
ต่
อแลกเปลี่
ยนวั
ฒนธรรมระหว่
างกั
น นํ
าไปสู
่
การเปลี่
ยนแปลงทางเศรษฐกิ
จและการเมื
อง ที่
เห็
นได้
ชั
ดเจน คื
อ การเปลี่
ยนแปลงเกี่
ยวกั
บประเพณี
ฝั
งศพครั
้
งที่
สองในลุ
่
มแม่
นํ
้
ามู
ล – ชี
ตอนล่
าง (การนํ
า
กระดู
กใส่
ภาชนะหรื
อไหสํ
าหรั
บฝั
งอาจเกี่
ยวข้
องกั
บคติ
พิ
ธี
กรรมเกี่
ยวกั
บศพบริ
เวณทุ
่
งไหหิ
นของ
ลาวก็
ได้
) ซึ
่
งส่
งผลต่
อการเพิ ่
มประชากร การขยายตั
วทางการผลิ
ตเหล็
ก และทํ
าเกลื
อในอี
สานเกิ
ด
บ้
านเมื
องที่
สํ
าคั
ญระยะแรกในลุ
่
มนํ
้
าชี
จนกระทั
่
งจิ
ตรเสนแห่
งตระกู
ลเสนะได้
ขยายตั
วจากบริ
เวณนี
้
รวมกํ
าลั
งชาวขอมขยายตั
วออกทะเลทางปากนํ
้
าโขงตอนล่
างและอ่
าวไทยฟากตะวั
นออกแถบ
จั
นทบุ
รี
– ทํ
าให้
เราเห็
นว่
า ต้
นเค้
าของพวกขอมอยู
่
ในลุ ่
มนํ
้
ามู
ล – ชี
ตอนล่
าง ที่
สั
มพั
นธ์
กั
บชุ
มชนใน
ลุ
่
มแม่
นํ
้
าโขงตรงแถบวั
ดภู
– จั
มปาศั
กดิ
์